
‘บ้านมะขาม’แตกไลน์ผลิตภัณฑ์ ขยายตลาดใน-นอกดันรายได้
บ.สวนผึ้งหวานเล็งขยายไลน์ผลิตภัณฑ์เพิ่มโอกาสทางการตลาดในประเทศ และต่างประเทศ ทั้งรูปแบบของสแน็กและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการประกอบอาหาร เชื่อสร้างรายได้โตขึ้น 20% ปี 61
นายนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนผึ้งหวาน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะขามแปรรูปภายใต้แบรนด์ “บ้านมะขาม” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กลยุทธ์ในการทำตลาดปี 2561 สำหรับในประเทศไทยจะดำเนินการในรูปแบบของการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายเพราะมองว่าตลาดอยู่ในช่วงอิ่มตัวอยู่แล้ว แต่ยังมีช่องว่างทางการตลาดอยู่อีกมาก โดยที่จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญคือการทำตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะใช้รูปแบบการออกบูธงานเกี่ยวกับอาหารขนาดใหญ่ระดับนานาชาติปีละ 2-3 ครั้ง
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานในรูปแบบดังกล่าว ทำให้บริษัทมีลูกค้าจากต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคจากต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่เคยรับประทานมะขามหวาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะไปออกงานที่ใด บูธของบริษัทก็จะเป็นเพียงเจ้าเดียวที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมะขาม โดยปัจจุบันมีการทำตลาดในประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, เวียดนาม, ฮ่องกง, กลุ่มประเทศในตะวันออก กลาง ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศดูไบ บาห์เรน คูเวต เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์ในการทำตลาดก็คือการเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศต่างๆดังกล่าวนี้ โดยการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ
[caption id="attachment_259204" align="aligncenter" width="335"]
นิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ[/caption]
“การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการทำมะขามแปรรูปในรูปแบบของสแน็ก และการทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการประกอบอาหาร โดยที่บริษัทเริ่มทำผลิตภัณฑ์ประเภทซอส และนํ้ามะขามสำหรับปรุงรส โดยเริ่มมีวางจำหน่ายแล้วที่ห้างค้าส่งแม็คโคร และส่งออกไปยังต่างประเทศ”
นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักนั้น บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ให้พิจารณาอยู่ตลอดเวลาในทุกปี เป็นการเก็บข้อมูลจากลูกค้า เพื่อนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนผลิตภัณฑ์เดิมที่วางจำหน่ายอยู่ก็ยังคงรับความนิยมจากผู้บริโภค ซึ่งทำให้ยังสามารถวางจำหน่ายอยู่บนชั้นวางผลิตภัณฑ์ของเซเว่นฯได้
“จากการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นได้ประมาณ 20% จากปีที่ผ่านมาซึ่งบริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท”
สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “บ้านมะขาม” คือการใช้มะขามหวานจากจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ออกตามฤดูกาล ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งปลูกมะขามหวานแห่งเดียวในประเทศไทย และเป็นที่เดียวในโลก ซึ่งไม่สามารถหาที่อื่นมาทดแทนได้ และมุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติโดยไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย รวมถึงสารเคมี และสารปรุงแต่ง โดยมีจำหน่ายในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ และการใส่เพียงแค่พริกเกลือ หรือนํ้าตาลเท่านั้น
“มะขามหวานจะออกเป็นฤดูกาลเท่านั้น แต่เราสามารถที่จะเก็บสต๊อกเอาไว้ใช้ได้ทั้งปีในห้องเย็น และทยอยนำออกมาใช้ หากถามว่าปีหนึ่งมะขามหวานจะออกเพียงแค่ครั้งเดียวเพียงพอต่อการนำมาแปรรูปจำหน่ายทั้งปีหรือไม่ ต้องเรียนว่าทั้งจังหวัดเพชรบูรณ์ชาวบ้านจะปลูกแต่มะขามหวาน ที่เราไปซื้อมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงทำให้มะขามของเรามีจำหน่ายได้ตลอดทั้งปี”
นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า กุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้น บริษัทให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก โดยการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดมามอบให้ โดยลำดับแรก คือเรื่องของรสชาติที่ต้องอร่อยถูก ปาก รองลงมาเป็นเรื่องของกระบวน การผลิตที่จะต้องดำเนินการอย่างสะอาดถูกหลักอนามัย และเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดมาแปรรูปเพื่อจำหน่าย โดยทำเสมือนปรุงอาหารให้กับญาติพี่น้องรับประทาน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนผึ้งหวาน จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายมะขามแปรรูปภายใต้แบรนด์ “บ้านมะขาม” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า กลยุทธ์ในการทำตลาดปี 2561 สำหรับในประเทศไทยจะดำเนินการในรูปแบบของการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมาจำหน่ายเพราะมองว่าตลาดอยู่ในช่วงอิ่มตัวอยู่แล้ว แต่ยังมีช่องว่างทางการตลาดอยู่อีกมาก โดยที่จะมุ่งเน้นให้ความสำคัญคือการทำตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะใช้รูปแบบการออกบูธงานเกี่ยวกับอาหารขนาดใหญ่ระดับนานาชาติปีละ 2-3 ครั้ง
ทั้งนี้ จากการดำเนินงานในรูปแบบดังกล่าว ทำให้บริษัทมีลูกค้าจากต่างประเทศที่เพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะผู้บริโภคจากต่างประเทศส่วนใหญ่ไม่เคยรับประทานมะขามหวาน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะไปออกงานที่ใด บูธของบริษัทก็จะเป็นเพียงเจ้าเดียวที่มีผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับมะขาม โดยปัจจุบันมีการทำตลาดในประเทศจีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี, ออสเตรเลีย, เวียดนาม, ฮ่องกง, กลุ่มประเทศในตะวันออก กลาง ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศดูไบ บาห์เรน คูเวต เป็นต้น ซึ่งกลยุทธ์ในการทำตลาดก็คือการเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อจากกลุ่มประเทศต่างๆดังกล่าวนี้ โดยการเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ก็คิดว่าน่าจะเพียงพอ
[caption id="attachment_259204" align="aligncenter" width="335"]
“การเพิ่มไลน์ผลิตภัณฑ์ปีนี้ยังคงมุ่งเน้นการทำมะขามแปรรูปในรูปแบบของสแน็ก และการทำผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับการประกอบอาหาร โดยที่บริษัทเริ่มทำผลิตภัณฑ์ประเภทซอส และนํ้ามะขามสำหรับปรุงรส โดยเริ่มมีวางจำหน่ายแล้วที่ห้างค้าส่งแม็คโคร และส่งออกไปยังต่างประเทศ”
นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ในส่วนของช่องทางการจำหน่ายในเซเว่น-อีเลฟเว่น ซึ่งถือเป็นช่องทางหลักนั้น บริษัทได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ให้พิจารณาอยู่ตลอดเวลาในทุกปี เป็นการเก็บข้อมูลจากลูกค้า เพื่อนำมาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่วนผลิตภัณฑ์เดิมที่วางจำหน่ายอยู่ก็ยังคงรับความนิยมจากผู้บริโภค ซึ่งทำให้ยังสามารถวางจำหน่ายอยู่บนชั้นวางผลิตภัณฑ์ของเซเว่นฯได้
“จากการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดในรูปแบบดังกล่าว เชื่อว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทเติบโตขึ้นได้ประมาณ 20% จากปีที่ผ่านมาซึ่งบริษัทมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท”
สำหรับจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ “บ้านมะขาม” คือการใช้มะขามหวานจากจังหวัดเพชรบูรณ์ที่ออกตามฤดูกาล ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งปลูกมะขามหวานแห่งเดียวในประเทศไทย และเป็นที่เดียวในโลก ซึ่งไม่สามารถหาที่อื่นมาทดแทนได้ และมุ่งเน้นความเป็นธรรมชาติโดยไม่มีการใส่วัตถุกันเสีย รวมถึงสารเคมี และสารปรุงแต่ง โดยมีจำหน่ายในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ และการใส่เพียงแค่พริกเกลือ หรือนํ้าตาลเท่านั้น
นายนิวัฒน์ กล่าวอีกว่า กุญแจที่ไขไปสู่ความสำเร็จในการทำธุรกิจนั้น บริษัทให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก โดยการเลือกสรรสิ่งที่ดีที่สุดมามอบให้ โดยลำดับแรก คือเรื่องของรสชาติที่ต้องอร่อยถูก ปาก รองลงมาเป็นเรื่องของกระบวน การผลิตที่จะต้องดำเนินการอย่างสะอาดถูกหลักอนามัย และเลือกใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุดมาแปรรูปเพื่อจำหน่าย โดยทำเสมือนปรุงอาหารให้กับญาติพี่น้องรับประทาน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






