thansettakij
thansettakij
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลง

ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนค่าลง

29 ม.ค. 61 | 02:52 น.
อัปเดตล่าสุด :29 ม.ค. 61 | 09:52 น.
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น จากแรงหนุนของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง

หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์พลังงาน บมจ.ไทยออยล์ รายงานสถานการณ์ราคาน้ำมัน  ประจำวันที่ 29 มกราคม 2561

+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่น จากการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เติบโตน้อยกว่าคาดในไตรมาส 4 โดยเศรษฐกิจสหรัฐฯ ขยายตัวในอัตราร้อยละ  2.6 ต่อปีซึ่งน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.0 ต่อปี

+ ค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลงมีแนวโน้มที่จะเป็นปัจจัยหนุนต่อความต้องการใช้น้ำมัน เนื่องจากราคาน้ำมันดิบในสกุลเงินสหรัฐฯ จะมีราคาถูกลงสำหรับผู้บริโภคที่ถือเงินสกุลอื่น

728x90-03-3-503x62-3-503x62 + CFTC รายงานสถานการณ์ลงทุนสัญญาน้ำมันดิบ WTI ในตลาดซื้อขาย NYMEX ที่นิวยอร์ก และ ICE ที่ลอนดอน ประจําสัปดาห์สิ้นสุดในวันที่ 23 ม.ค. พบว่าผู้จัดการกองทุนปรับเพิ่มปริมาณการถือครองสัญญาน้ำมันดิบสุทธิ (Net Long Position) ราว 7,612 สัญญา มาอยู่ที่ 549,602 สัญญา

- Baker Hughes รายงานจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 26 ม.ค. 61 ปรับเพิ่มขึ้น 12 แท่นจากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 759 แท่น แตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 60

- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบสหรัฐฯ ปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 9.9 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนหน้า

ราคาน้ำมันเบนซิน  ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ โดยได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่สอง อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดน้ำมันเบนซินยังคงถูกกดดันเนื่องจากอุปทานในภูมิภาคยังอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากแรงซื้อที่แข็งแกร่ง และแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่สิงคโปร์ที่ปรับลดลงมาสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ที่ราว 8.9 ล้านบาร์เรล

oil0129 ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 62-67 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 67-72  เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดจะลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 11 หลังความต้องการใช้น้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูงและปริมาณการนำเข้าคาดจะอยู่ในระดับจำกัด โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ในช่วง 10 สัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลงกว่า 47.41 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ระดับ 411.6 ล้านบาร์เรล ขณะที่ ปริมาณน้ำมันดิบคงคลัง ณ จุดส่งมอบ คุชชิ่ง ปรับลดลงมาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีที่ 39.2 ล้านบาร์เรล

จับตามองกำลังการผลิตของประเทศเวเนซุเอลา หลังกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ลดลงมากกว่า 0.6 ล้านบาร์เรลต่อวันจากปี 2559 มาอยู่ที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 30 ปี โดยเวเนซุเอลาได้เผชิญหน้ากับราคาน้ำมันตกต่ำตั้งแต่ในปี 2557 และภาวะเงินเฟ้อที่สูง ส่งผลให้ไม่สามารถชำระหนี้สินที่ได้ยืมจากต่างประเทศได้

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นสูงกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน หลังสภาพอากาศหนาวเย็นผิดปกติได้สิ้นสุดลง ส่งผลให้ผู้ผลิตน้ำมันดิบในสหรัฐฯ สามารถกลับมาเริ่มขุดเจาะได้ตามปกติ

ที่มา : บมจ.ไทยออยล์ ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9