
‘อุดร’จัดงานผ้าทอมือลุ่มน้ำโขง รวมกลุ่มต่อยอดเชิงพาณิชย์
อุดรจัดงานมหกรรมผ้าทอมือนานาชาติ เชิญผู้ผลิต ผู้ประกอบผ้าทอมือ ผ้าพื้นเมือง จากกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง เพื่อพัฒนาคุณภาพตามความต้องการของตลาด นำไปสู่การต่อยอดในเชิงพาณิชย์
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-4 มีนาคม 2561 จังหวัดอุดรธานีและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1, TCEB, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี และหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภาคลุ่มนํ้าโขง หรือ GMS FABRIC EXPO 2018 ที่บริเวณทุ่งศรีเมืองอุดรธานี หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี โดยจะมีผู้ประกอบการผ้าทอมือจากในไทยและประเทศลุ่มแม่นํ้าโขงหรือ GMS 6 ประเทศ คือไทย สปป.ลาว เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา และจีน มาร่วมกันออกบูธแสดงนิทรรศการการผลิตผ้าทอมือ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ภายใต้แนวความคิด “อลังการสีสัน ผ้าทอมือแห่งลุ่มนํ้าโขง”
“การจัดงานดังกล่าวนั้น เป็นการจัดงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง ครั้งที่ 2 ทั้งนี้โดยในครั้งที่ 1 ที่ผ่านมานั้นงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภูมิภาค ลุ่มนํ้าโขง ได้ประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจแก่ทุกฝ่ายทำให้เกิดการเชื่อมโยงสื่อสารการค้าขายในเชิงพาณิชย์ เผยแพร่ประเพณีเอกลักษณ์ วิถีชีวิตที่บ่งบอกจากลาย สี เส้น ของผ้าทอมือของแค่ละประเทศ”
การจัดงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขงครั้งที่ 2 นี้ มีแนวความคิดการจัดงาน ภาคใต้แนวความคิดอลังการสีสันผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง หรือ Colorful Fabric Life ที่จะโชว์ความยิ่งใหญ่ สีสัน ลายผ้า ตระการตาของผ้าทอมือจากทั้ง 6 ประเทศ และเพื่อเพิ่มศักยภาพการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และการนำธุรกิจเชื่อมโยงกันทุกประเทศในกลุ่มประเทศอนุภูมิ ภาคลุ่มนํ้าโขงอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาคเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิตและการบริการใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไปด้วยกัน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญกับการพัฒนา เพื่อให้หลุดพ้นจากความยากจนสู่เป้าหมายการที่พึ่งพาตนเอง และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณี วัฒนธรรม ลุ่มนํ้าโขงของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงการยกมาตรฐานสินค้ากลุ่มผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ายอมคราม และส่งเสริมพื้นที่ที่มีศักยภาพให้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในระดับภูมิภาค
นอกจากนี้แล้วเพื่อการจัดงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภูมิ ภาค ลุ่มนํ้าโขง มีสีสีน มีความหลากหลายทางบันเทิง การแสดงนิทรรศการ จังหวัดและคณะการจัดงาน ได้รับความร่วมมือจาก สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ หรือ TCEB ในการเชิญผู้ประกอบในภาค ตะวันออกเฉียงเหนือมาร่วมกันเป็นเจ้าภาพในงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง เหมือนกับการจัดงานในครั้งที่ 1 เพื่อเชิญผู้ผลิต ผู้ประกอบการจากทุกประเทศที่มาร่วมในงานดังกล่าว และผู้ผลิต ผู้ประกอบการในกลุ่มจังหวัดทั้ง 5 กลุ่มของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มาร่วมประชุมกันเพื่อนำการต่อยอดไปสู่การค้าขายในเชิงพาณิชย์ ในวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 ก่อนที่จะมีการจัดการจับคู่การเจรจาธุรกิจกันในวันที่ 1 มีนาคม 2561 ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,341 วันที่ 18 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายวัฒนา พุฒิชาติ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์-4 มีนาคม 2561 จังหวัดอุดรธานีและกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1, TCEB, การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานอุดรธานี และหน่วยงานพันธมิตรทุกภาคส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภาคลุ่มนํ้าโขง หรือ GMS FABRIC EXPO 2018 ที่บริเวณทุ่งศรีเมืองอุดรธานี หน้าศาลากลางจังหวัดอุดรธานี โดยจะมีผู้ประกอบการผ้าทอมือจากในไทยและประเทศลุ่มแม่นํ้าโขงหรือ GMS 6 ประเทศ คือไทย สปป.ลาว เวียดนาม เมียนมา กัมพูชา และจีน มาร่วมกันออกบูธแสดงนิทรรศการการผลิตผ้าทอมือ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละประเทศ ภายใต้แนวความคิด “อลังการสีสัน ผ้าทอมือแห่งลุ่มนํ้าโขง”
การจัดงานมหกรรมผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขงครั้งที่ 2 นี้ มีแนวความคิดการจัดงาน ภาคใต้แนวความคิดอลังการสีสันผ้าทอมืออนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง หรือ Colorful Fabric Life ที่จะโชว์ความยิ่งใหญ่ สีสัน ลายผ้า ตระการตาของผ้าทอมือจากทั้ง 6 ประเทศ และเพื่อเพิ่มศักยภาพการต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และการนำธุรกิจเชื่อมโยงกันทุกประเทศในกลุ่มประเทศอนุภูมิ ภาคลุ่มนํ้าโขงอีกครั้งหนึ่ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทั้งนี้ตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 ยุทธศาสตร์ที่ 9 การพัฒนาภาคเมืองและพื้นที่เศรษฐกิจ มุ่งเน้นการสร้างความเข้มแข็งของฐานการผลิตและการบริการใหม่ ที่ให้ความสำคัญกับการกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจและสังคมควบคู่กันไปด้วยกัน โดยมีเป้าหมายที่สำคัญกับการพัฒนา เพื่อให้หลุดพ้นจากความยากจนสู่เป้าหมายการที่พึ่งพาตนเอง และให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประเพณี วัฒนธรรม ลุ่มนํ้าโขงของกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงการยกมาตรฐานสินค้ากลุ่มผ้าไหม ผ้าฝ้าย ผ้ายอมคราม และส่งเสริมพื้นที่ที่มีศักยภาพให้ก้าวขึ้นสู่ความเป็นศูนย์กลางแฟชั่นในระดับภูมิภาค
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,341 วันที่ 18 - 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






