thansettakij
thansettakij
เทียบจุดแข็ง! 2 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ประธานสภาอุตฯ คนที่ 16

เทียบจุดแข็ง! 2 แคนดิเดต ชิงเก้าอี้ประธานสภาอุตฯ คนที่ 16

03 มี.ค. 61 | 04:57 น.
อัปเดตล่าสุด :25 มี.ค. 61 | 11:59 น.
เรียกว่าเข้าสู่โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการชิงเก้าอี้ประธานสภาอุตสาหกรรม (ส.อ.ท.) คนใหม่ตามวาระการบริหารระหว่างปี 2561-2563 (2 ปี) เนื่องจากวันที่ 19 มีนาคมนี้ จะมีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่ จะได้กรรมการที่ได้มาจากการเลือกตั้งจำนวน 357 คน ที่จะไปเลือกประธานส.อ.ท.คนต่อไป ภายในเดือนเมษายน หรือภายใน 1 เดือนนับจากวันที่มีการเลือกตั้งกรรมการชุดใหม่

การเลือกประธานส.อ.ท. คนที่ 16 ตามวาระเดือนมีนาคมปี 2561-เดือนมีนาคมปี 2563 อุณหภูมิการแข่งขันไม่ได้ร้อนแรงแบบก่อนหน้านี้ เนื่องจาก 2 ตัวเต็ง “เจน นำชัยศิริ” ประธานส.อ.ท.คนปัจจุบัน กับ “สุพันธุ์ มงคลสุธี” อดีตประธานส.อ.ท. ต่างช่วยกันสนับสนุนการทำงาน ของส.อ.ท.มาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในยุคที่ส.อ.ท.เกิดวิกฤติความขัดแย้งภายในชนิดที่เรียกว่าแตกแยก มีการประท้วงและเดินขบวนเกิดขึ้น ครั้งนั้นทั้ง “เจน”และ “สุพันธุ์” ต่างมีสัญญาทางใจกันว่า ถ้าใครคะแนนเสียงนำก็ให้นั่งเก้าอี้ประธานส.อ.ท. คนละ 2 ปี วันนี้เท่ากับว่าทั้ง2 ต่างผ่านการนั่งเก้าอี้ประธานส.อ.ท.มาแล้วคนละ 2 ปี เมื่อต้องมาลงสนามแข่งในสมัยที่2 ต่างฝ่ายก็มีกองเชียร์ของตัวเอง


บาร์ไลน์ฐาน

++คุณสมบัติเหมาะสมทั้งคู่

การเลือกตั้งประธานสภาอุตสาหกรรมแต่ละสมัย เสียงส่วนใหญ่มาจากสมาชิก 2 กลุ่มคือ สมาชิกจากสภาอุตสาหกรรมต่างจังหวัดที่ขณะนี้มีถึง 74 จังหวัดทั่วประเทศ และสมาชิกจากกลุ่มอุตสาหกรรมที่ล่าสุดมีจำนวน 45 กลุ่มอุตสาหกรรม รวมสมาชิกทั้ง 2 กลุ่มทั่วประเทศมีประมาณ 11,000 ราย

เมื่อมาเปรียบเทียบถึงจุดแข็งของทั้ง 2 แคนดิเดต พบว่า “เจน นำชัยศิริ” ถือเป็นบุคคลที่มีความรู้รอบด้าน มีความเข้าใจลึกซึ้งถึงปัญหาของภาคอุตสาหกรรมได้ดี เพราะเติบโตมาจากภาคอุตสาหกรรม ก่อนหน้านั้นในตำแหน่งรองประธานส.อ.ท.ก็ผ่านการดูแลสายงานอุตสาหกรรม ในขณะที่งานด้านการสนับสนุนวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็ม อีก็ยังสืบสานต่อเนื่องมา

