
กรมสุขภาพจิตแนะปชช.พื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนอย่างมีสติ
กรมสุขภาพจิต แนะประชาชนพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนอย่างมีสติ ลดความตระหนก ให้เน้นความปลอดภัยชีวิตก่อน
[caption id="attachment_266650" align="aligncenter" width="503"]
นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์[/caption]
-9 มี.ค.61-นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการรับมือสถานการณ์พายุฤดูร้อนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า กรมสุขภาพจิตได้ให้หน่วยบริการในสังกัดคือโรงพยาบาลจิตเวช และศูนย์สุขภาพจิตประจำเขตต่างๆรวม 32 แห่งทั่วประเทศ จัดเตรียมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team ;MCATT) พร้อมออกปฏิบัติการสนับสนุนการดำเนินการร่วมกับทีมเอ็มแคทของสถานพยาบาลในเขตสุขภาพ ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันให้โรงพยาบาลจิตเวชทุกแห่งจัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลเช่นระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน หากเกิดเหตุสามารถใช้การทดแทนได้ทันที เพื่อมิให้กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยจิตเวช
อธิบดีกรมสุขภาพจิต
กล่าวต่อว่า สำหรับพายุฤดูร้อนที่ อ.พังโคน จ.สกลนครวานนี้ ( 8 มีนาคม 2561 ) ได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทว่า ประชาชนในพื้นที่มีอาการตื่นตระหนกบ้าง แต่ไม่รุนแรง อย่างไร ก็ตามเนื่องจากเป็นภัยที่เกิดขึ้นธรรมชาติ ขอแนะให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และให้มีสติและอย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้ตระหนักและเตรียมความพร้อมรับมือ โดยเน้นที่การดูแลความปลอดภัยชีวิตตนเองและครอบครัวเป็นอันดับแรก หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง และขอให้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ใช้ ในบ้านยามฉุกเฉิน เช่นไฟฉาย ไม้ขีดไฟ แบตเตอรี่สำรอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวรวมทั้งผู้ป่วยจิตเวชด้วยขอให้ญาติช่วยดูแลจัดเก็บยาไว้ในที่ปลอดภัย หยิบฉวยได้ง่าย ประการสำคัญขอให้ประชาชนทุกหลังคาเรือนจดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และสายด่วนนิรภัย 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย หากบันทึกเก็บไว้ในมือถือจะเป็นการดีมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถใช้งานได้ทีนที
ด้านนางสาวจุทามาศ วรรณศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 8 จังหวัดอุดรธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือประสบภัย ขอให้ช่วยกันดูแลจิตใจของเพื่อนบ้านที่อาจได้รับผลกระทบในเบื้องต้น โดยใช้หลัก 3 ส.คือ ส.1 คือ ให้สอดส่องมองหาเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ส.2 คือใส่ใจรับฟังเพื่อนบ้าน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึก และคลายความทุกข์ใจออกมาจะช่วยให้อารมณ์สงบขึ้น และสบายใจขึ้น และส.ที่ 3 คือส่งต่อความช่วยเหลือสิ่งจำเป็นพื้นฐานให้กัน เช่น น้ำ อาหาร ยา จะช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนในขั้นต้น มีกำลังใจสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างดี และหากยังไม่สบายใจ อาจโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านได้
[caption id="attachment_266650" align="aligncenter" width="503"]
-9 มี.ค.61-นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการรับมือสถานการณ์พายุฤดูร้อนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า กรมสุขภาพจิตได้ให้หน่วยบริการในสังกัดคือโรงพยาบาลจิตเวช และศูนย์สุขภาพจิตประจำเขตต่างๆรวม 32 แห่งทั่วประเทศ จัดเตรียมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team ;MCATT) พร้อมออกปฏิบัติการสนับสนุนการดำเนินการร่วมกับทีมเอ็มแคทของสถานพยาบาลในเขตสุขภาพ ตลอด 24 ชั่วโมง ขณะเดียวกันให้โรงพยาบาลจิตเวชทุกแห่งจัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลเช่นระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน หากเกิดเหตุสามารถใช้การทดแทนได้ทันที เพื่อมิให้กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยจิตเวช
อธิบดีกรมสุขภาพจิต
ด้านนางสาวจุทามาศ วรรณศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 8 จังหวัดอุดรธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือประสบภัย ขอให้ช่วยกันดูแลจิตใจของเพื่อนบ้านที่อาจได้รับผลกระทบในเบื้องต้น โดยใช้หลัก 3 ส.คือ ส.1 คือ ให้สอดส่องมองหาเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน ส.2 คือใส่ใจรับฟังเพื่อนบ้าน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึก และคลายความทุกข์ใจออกมาจะช่วยให้อารมณ์สงบขึ้น และสบายใจขึ้น และส.ที่ 3 คือส่งต่อความช่วยเหลือสิ่งจำเป็นพื้นฐานให้กัน เช่น น้ำ อาหาร ยา จะช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนในขั้นต้น มีกำลังใจสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างดี และหากยังไม่สบายใจ อาจโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านได้






