
ล่าหมื่นชื่อต้านพ.ร.บ.อ้อยฯ ชาวไร่ยื่น‘พรเพชร’20ก.พ.นี้ พิจารณาร่างฉบับใหม่
อุตฯอ้อยและนํ้าตาลทรายระสํ่า กลุ่มชาวไร่และโรงงาน ต้านยกร่างปรับปรุงพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทราย ฉบับสนช.เร่งล่ารายชื่อกว่า 1 หมื่นราย ยื่น “พรเพชร” 20 ก.พ.นี้ ชี้เป็นการสร้างความแตกแยก และไม่เป็นธรรม
นายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ เลขาธิการสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาปรับปรุงพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทราย พ.ศ.2527 เพื่อมาแก้ไขยกร่างใหม่ ซึ่งได้มีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 ภาคและเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย (สอน.) ได้เปิดทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาต่อไปนั้น
ทั้งนี้ จากการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ของคณะกรรมการฯดังกล่าว ทางกลุ่มชาวไร่อ้อยและโรงงานนํ้าตาล ไม่เห็นด้วย เนื่องจากร่างพ.ร.บ.ไม่ได้นำความคิดเห็นที่เคยเสนอไปนั้นนำไปปรับปรุง โดยเฉพาะ 3-4 ประเด็นหลัก ที่กลุ่มชาวไร่และโรงงานไม่ต้องการให้เพิ่มคำนิยามของผลพลอยได้อย่างกากนํ้าตาล มาบรรจุไว้ เนื่องจากโรงงานและชาวไร่สามารถตกลงกันได้ในการแบ่งปันผลประโยชน์ เช่นเดียวกับกาก นํ้าตาล
นอกจากนี้ ในมาตรา 20 ที่ให้เพิ่มสมาคม สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ สามารถจดทะเบียนเป็นสถาบันชาวไร่อ้อยได้ โดยไม่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดที่เป็นการปิดกั้นโอกาสของชาวไร่อ้อย เห็นว่า จะเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับกลุ่มชาวไร่ เพราะจะทำให้กลุ่มชาวไร่ที่ไม่ทราบว่าเป็นใครเข้ามาเป็นคณะกรรมการต่างๆ ทั้ง 5 ชุด แสวงหาผลประโยชน์ได้
นายมนตรี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ทาง 4 องค์กร ประกอบด้วยสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ที่ผลิตอ้อยในปริมาณสัดส่วน 95% ของทั้งประเทศอยู่ระหว่างการล่ารายชื่อชาวไร่อ้อยไม่ตํ่ากว่า 1 หมื่นราย เพื่อเสนอไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทรายที่ยกร่างโดยคณะกรรมการฯของสนช. เพราะเห็นว่าไม่มีการเปิดรับความเห็นที่แท้จริง ก่อให้เกิดการแตกแยกในกลุ่มชาวไร่ การเพิ่มโทษที่ไม่สมเหตุสมผลและยังเป็นการทำลายระบบอ้อยและนํ้าตาลทราย
สำหรับปฏิกิริยา2สมาคม ซึ่งประกอบด้วยสมาคมโรงงานนํ้าตาลไทยและสมาคมผู้ผลิตนํ้าตาลและชีวพลังงานไทย ได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย กรณีไม่เห็นด้วยต่อการยกร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวโดยเฉพาะการกำหนดคำนิยามผลพลอยได้ ที่ให้รวมกากอ้อย มาคำนวณในการแบ่งปันรายได้เพราะหากเพิ่มเข้าไป จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และกระทบสัดส่วนการแบ่งปันเดิม รวมถึงส่งข้อคิดเห็นการปรับปรุงร่างพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทราย ไปยังสอน.พิจารณาแล้ว โดยเห็นว่า ควรจะยึดกรอบแนวทางของคณะทำงานพิจารณาปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาลทรายทั้งระบบที่คณะกรรมการ อ้อยและนํ้าตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้ง ที่ชาวไร่และโรงงานได้เห็นพ้องต้องกันแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการเหตุผลและความจำเป็นของการแก้ไขกฎหมาย ที่คำนึงถึงความเป็นธรรม ความเป็นไปได้ในการกำหนดวิธีปฏิบัติ การบริหาร ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง และล่มสลายของอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งการกำหนดบทลงโทษทั้งฝ่ายโรงงานและชาวไร่อ้อย เพิ่มสูงกว่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันหลายเท่าตัวเป็นสิ่งที่รับไม่ได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
