thansettakij
thansettakij
ผ่าลงทุน 135 สหกรณ์ เกินเกณฑ์สูงสุด 574% ยันไม่น่าห่วงเท่าทุจริต

ผ่าลงทุน 135 สหกรณ์ เกินเกณฑ์สูงสุด 574% ยันไม่น่าห่วงเท่าทุจริต

30 ม.ค. 61 | 03:47 น.
อัปเดตล่าสุด :30 ม.ค. 61 | 10:47 น.
เปิดไส้ใน 135 สหกรณ์ลงทุน 3.44 แสนล้านบาท พบลงทุนเกินเกณฑ์สูงสุดพุ่ง 574%-ตํ่าสุด 77% ปล่อยกู้แก่สหกรณ์อื่น 332 สหกรณ์ วงเงิน 7.61 หมื่นล้านบาท อธิบดีกรมตรวจบัญชีฯ ยันไม่น่าห่วงเท่าปัญหาทุจริต

จากการที่ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) ได้ผ่อนผันเกณฑ์การลงทุนของสหกรณ์ออมทรัพย์รายใหญ่ 135 แห่ง ที่มีทุนดำเนินการไม่น้อยกว่า 5 พันล้านบาท ลงทุนได้ไม่เกิน 20% ของทุนเรือนหุ้นบวกทุนสำรอง (ครม.กำหนดเกณฑ์ไม่เกิน 10% ) ในจำนวนนี้พบว่ามีถึง 25 สหกรณ์ มีสัดส่วนลงทุนเกินกว่า 20% เป็นเงินลงทุนกว่า 3 แสนล้านบาท หากเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับในทันที จะกระทบต่อตลาดเงิน-ตลาดทุนอย่างแรง จากแรงเทขายทิ้ง

[caption id="attachment_254378" align="aligncenter" width="503"] โอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ โอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์[/caption]

ต่อเรื่องนี้นายโอภาส ทองยงค์ อธิบดีกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ เปิดเผยกับ“ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ปัจจุบันสหกรณ์ที่ลงทุนเกิน 20% และอยู่ในเกณฑ์ที่ธปท.เป็นห่วงมี 25 สหกรณ์ จำนวนนี้ตํ่าสุด ลงทุนเกินอยู่ที่ 76.98 % และมากสุดอยู่ที่ 574.18% โดย 5 อันดับแรก ส่วนใหญ่เป็นสหกรณ์ในหน่วยงานตำรวจ อาทิ สหกรณ์ตำรวจแห่งชาติ, สหกรณ์โรงพยาบาลตำรวจ,ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจ, สหกรณ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และสหกรณ์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

เงินลงทุนของสหกรณ์ ทั้ง 135 แห่ง ณ สิ้นปี 2559 มีมูลค่า 343,854 ล้านบาท แยกเป็น 1.ลงทุนในตราสารที่มีการซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ 45 สหกรณ์ มูลค่า 255,066 ล้านบาท คิดเป็น 74% ของเงินลงทุนรวม เป็นการลงทุนในหุ้นกู้มากสุดถึง 207,265 ล้านบาท คิดเป็น 81% ของการลงทุนในส่วนนี้ และ 2.การลงทุนที่ไม่ได้ซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ 134 สหกรณ์ มูลค่ารวม 75,388 ล้านบาท คิดเป็น 22.0% ของเงินลงทุนรวม เป็นหุ้นกู้มากสุดถึง 40,843 ล้านบาท คิดเป็น 54% ของการลงทุนส่วนหลัง (ตารางประกอบ)

สำหรับหลักทรัพย์,หุ้นกู้ หรือบริษัท ที่สหกรณ์ นำเงินไปลงทุนสูงสุด 6 อันดับแรกคือ 1. บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน ) (บมจ.) 38 สหกรณ์ วงเงินรวม 33,242 ล้านบาท, 2. บมจ.การบินไทย 38 สหกรณ์ วงเงิน 30,278 ล้านบาท, 3. บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร 38 สหกรณ์ วงเงิน 22,656 ล้านบาท, 4.บมจ.ปตท. 34 สหกรณ์ วงเงิน 21,093 ล้านบาท 5.บจก. ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย 127 สหกรณ์ วงเงิน 18,476 ล้านบาท และ 6.บมจ.อินโดรามา เวนเจอร์ส 31 สหกรณ์ วงเงิน 14,923 ล้านบาท

