thansettakij
thansettakij
กรมสุขภาพจิตแนะปชช.พื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนอย่างมีสติ

กรมสุขภาพจิตแนะปชช.พื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนอย่างมีสติ

09 มี.ค. 61 | 07:07 น.
อัปเดตล่าสุด :09 มี.ค. 61 | 14:07 น.
กรมสุขภาพจิต แนะประชาชนพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือพายุฤดูร้อนอย่างมีสติ ลดความตระหนก ให้เน้นความปลอดภัยชีวิตก่อน

[caption id="attachment_266650" align="aligncenter" width="503"] นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์[/caption]

-9 มี.ค.61-นาวาอากาศตรีนายแพทย์บุญเรือง  ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการรับมือสถานการณ์พายุฤดูร้อนตามประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยาว่า กรมสุขภาพจิตได้ให้หน่วยบริการในสังกัดคือโรงพยาบาลจิตเวช และศูนย์สุขภาพจิตประจำเขตต่างๆรวม 32 แห่งทั่วประเทศ  จัดเตรียมทีมสุขภาพจิตเอ็มแคท (Mental Health Crisis Assessment and Treatment Team ;MCATT)  พร้อมออกปฏิบัติการสนับสนุนการดำเนินการร่วมกับทีมเอ็มแคทของสถานพยาบาลในเขตสุขภาพ ตลอด 24 ชั่วโมง  ขณะเดียวกันให้โรงพยาบาลจิตเวชทุกแห่งจัดเตรียมความพร้อมของโรงพยาบาลเช่นระบบไฟฟ้าสำรองฉุกเฉิน  หากเกิดเหตุสามารถใช้การทดแทนได้ทันที  เพื่อมิให้กระทบต่อการให้บริการผู้ป่วยจิตเวช

อธิบดีกรมสุขภาพจิต บาร์ไลน์ฐาน กล่าวต่อว่า  สำหรับพายุฤดูร้อนที่ อ.พังโคน  จ.สกลนครวานนี้ ( 8 มีนาคม 2561 ) ได้รับรายงานผลการปฏิบัติงานของทีมสุขภาพจิตเอ็มแคทว่า ประชาชนในพื้นที่มีอาการตื่นตระหนกบ้าง แต่ไม่รุนแรง อย่างไร   ก็ตามเนื่องจากเป็นภัยที่เกิดขึ้นธรรมชาติ  ขอแนะให้ประชาชนติดตามสถานการณ์ประกาศเตือนภัยของกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด  และให้มีสติและอย่าตื่นตระหนก  แต่ขอให้ตระหนักและเตรียมความพร้อมรับมือ โดยเน้นที่การดูแลความปลอดภัยชีวิตตนเองและครอบครัวเป็นอันดับแรก  หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้ง และขอให้จัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นไว้ใช้   ในบ้านยามฉุกเฉิน เช่นไฟฉาย ไม้ขีดไฟ แบตเตอรี่สำรอง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัวรวมทั้งผู้ป่วยจิตเวชด้วยขอให้ญาติช่วยดูแลจัดเก็บยาไว้ในที่ปลอดภัย หยิบฉวยได้ง่าย ประการสำคัญขอให้ประชาชนทุกหลังคาเรือนจดเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉินของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สายด่วนสุขภาพจิต 1323 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉิน 1669 และสายด่วนนิรภัย 1784 ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย หากบันทึกเก็บไว้ในมือถือจะเป็นการดีมาก หากเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถใช้งานได้ทีนที

ด้านนางสาวจุทามาศ วรรณศิลป์ ผู้อำนวยการศูนย์สุขภาพจิตที่ 8  จังหวัดอุดรธานี กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยหรือประสบภัย ขอให้ช่วยกันดูแลจิตใจของเพื่อนบ้านที่อาจได้รับผลกระทบในเบื้องต้น  โดยใช้หลัก 3 ส.คือ ส.1 คือ ให้สอดส่องมองหาเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบและต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน  ส.2 คือใส่ใจรับฟังเพื่อนบ้าน เพื่อให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ บอกเล่าอารมณ์ความรู้สึก และคลายความทุกข์ใจออกมาจะช่วยให้อารมณ์สงบขึ้น และสบายใจขึ้น และส.ที่ 3 คือส่งต่อความช่วยเหลือสิ่งจำเป็นพื้นฐานให้กัน เช่น น้ำ อาหาร ยา จะช่วยบรรเทาความทุกข์ร้อนในขั้นต้น มีกำลังใจสามารถก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากได้อย่างดี  และหากยังไม่สบายใจ อาจโทรปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือปรึกษาเจ้าหน้าที่สาธารณสุขใกล้บ้านได้  ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว