
‘SAPPE’ เขย่าทัพ รับตลาดเปลี่ยน
การประกาศใช้มาตรการจัดเก็บ “ภาษีนํ้าตาล” ฉบับใหม่ กลายเป็นประเด็นร้อนในอุตสาหกรรมเครื่องดื่มเมืองไทยมูลค่ากว่า 2 แสนล้านบาททันที
เนื่องจากในตลาดส่วนใหญ่เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของนํ้าตาล จึงเห็นการขยับตัวครั้งใหญ่ของแบรนด์ยักษ์ในตลาดเครื่องดื่มปรับทัพรับภาษีนํ้าตาลกันเป็นระลอกตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ไล่มาตั้งแต่ การขยับขึ้นราคาของตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม การเปิดตัวนํ้าดำสูตร ไม่มีนํ้าตาล หรือเครื่องดื่มสุขภาพอื่นๆ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญของอุตสาหกรรมเครื่องดื่มในปีนี้
“เซ็ปเป้-SAPPE” คือรายล่าสุดที่ออกมาประกาศกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจใหม่ ภายใต้การแข่งขันที่มีภาษีนํ้าตาลควบคุมอยู่ ซึ่งการปรับแผนใหม่งานใหม่ครั้งนี้ ได้หัวเรือใหญ่อย่าง “ปิยจิต รักอริยะพงศ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็ปเป้ จำกัด (มหาชน) นำทัพสู้ศึกในตลาดเครื่องดื่ม พร้อมดึง “วรพงศ์ เกียรติดำรงวงศ์” นักการตลาดมือดีในแวดวงร่วมกรำศึก ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายขายและการตลาดคนใหม่
การปรับแผนของเซ็ปเป้ครั้งนี้ ยังคงเน้นการตอกยํ้าจุดแข็งด้านนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สุขภาพและสร้างความแตกต่าง ในฐานะเจ้าตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์เมืองไทย ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นนวัตกรรม ในการแข่งขันกับตลาดเครื่องดื่มปีนี้ที่คาดการณ์ว่าเรื่องของราคา และโปรโมชันจะถูกนำกลับมาให้ความสำคัญในการไดรฟ์ยอดขายอีกครั้ง
คงต้องดูว่าการพัฒนาสูตรใหม่ของเซ็ปเป้ในครั้งนี้จะมีอะไรแปลกใหม่ หรือสามารถพิชิตใจผู้บริโภคเมืองไทยและสามารถสร้างยอดขายจากคู่แข่งได้เหมือนในอดีตหรือไม่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,342 วันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
การปรับแผนของเซ็ปเป้ครั้งนี้ ยังคงเน้นการตอกยํ้าจุดแข็งด้านนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์สุขภาพและสร้างความแตกต่าง ในฐานะเจ้าตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์เมืองไทย ผ่านกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เป็นนวัตกรรม ในการแข่งขันกับตลาดเครื่องดื่มปีนี้ที่คาดการณ์ว่าเรื่องของราคา และโปรโมชันจะถูกนำกลับมาให้ความสำคัญในการไดรฟ์ยอดขายอีกครั้ง
คงต้องดูว่าการพัฒนาสูตรใหม่ของเซ็ปเป้ในครั้งนี้จะมีอะไรแปลกใหม่ หรือสามารถพิชิตใจผู้บริโภคเมืองไทยและสามารถสร้างยอดขายจากคู่แข่งได้เหมือนในอดีตหรือไม่
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,342 วันที่ 22 - 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