ส่วนการให้สินเชื่อของ 135 สหกรณ์ คิดเป็นวงเงิน 1.43 ล้านล้านบาท สัดส่วน 94% เป็นการปล่อยกู้ให้สมาชิก 1.35 ล้านล้านบาท ทั้งนี้สหกรณ์ที่ปล่อยกู้ให้สมาชิกเต็มทั้ง 100% มี 106 สหกรณ์ และที่ปล่อยกู้ตํ่ากว่า 40% มีเพียง 4 สหกรณ์ ตํ่าสุด 2 อันดับแรกคือสหกรณ์โรงพยาบาลตำรวจ 5.28% และชุมนุมสหกรณ์ตำรวจแห่งชาติเพียง 0.18% และใน 135 สหกรณ์ปล่อยกู้ให้แก่สหกรณ์อื่น (จำนวน 332 สหกรณ์) เป็นวงเงินรวม 7.61 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 5.32%

MP24-3335-A ด้านเกณฑ์กำกับเรื่องหนี้สินต่อทุนบวกทุนสำรองเกณฑ์บังคับไม่เกิน 1.5 เท่า โดยให้เวลาปรับตัวภายใน 3 ปี พบสหกรณ์ใหญ่ทั้งระบบหนี้สินต่อทุน เฉลี่ยอยู่ที่ 1.41 เท่า สหกรณ์ที่มีหนี้สินต่อทุนสูงสุดคือ สหกรณ์โรงพยาบาลตำรวจอยู่ที่ 14 เท่า, สหกรณ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 3.8 เท่า และสหกรณ์ปตท.ที่ 3.73 เท่า

อย่างไรก็ดีการลงทุนของสหกรณ์สัดส่วนจะเกินเกณฑ์ 20% หรือมีหนี้สินต่อทุนเกิน 1.5 เท่า แต่ไม่น่าห่วง เพราะส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ เรตติ้งไม่น้อย A- และสหกรณ์รายใหญ่มีนักบริหารมืออาชีพ ที่น่าห่วงเป็นสหกรณ์ที่ทำนอกเหนือข้อบังคับ และทุจริต ซึ่งเป็นปัญหามากกว่า อาทิ กรณีสหกรณ์สโมสรรถไฟที่บอร์ดอนุมัติให้ซื้อที่ดินแก่งกระจาน เพชรบุรี 600 ไร่ ทำโครงการอสังหาริมทรัพย์

728x90-03-3-503x62-3-503x62 “การควบคุมสหกรณ์ที่เป็นปัญหามากสุด คือเรื่องการทุจริตและการปลอมแปลงเอกสาร จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นประธาน หรือบอร์ดบริหาร และการปลอมแปลงเอกสาร ทำให้เกิดรูรั่ว ตัวอย่างที่เกิดกับสหกรณ์การเกษตรแห่งหนึ่ง ที่จ่ายเงินเดือนให้กับผู้จัดการถึงเดือนละ 1 แสนบาท ทำให้ผลดำเนินงานขาดทุนติดต่อกัน

โดยตัวละครที่มีบทบาทสำคัญสุดคือ คณะกรรมการดำเนินงานกับตัวประธาน ถ้า ทำงานด้วยความโปร่งใส มีธรรมา ภิบาล กิจการสหกรณ์ก็แทบไม่มีความเสียหาย ส่วนหน้าที่ของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ จะทำตามมาตรฐานการบัญชี คือตรวจสอบบัญชีเอกชนของสหกรณ์ นั้นๆ อีกทีหนึ่ง เหมือนตรวจคิวซี โดยการสุ่มหรือเช็ก จึงเป็นการไล่ตามปัญหา ซึ่งต้นทางที่จะกำกับดูแลได้ดีที่สุดก็คือสมาชิกสหกรณ์นั้นๆ ที่ต้องร่วมสอดส่องดูแล”

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,335 วันที่ 28 - 31 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9