ด้านสุพันธุ์ มงคลสุธี ให้ความสำคัญกับเอสเอ็มอีมาเป็นลำดับต้นๆ ในช่วงที่นั่งประธานส.อ.ท.เดินสายลงพื้นที่สมํ่าเสมอรับฟังเสียงสะท้อนจากสมาชิกอุตสาหกรรมจังหวัด ทำให้มีผลงานด้านเอสเอ็มอีทั้งระดับประเทศและระดับองค์กร โดย ทั้ง 2 สามารถทำงานประสานกับองค์กรรัฐและเอกชนได้ดี

เมื่อวัดคุณสมบัติกันแล้ว ถือว่ากินกันไม่ขาด สุดท้ายก็ขึ้นอยู่ที่เสียงเชียร์ของสมาชิกว่า จะเทคะแนนให้ใครเข้าวิน โดยประธานส.อ.ท.คนใหม่จะมีวาระการทำงานเป็นเวลา 2 ปีเต็ม นับเป็น 2 ปีที่ท้าทาย หลายอุตสาหกรรมกำลังขับเคลื่อนรับเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงการค้าการลงทุน และเกิดการแข่งขันมากขึ้น การลงทุนจะโฟกัสไปที่อุตสาหกรรมที่ทันสมัย มีนวัตกรรม สอดรับกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกที่ส่งสัญญาณว่าแนวโน้มขยายตัวดีไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น จีน อเมริกา และยุโรป เป็นต้น

**เปิดวิสัยทัศน์ 2ตัวเต็งประธานส.อ.ท.


TP08-3344-1

++เจน นำชัยศิริ

ประธานส.อ.ท.สมัยต่อไปจะเป็นใครก็ตาม สิ่งที่ต้องสานต่อคือเรื่องอุตสาหกรรม 4.0 จะต้องผลักดันให้มากขึ้น ทำให้เกิดโครงการตัวอย่าง ทำให้ผู้ประกอบการเชื่อมั่นว่าเป็นหนทางที่จะต้องปรับเปลี่ยน ไม่เช่นนั้นแล้วการทำงานจะเป็นแบบเดิมๆ ไม่ได้นำเอาระบบดิจิตอลมาช่วย ทำให้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีดิจิตอลว่าเข้ามาช่วยงานได้ ตรงนี้คือสิ่งที่เรายังขาดอยู่ จำเป็นต้องเตรียมรับมือกับการผลิตและการค้ารูปแบบใหม่ที่เข้ามา

“สมัยก่อนเวลาพูดถึงการค้าก็มีหน้าที่ไปขายของ พอมีคำสั่งผลิตมีออร์เดอร์เข้ามาก็ไปสั่งให้โรงงานผลิต แต่ต่อไปการค้ากับการผลิตจะต้องจูงมือไปด้วยกัน เพราะการผลิตจะต้องไปรับรู้ว่าลูกค้าต้องการสินค้าแบบไหน และก็มาปรับกระบวนการผลิตให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้”


TP08-3344-2

++สุพันธุ์ มงคลสุธี

ภารกิจที่ประธานส.อ.ท.คนใหม่จะต้องทำคือ การสร้างภาพลักษณ์ของส.อ.ท.ให้ทำงานร่วมกับภาครัฐและสนับสนุนการผลักดันความช่วยเหลือให้กับสมาชิกให้เข้มข้นขึ้น โดยภาพรวมการทำงานของส.อ.ท.ทั้งระบบจะต้องเข้มแข็ง เช่นเดียวกับการปรับตัวของภาคอุตสาหกรรมที่จะต้องพัฒนา ยกระดับให้เท่าทันตามเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปทั้งในรูปของการผลิตและการค้า

“ไม่ว่าผมหรือคุณเจน ขึ้นมาเป็นประธานส.อ.ท.สมัยต่อไป ก็ยังสามารถทำงานร่วมกันได้เหมือนที่ผ่านมา โดยเฉพาะเรา 2 คนต่างผ่านช่วงวิกฤติในครั้งที่ส.อ.ท.แตกแยกมาแล้ว ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์ซํ้ารอย”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,344 วันที่ 1 - 3 มีนาคม พ.ศ. 2561


ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว