thansettakij
thansettakij
ไทละมุนต่อยอดผลิตภัณฑ์ ลุยอาลัวกุหลาบสร้างสรรค์

ไทละมุนต่อยอดผลิตภัณฑ์ ลุยอาลัวกุหลาบสร้างสรรค์

11 มี.ค. 61 | 14:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มี.ค. 61 | 06:44 น.
อาลัวกุหลาบแบรนด์ ไทละมุน เล็งเพิ่มตัวแทนจำหน่าย พร้อมต่อยอดผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ในรูปแบบอื่น ปั้นคนมีฝีมือบีบอาลัวขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุม เชื่อสร้างรายได้ 1 ล้านบาทปี 61

นางสาวณัฐนิช กอเจริญ เจ้าของธุรกิจ อาลัวกุหลาบภายใต้แบรนด์ “ไทละมุน” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า แนวทางในการเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจในปีนี้นั้น จะมุ่งเน้นไปที่การเพิ่มจำนวนตัวแทนจำหน่าย ซึ่งแม้ว่าจะเป็นการรับไปเพื่อจำหน่ายโดยนำไปติดแบรนด์ของตนเองก็ตาม เพราะลูกค้า ส่วนใหญ่จะจดจำเอกลักษณ์ของผลิตภัณฑ์อาลัวกุหลาบของ ไทละมุน ได้ จากเดิมที่จำหน่ายผ่านทางร้านซึ่งอยู่ที่บ้าน รวมถึงช่องทางออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก (Facebook) ของทางร้าน และตัวแทนจำหน่ายที่มีอยู่บ้างแล้ว เพื่อขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

[caption id="attachment_265748" align="aligncenter" width="377"] ณัฐนิช กอเจริญ ณัฐนิช กอเจริญ[/caption]

นอกจากนี้ ยังได้มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมให้เกิดความหลากหลาย เพื่อเป็นทางเลือกให้กับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โมจิรูปการ์ตูน, อาลัวรูปการ์ตูน, ขนมเปียกปูนบีบเป็นรูปดอกไม้ราดนํ้ากะทิ และวุ้นเค้กแต่งหน้าด้วยอาลัว เป็นต้น จากเดิมซึ่งจะมีผลิตภัณฑ์ อาลัวกุหลาบ เป็นผลิตภัณฑ์หลักในการจำหน่าย พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนแบรนด์เป็นชื่อ“ไทละมุน” จากเดิมที่ใช้ชื่อ “บ้านอาลัว”

อย่างไรก็ดี ตนยังต้องการให้มีผู้ที่สามารถบีบอาลัวให้เป็นกุหลาบได้มีคุณภาพแบบตน แม้ว่าจะไม่เหมือนเป๊ะ หรือสวยงามเท่าก็ตาม เพื่อให้ผลิตภัณฑ์อาลัวกุหลาบกระจายไปได้มากขึ้น เพราะวัตถุประสงค์หลักของการทำธุรกิจของเราก็คือให้อาลัวเป็นที่รู้จักในฐานะขนมไทยมากยิ่งขึ้น

TP13-3346-2B นางสาวณัฐนิช กล่าวต่อไปอีกว่า นอกจากจำหน่ายในรูปแบบที่เป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปแล้ว ตนยังเปิดครอส รับสอนการทำขนมด้วยทั้งในรูปแบบของการเดินทางมาเรียนด้วยตนเอง และบนช่องทางออนไลน์เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับทางร้านด้วย จากกลยุทธ์การทำตลาดที่จะเพิ่มเติมขึ้นมาเชื่อว่าจะสามารถสร้างรายได้ในปี 2561 ได้ประมาณ 1 ล้านบาท หลังจากที่ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมาของปี 2560 มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 6-7 แสนบาท

“หากถามว่ากลัวผลิต ภัณฑ์จะถูกเลียนแบบ หรือมีคู่แข่งเพิ่มมากขึ้นหรือไม่จากการที่ให้มีตัวแทนรับไปจำหน่ายแบบสร้างแบรนด์ของตนเองได้ หรือการเปิดครอสสอน และความพยายามสร้างผู้ที่สามารถบีบอาลัวกุหลาบได้แบบตนมองว่าไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว เพราะหากมองที่จังหวัดเพชรบุรีก็จะเห็นว่ามีขนมที่ขายเหมือนกันมากกว่า 10 เจ้า แต่ก็ยังสามารถขายได้อยู่ ที่สำคัญผลิตภัณฑ์ของไทละมุน ก็มีเอกลักษณ์และเป็นที่จดจำได้ของลูกค้าอยู่แล้ว”

TP13-3346-3B สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ อาลัวกุหลาบ นั้น อยู่ที่การบีบอาลัวได้เหมือนดอกกุหลาบมากที่สุด จนถึงขั้นที่ว่าในประเทศไทยตนน่าจะเป็นอันดับ 1 เรื่องการบีบด้วยรูปลักษณ์ดังกล่าว บวกกับรสชาติที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงตลอดระยะเวลา 5 ปีที่เริ่มจำหน่าย โดยมีรสชาติที่หวานกลมกล่อม และไม่หวานจนแหลม สามารถนำไปมอบให้เป็นของขวัญได้ทุกเทศกาล หรือซื้อเพื่อรับประทานเอง

ส่วนกุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จของธุรกิจนั้น มองว่ามาจากการที่ตนไม่หวง หรือกั๊กความรู้เกี่ยวกับสูตรการทำขนม ผู้ใดถามก็บอกไปตามตรง หรือผู้ที่อยากเรียนแต่ไม่มีเงินตนก็สอนให้ เพื่อให้มีวิชาความรู้ไปประกอบอาชีพต่อไป อีกทั้งยังมีเรื่องของคุณภาพที่เสมอต้นเสมอปลาย และราคาจำหน่ายอาลัวกุหลาบดอกละ 10 บาท ที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ว่าหลายเจ้าในตลาดจะมีการปรับขึ้นกันก็ตาม เนื่องจากตนมองว่าต้นทุนในการทำขนมไทยไม่ได้สูงมากมายเท่าใดนัก

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,346 วันที่ 8 - 10 มีนาคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว