
วิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำประจำวัน(5 มี.ค.61)
บทวิเคราะห์สถานการณ์ราคาทองคำแท่ง ประจำวันที่ 5 มีนาคม 2561 โดยบริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
พิจารณาโซน 1,331-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
ระหว่างวันหากราคาทองคำไม่หลุด 1,316 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จะมีโอกาสดีดตัวขึ้นต่อ แต่กรอบแนวต้านด้านบนค่อนข้างจำกัด และการขยับขึ้นจะมีแนวต้านโซน 1,331-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดแนวรับแรก กรอบด้านล่างจะอยู่ที่ 1,308-1,302 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ 1,316 1,308 1,294
แนวต้าน 1,333 1,345 1,356
สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความวิตกกังวลว่านโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐอาจนำไปสู่สงครามการค้าโลก หลังจากสหรัฐประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% ทำให้สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดความสมดุลทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐ ด้านทางการจีนเตรียมดำเนินมาตรการตอบโต้หากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐกระทบต่อผลประโยชน์ของจีนเช่นกัน ทั้งนี้ การทำสงครามการค้าอาจกลับมาสร้างความเสียหายทั้งในด้านผู้ผลิตของสหรัฐที่ต้องเผชิญกับการตอบโต้จากบริษัทคู่แข่งต่างชาติ และทางด้านผู้บริโภคในสหรัฐที่อาจได้รับผลกระทบราคาสินค้าและการบริการปรับตัวสูงขึ้น และความวิตกดังกล่าวกดดันสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าและเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือนอย่างต่อเนื่อง สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนี PMI ภาคบริการจากมาร์กิตและดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
คำแนะนำ
พิจารณาโซน 1,331-1,333 ดอลลาร์ต่อออนซ์ในการเปิดสถานะขาย ขณะที่การเปิดสถานะซื้อจำเป็นต้องรอการอ่อนตัวลงเข้าใกล้แนวรับซึ่งจะเป็นการเก็งกำไรระยะสั้นเท่านั้น
แนวรับ 1,316 1,308 1,294
แนวต้าน 1,333 1,345 1,356
สรุป ราคาทองคำวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.26 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยได้รับแรงหนุนจากความวิตกกังวลว่านโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐอาจนำไปสู่สงครามการค้าโลก หลังจากสหรัฐประกาศจะเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กในอัตรา 25% และอลูมิเนียม 10% ทำให้สหภาพยุโรปกำลังพิจารณาเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐเพิ่มขึ้นเพื่อให้เกิดความสมดุลทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐ ด้านทางการจีนเตรียมดำเนินมาตรการตอบโต้หากการเรียกเก็บภาษีนำเข้าเหล็กและอลูมิเนียมของสหรัฐกระทบต่อผลประโยชน์ของจีนเช่นกัน ทั้งนี้ การทำสงครามการค้าอาจกลับมาสร้างความเสียหายทั้งในด้านผู้ผลิตของสหรัฐที่ต้องเผชิญกับการตอบโต้จากบริษัทคู่แข่งต่างชาติ และทางด้านผู้บริโภคในสหรัฐที่อาจได้รับผลกระทบราคาสินค้าและการบริการปรับตัวสูงขึ้น และความวิตกดังกล่าวกดดันสกุลเงินดอลลาร์ให้อ่อนค่าและเป็นปัจจัยหนุนให้ราคาทองคำฟื้นตัวขึ้นจากจุดต่ำสุดในรอบ 2 เดือนอย่างต่อเนื่อง สำหรับวันนี้ติดตามการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ อาทิ ดัชนี PMI ภาคบริการจากมาร์กิตและดัชนี PMI ภาคการผลิตจาก ISM
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด






