
‘สนธิรัตน์’ จัดเต็ม! แก้สินค้าเกษตร 1 ปีเห็นผล
“สนธิรัตน์” ลั่นได้ผลแน่ หลังจับมือกระทรวงเกษตรฯ แก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรทุกมิติ ชูตลาดนำการผลิต เตรียมวางแผนร่วมแก้ปาล์ม ยาง ข้าว มัน ข้าวโพดทั้งระยะสั้น กลาง ยาว เห็นรูปธรรมใน 1 ปี
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงมาตรการการกำกับดูแลสินค้าเกษตรในปี 2561 ว่า หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างกลไกบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ เดินหน้าปรับกระบวนทัศน์ ใช้การตลาดนำการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและตลาด ตามแนวทางประชารัฐเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการทำงานร่วมของ 2 กระทรวง เนื่องจากสินค้าเกษตรมีปัญหาที่ซับซ้อน ในเบื้องต้นจะเน้นแก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่มีปัญหามากๆ ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ทั้งการวางแผนการผลิต การบริหารจัดการสต๊อก การแปรรูป และการตลาด สามารถสะท้อนข้อมูลย้อนกลับไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อวางแผนในการเพาะปลูกที่เหมาะสม
[caption id="attachment_230857" align="aligncenter" width="503"]
สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์[/caption]
ทั้งนี้จะร่วมกันแก้ไขโครงสร้างของปัญหาให้เกิดความสมดุลของการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรรวมไปถึงการักษาเสถียรภาพทางด้านราคา เพื่อให้เกษตรกร และสินค้าเกษตรของไทยมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในระยะยาว ซึ่งหมายความว่า เกษตรกรจะต้องมีต้นทุนที่แข่งขันได้และคุณภาพสินค้าเป็นที่ยอมรับของตลาดและผลิตได้ตรงตามความต้องการ
“ต้องยอมรับการค้าโลกโดยเฉพาะการส่งออกที่มีสินค้าใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศอื่นที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นสิ่งที่ไทยต้องเร่งทำโครงสร้างการตลาดขึ้นมา การทำงานในวันนี้ไม่เหมือนเดิม เราต้องมีการวางแผนการทำงาน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีมิติของการเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นในปี 2561 ได้อย่างชัดเจนขึ้น ดังนั้นภาพที่ออกมาจะใช้ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาที่เก่งๆในแต่ละด้านเข้ามาช่วย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ ในช่วง 1 ปีที่เหลือของรัฐบาลและเป็นการวางรากฐานที่สำคัญให้กับกระทรวงพาณิชย์ให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งได้ในช่วง 1 ปีที่บริหารงานที่นี่”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงมาตรการการกำกับดูแลสินค้าเกษตรในปี 2561 ว่า หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ได้จับมือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สร้างกลไกบริหารจัดการสินค้าเกษตรแบบบูรณาการ เดินหน้าปรับกระบวนทัศน์ ใช้การตลาดนำการผลิตเพื่อรักษาเสถียรภาพด้านราคาและตลาด ตามแนวทางประชารัฐเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคมที่ผ่านมานั้น ถือว่าเป็นมิติใหม่ของการทำงานร่วมของ 2 กระทรวง เนื่องจากสินค้าเกษตรมีปัญหาที่ซับซ้อน ในเบื้องต้นจะเน้นแก้ปัญหาสินค้าเกษตรที่มีปัญหามากๆ ไม่ว่าจะเป็นปาล์ม ยางพารา ข้าว มันสำปะหลัง ข้าวโพด ทั้งการวางแผนการผลิต การบริหารจัดการสต๊อก การแปรรูป และการตลาด สามารถสะท้อนข้อมูลย้อนกลับไปสู่เกษตรกรในพื้นที่ เพื่อวางแผนในการเพาะปลูกที่เหมาะสม
[caption id="attachment_230857" align="aligncenter" width="503"]
ทั้งนี้จะร่วมกันแก้ไขโครงสร้างของปัญหาให้เกิดความสมดุลของการผลิตและการตลาดสินค้าเกษตรรวมไปถึงการักษาเสถียรภาพทางด้านราคา เพื่อให้เกษตรกร และสินค้าเกษตรของไทยมีความเข้มแข็งและแข่งขันได้ในระยะยาว ซึ่งหมายความว่า เกษตรกรจะต้องมีต้นทุนที่แข่งขันได้และคุณภาพสินค้าเป็นที่ยอมรับของตลาดและผลิตได้ตรงตามความต้องการ
“ต้องยอมรับการค้าโลกโดยเฉพาะการส่งออกที่มีสินค้าใหม่ๆเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศอื่นที่แข็งแกร่งขึ้น เป็นสิ่งที่ไทยต้องเร่งทำโครงสร้างการตลาดขึ้นมา การทำงานในวันนี้ไม่เหมือนเดิม เราต้องมีการวางแผนการทำงาน ทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ซึ่งทั้งหมดนี้จะมีมิติของการเปลี่ยนแปลงที่จะเห็นในปี 2561 ได้อย่างชัดเจนขึ้น ดังนั้นภาพที่ออกมาจะใช้ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาที่เก่งๆในแต่ละด้านเข้ามาช่วย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายเหล่านี้ ในช่วง 1 ปีที่เหลือของรัฐบาลและเป็นการวางรากฐานที่สำคัญให้กับกระทรวงพาณิชย์ให้มีพื้นฐานที่แข็งแกร่งได้ในช่วง 1 ปีที่บริหารงานที่นี่”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561






