
พาณิชย์เยี่ยมชมการทำงานSWOCพร้อมติดตามสถานการณ์น้ำ
วันนี้ (8 มกราคม 2561) นางสาวชุติมา บุณยประภัศร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และคณะ เดินทางมาติดตามการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC) โดยมี ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน พร้อมด้วยผู้บริหาร และเจ้าหน้าที่กรมชลประทานให้การต้อนรับ ณ ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ ชั้น 3 อาคาร 99 ปี ม.ล.ชูชาติ กำภู กรมชลประทาน สามเสน กรุงเทพฯ
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้ง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 รวมไปถึงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ 20 ปี
ปัจจุบันกรมชลประทานได้ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์กรมชลประทาน 20 ปี(ปี 2560-2579) ประกอบไปด้วยการพัฒนาแหล่งน้ำและการเพิ่มพื้นที่ชลประทานตามศักยภาพของลุ่มน้ำ การเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำตามวัตถุประสงค์การใช้น้ำ การป้องกันความเสียหายและสนับสนุนการบรรเทาภัยอันเกิดจากน้ำ การสร้างเครือข่ายและการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการน้ำชลประทานในระดับพื้นที่ และการปรับเปลี่ยนสู่องค์กรอัจฉริยะ ที่มุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ(Water Security) และเพิ่มคุณค่าการบริการภายในปี 2579 เป็นต้น
ส่วนของผลการดำเนินงานพัฒนาด้านแหล่งน้ำของกรมชลประทาน ตั้งแต่ปี 2557-2560 สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 2.39 ล้านไร่ และมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 1,483 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า(ปี 2560 - 2579)คาดว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 17.95 ล้านไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 13,243 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพการใช้น้ำของประเทศมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
สำหรับการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC : Smart Water Operation Center) ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยระบบงานที่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียว (Single System) มีการแสดงผลแบบ Real-time เพื่อการตัดสินใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2560 ที่ผ่านมา ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในระยะต่อไปจะดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยการต่อยอดให้ SWOC สามารถพยากรณ์และเตือนภัยได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การปรับปรุงโครงการชลประทานที่มีอายุการใช้งานมานานให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานในปัจจุบัน รวมไปถึงการสร้างภาคีเครือข่ายและความร่วมมือ เป็นศูนย์กลางการควบคุมและบริหารน้ำระบบอัจฉริยะ มีการก่อสร้างระบบชลประทานด้วยนวัตกรรมชั้นสูง การปฏิรูประบบกระบวนงาน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านชลประทานและการบริหารจัดการน้ำให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่องค์กรอัจฉริยะที่จะมุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) และเพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการ ซึ่งจะส่งผลให้ในอีก 20 ปีข้างหน้า(ปี 2560 - 2579) สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานจาก 32.68 ล้านไร่(ปี 2560) เป็น 49.5 ล้านไร่ และมีปริมาณน้ำเก็บกักจาก 81,381 ล้าน ลบ.ม.(ปี 2560) เพิ่มขึ้นเป็น 93.655 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้งมีการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ 14.1 ล้านไร่ มีพื้นที่จัดรูปที่ดิน จำนวน 14.46 ล้านไร่ และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ถึง 7.431 ล้านครัวเรือน
ดร.ทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า กรมชลประทาน ได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำและบริหารจัดการน้ำท่วมและน้ำแล้ง ภายใต้แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี แผนยุทธศาสตร์พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 รวมไปถึงแผนยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ 20 ปี
ส่วนของผลการดำเนินงานพัฒนาด้านแหล่งน้ำของกรมชลประทาน ตั้งแต่ปี 2557-2560 สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 2.39 ล้านไร่ และมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้น 1,483 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งในอนาคตอีก 20 ปีข้างหน้า(ปี 2560 - 2579)คาดว่าจะสามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานได้ประมาณ 17.95 ล้านไร่ ปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 13,243 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งจะทำให้เสถียรภาพการใช้น้ำของประเทศมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น
สำหรับการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ(SWOC : Smart Water Operation Center) ที่ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2560 ด้วยระบบงานที่เชื่อมโยงเป็นระบบเดียว (Single System) มีการแสดงผลแบบ Real-time เพื่อการตัดสินใจ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูฝนปี 2560 ที่ผ่านมา ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งในระยะต่อไปจะดำเนินการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ โดยการต่อยอดให้ SWOC สามารถพยากรณ์และเตือนภัยได้อย่างแม่นยำมากยิ่งขึ้น
การปรับปรุงโครงการชลประทานที่มีอายุการใช้งานมานานให้สอดคล้องกับสภาพการใช้งานในปัจจุบัน รวมไปถึงการสร้างภาคีเครือข่ายและความร่วมมือ เป็นศูนย์กลางการควบคุมและบริหารน้ำระบบอัจฉริยะ มีการก่อสร้างระบบชลประทานด้วยนวัตกรรมชั้นสูง การปฏิรูประบบกระบวนงาน มีการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านชลประทานและการบริหารจัดการน้ำให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมุ่งสู่องค์กรอัจฉริยะที่จะมุ่งสร้างความมั่นคงด้านน้ำ (Water Security) และเพื่อเพิ่มคุณค่าการบริการ ซึ่งจะส่งผลให้ในอีก 20 ปีข้างหน้า(ปี 2560 - 2579) สามารถเพิ่มพื้นที่ชลประทานจาก 32.68 ล้านไร่(ปี 2560) เป็น 49.5 ล้านไร่ และมีปริมาณน้ำเก็บกักจาก 81,381 ล้าน ลบ.ม.(ปี 2560) เพิ่มขึ้นเป็น 93.655 ล้าน ลบ.ม. รวมทั้งมีการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ 14.1 ล้านไร่ มีพื้นที่จัดรูปที่ดิน จำนวน 14.46 ล้านไร่ และมีครัวเรือนได้รับประโยชน์ถึง 7.431 ล้านครัวเรือน






