
เตือนระวังแรงเทขายทองคำ ก่อนตรุษจีน
นายธนรัชต์ พสุวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮั่วเซ่งเฮง โกลด์ฟิวเจอร์ส เปิดเผยว่า ปัจจัยที่ต้องติดตามในไตรมาส 1 นอกจากแรงซื้อขายในเทศกาลตรุษจีนแล้ว ยังมีนโยบายการเงินของธคารกลางสหรัฐ(เฟด) และธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) การเปลี่ยนผ่านประธานเฟด การเลือกตั้งของอิตาลี และการปรับขึ้นหรือลงของตลาดหุ้น ที่อาจมีผลต่อเม็ดเงินที่ไหลเข้าออกทองคำได้ คาดการณ์ราคาทองคำ Spot ในไตรมาส 1 ของปี 2561 อยู่ในกรอบ 1,280-1,370 ดอลลาร์สหรัฐ และราคาทองแท่งในประเทศอยู่ในกรอบ 19,600-20,300 บาท
“นักลงทุนต้องระวังแรงเทขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นในช่วงใกล้วันตรุษจีน ประกอบกับตลาดเงินของจีนจะหยุดยาว 1 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ ซึ่งจีนเป็นผู้ใช้ทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้แรงซื้อทองคำคาดเบาบาง”
สำหรับการประชุมเฟดครั้งแรกของปีนี้( 20-21 มีนาคม) คาดเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งคาดว่า จะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ โดยตลาดให้ความสนใจคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลประธานเพฟและประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ตลาดกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3ครั้ง หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง(เดือนมกราคม)เพิ่มขึ้น
ส่วนการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี 8 มีนาคม) คาดการณ์ว่าอีซีบียังไม่ปรับนโยบายการเงิน แต่จับตาคำแถลงของประธานอีซีบีถึงทที่อาจจะทำให้ทิศทางเงินยูโรเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้ และจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
อีกทั้งการเลือกตั้งอิตาลี(4 มีนาคม) อาจทำให้ตลาดกังวลว่าอิตาลีมีความเสี่ยงในการที่จะต้องออกจากสมาชิกอียู และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซนเพราะอิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ3ของยูโรโซนรองจากเยอรมัน ฝรั่งเศส
“นักลงทุนต้องระวังแรงเทขายทำกำไรที่อาจเกิดขึ้นในช่วงใกล้วันตรุษจีน ประกอบกับตลาดเงินของจีนจะหยุดยาว 1 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ ซึ่งจีนเป็นผู้ใช้ทองคำรายใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้แรงซื้อทองคำคาดเบาบาง”
สำหรับการประชุมเฟดครั้งแรกของปีนี้( 20-21 มีนาคม) คาดเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ซึ่งคาดว่า จะเป็นปัจจัยลบต่อราคาทองคำ โดยตลาดให้ความสนใจคำแถลงของนายเจอโรม พาวเวลประธานเพฟและประมาณการตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ แต่ตลาดกังวลว่าเฟดจะเร่งปรับขึ้นดอกเบี้ยมากกว่า 3ครั้ง หลังตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรและค่าจ้างเฉลี่ยต่อชั่วโมง(เดือนมกราคม)เพิ่มขึ้น
ส่วนการประชุมธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี 8 มีนาคม) คาดการณ์ว่าอีซีบียังไม่ปรับนโยบายการเงิน แต่จับตาคำแถลงของประธานอีซีบีถึงทที่อาจจะทำให้ทิศทางเงินยูโรเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นได้ และจะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
อีกทั้งการเลือกตั้งอิตาลี(4 มีนาคม) อาจทำให้ตลาดกังวลว่าอิตาลีมีความเสี่ยงในการที่จะต้องออกจากสมาชิกอียู และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจยูโรโซนเพราะอิตาลีมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่อันดับ3ของยูโรโซนรองจากเยอรมัน ฝรั่งเศส