นายมนตรี เลาหศักดิ์ประสิทธิ์ เลขาธิการสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาศึกษาปรับปรุงพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทราย พ.ศ.2527 เพื่อมาแก้ไขยกร่างใหม่ ซึ่งได้มีการรับฟังความเห็นจากผู้เกี่ยวข้องทั้ง 4 ภาคและเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ทางสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย (สอน.) ได้เปิดทำประชาพิจารณ์รับฟังความเห็น เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาต่อไปนั้น
นอกจากนี้ ในมาตรา 20 ที่ให้เพิ่มสมาคม สหกรณ์หรือกลุ่มเกษตรกรชาวไร่ สามารถจดทะเบียนเป็นสถาบันชาวไร่อ้อยได้ โดยไม่ต้องกำหนดหลักเกณฑ์หรือเงื่อนไขใดที่เป็นการปิดกั้นโอกาสของชาวไร่อ้อย เห็นว่า จะเป็นการสร้างความแตกแยกให้กับกลุ่มชาวไร่ เพราะจะทำให้กลุ่มชาวไร่ที่ไม่ทราบว่าเป็นใครเข้ามาเป็นคณะกรรมการต่างๆ ทั้ง 5 ชุด แสวงหาผลประโยชน์ได้
นายมนตรี กล่าวอีกว่า ทั้งนี้จากการที่ไม่เห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ทาง 4 องค์กร ประกอบด้วยสหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย สถาบันชาวไร่อ้อยภาคอีสาน สมาพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย และสหสมาคมชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย ที่ผลิตอ้อยในปริมาณสัดส่วน 95% ของทั้งประเทศอยู่ระหว่างการล่ารายชื่อชาวไร่อ้อยไม่ตํ่ากว่า 1 หมื่นราย เพื่อเสนอไปยังนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์นี้ เพื่อคัดค้านร่างพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทรายที่ยกร่างโดยคณะกรรมการฯของสนช. เพราะเห็นว่าไม่มีการเปิดรับความเห็นที่แท้จริง ก่อให้เกิดการแตกแยกในกลุ่มชาวไร่ การเพิ่มโทษที่ไม่สมเหตุสมผลและยังเป็นการทำลายระบบอ้อยและนํ้าตาลทราย
สำหรับปฏิกิริยา2สมาคม ซึ่งประกอบด้วยสมาคมโรงงานนํ้าตาลไทยและสมาคมผู้ผลิตนํ้าตาลและชีวพลังงานไทย ได้ยื่นหนังสือต่อเลขาธิการคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย กรณีไม่เห็นด้วยต่อการยกร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวโดยเฉพาะการกำหนดคำนิยามผลพลอยได้ ที่ให้รวมกากอ้อย มาคำนวณในการแบ่งปันรายได้เพราะหากเพิ่มเข้าไป จะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม และกระทบสัดส่วนการแบ่งปันเดิม รวมถึงส่งข้อคิดเห็นการปรับปรุงร่างพ.ร.บ.อ้อยและนํ้าตาลทราย ไปยังสอน.พิจารณาแล้ว โดยเห็นว่า ควรจะยึดกรอบแนวทางของคณะทำงานพิจารณาปรับโครงสร้างอุตสาหกรรมอ้อยและนํ้าตาลทรายทั้งระบบที่คณะกรรมการ อ้อยและนํ้าตาลทราย กระทรวงอุตสาหกรรมแต่งตั้ง ที่ชาวไร่และโรงงานได้เห็นพ้องต้องกันแล้ว ซึ่งเป็นไปตามหลักการเหตุผลและความจำเป็นของการแก้ไขกฎหมาย ที่คำนึงถึงความเป็นธรรม ความเป็นไปได้ในการกำหนดวิธีปฏิบัติ การบริหาร ไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง และล่มสลายของอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งการกำหนดบทลงโทษทั้งฝ่ายโรงงานและชาวไร่อ้อย เพิ่มสูงกว่าที่ใช้อยู่ในปัจจุบันหลายเท่าตัวเป็นสิ่งที่รับไม่ได้
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,340 วันที่ 15 - 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561






