thansettakij
thansettakij
ชาวไร่เรียกร้องขอค่าอ้อยเพิ่ม ลั่นต้อง50บาทต่อตัน-ขายปลีกน้ำตาลยังใช้ราคาควบคุม

ชาวไร่เรียกร้องขอค่าอ้อยเพิ่ม ลั่นต้อง50บาทต่อตัน-ขายปลีกน้ำตาลยังใช้ราคาควบคุม

06 ม.ค. 61 | 05:59 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ม.ค. 61 | 12:59 น.
ชาวไร่โอด ขอค่าอ้อยเพิ่มอีก 50 บาทต่อตัน ชง 2 แนวทางช่วย ให้โรงงานหรือกองทุนสำรองจ่ายไปก่อน ล่าสุดโรงงานนํ้าตาลลั่นต้องหารือสมาคมธนาคารก่อนขณะที่กองทุนยันยึดตามมติครม.ห้ามจ่ายชดเชยค่าอ้อย

หลังจากที่คณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย (กอน.)สรุปราคาอ้อยขั้นต้นฤดูกาลผลิต 2560/2561 โดยราคาอ้อยทั่วประเทศอยู่ที่ 880 บาทต่อตัน ซึ่งชาวไร่ไม่พอใจกับราคานี้และต้องการให้ราคาอ้อยอยู่ที่ 900-1,000 บาทต่อตันอ้อย จึงมีการตั้งคณะทำงานขึ้นมาประกอบด้วย ผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้แทนฝ่ายโรงงานและตัวแทนจากส่วนราชการ โดยมีนายอภิจิณ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าคณะ พิจารณาแนวทางช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ขัดกับข้อตกลงองค์การการค้าโลกหรือ WTO

ล่าสุดนายบุญถิ่น โคตรศิริ ผู้อำนวยการสำนักบริหารอ้อยและนํ้าตาลทราย เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากการประชุมเมื่อเร็วๆนี้ชาวไร่อ้อยมีความเห็นว่า ควรเพิ่มค่าอ้อยอีก 50 บาทต่อตันอ้อย โดยมี 2 แนวทางคือ 1. ให้โรงงานนํ้าตาลสำรองจ่ายค่าอ้อยที่ขอเพิ่มขึ้นไปก่อนหรือ 2. ให้สำนักงานกองทุนอ้อยและนํ้าตาลทราย (กท.) ออกเงินค่าอ้อยส่วนที่เพิ่มโดยไม่ต้องกู้ และไม่ต้องเป็นมติที่มาจากครม. แต่ให้เป็นข้อตกลงกันเองระหว่างชาวไร่อ้อย โรง งานนํ้าตาล และกองทุนอ้อยและนํ้าตาลทราย ซึ่งขณะนี้แต่ละสถาบันที่เกี่ยวกับชาวไร่อ้อย เช่น สหพันธ์ชาวไร่อ้อยแห่งประเทศไทย เห็นพ้องตรงกันที่จะต้องเพิ่มค่าอ้อยอีก 50 บาทต่อตันอ้อย และยื่นเรื่องมาถึงสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทรายให้เป็นตัวกลางในการหาข้อยุติ

ต่อเรื่องนี้นายกำธร กิตติโชติทรัพย์ นายกสมาคมชาวไร่อ้อยเขต 7 กล่าวว่า คณะทำงานที่ประกอบด้วย ผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้แทนฝ่ายโรงงานและตัวแทนจากส่วนราชการขอให้โรงงานนํ้าตาลไปพิจารณาว่าราคาอ้อยเบื้องสุดท้ายปลายปีควรจะเป็นเท่าไหร่ และโรงงานนํ้าตาลสามารถสำรองจ่ายค่าอ้อยก่อนได้หรือไม่ เพราะจากราคาอ้อยเบื้องต้นที่ 880 บาทต่อตันชาวไร่ออยู่ไม่ได้ และมองว่าทั้งชาวไร่อ้อย และโรงงานนํ้าตาลจะต้องอยู่ด้วยกัน ส่วนกรณีถ้าให้กองทุนอ้อยและนํ้าตาลทรายสำรองจ่ายก่อนนั้น ถ้าเป็นเงินที่ได้จากการบริหารภายใน ก็เอามาช่วยได้ แต่จะต้องไม่ใช่เงินที่สนับสนุนโดยผ่านมติครม. ที่ผ่านมาการกู้เงินเพื่อมาช่วยชาวไร่อ้อยโดยผ่านความเห็นชอบจากครม.ถือว่าผิดหลัก WTO

TP8-3328-B ด้านโรงงานนํ้าตาล นายคมกริช นาคะลักษณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานองค์กรสัมพันธ์และบริหารองค์กรเพื่อความยั่งยืน กลุ่มมิตรผลกล่าวว่า หลังจากที่ชาวไร่อ้อยต้องการยืมเงินจากโรง งานนํ้าตาลสำรองค่าอ้อยที่อยากให้เพิ่มขึ้นอีก 50 บาทต่อตันอ้อยก่อน จำเป็นต้องให้สมาคมธนาคารเป็นผู้พิจารณาก่อน เพราะเวลาที่แบงก์ให้เงินก็จะให้ตามค่าอ้อยที่ประกาศออกมาคือ 880 บาทต่อตันอ้อย บวกค่าโอเปอเรชันของโรงงานนํ้าตาล เช่น ค่าแรงงาน ค่าการผลิต ดังนั้นเมื่อชาวไร่เรียกร้องให้เพิ่มค่าอ้อยอีก 50 บาทต่อตันอ้อยถือว่าเป็นเงินส่วนที่เพิ่มเข้ามา โรงงานนํ้าตาลกับสมาคมธนาคารก็ต้องหารือร่วมกันก่อนถึงความเป็นไปได้ในการให้ยืมเงินส่วนนี้

นายวีระศักดิ์ ขวัญเมือง ผู้อำนวยการ สำนักงานกองทุนอ้อยและนํ้าตาลทราย (กท.) กล่าวว่า กองทุนจำเป็นต้องยึดตามมติครม.ที่ออกมาเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2560 ที่ห้ามกองทุนจ่ายเงินอุดหนุนในลักษณะดังกล่าวเข้าไปช่วยเพิ่มค่าอ้อย และตามมติ ของคณะทำงานที่ประกอบ ด้วย ผู้แทนเกษตรกรชาวไร่อ้อย ผู้แทนฝ่ายโรงงานและตัวแทนจากส่วนราชการ โดยมีนายอภิจิณ โชติกเสถียร รองปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหัวหน้าคณะพิจารณาแนวทางช่วยเหลือเพื่อไม่ให้ขัดกับข้อตกลงองค์การการค้าโลกหรือWTO ล่าสุดก็ได้ข้อตกลงกันว่าให้โรงงานนํ้าไปหารือกัน

“เวลานี้ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อราคานํ้าตาลลอยตัวแล้วราคาขายจริงจะอยู่ที่เท่าไหร่ ซึ่งตอนคำนวณราคาหน้าโรงงานอยู่ที่ 14 บาทต่อกิโลกรัม แล้วราคาขายปลีกจะอยู่ที่เท่าไหร่ เพราะตรงนี้คือเงินที่จะเข้ากองทุน

“ฐานเศรษฐกิจ” สำรวจราคาขายปลีกนํ้าตาลทรายตามห้าง ร้าน หลังรัฐบาลประกาศลอยตัวนํ้าตาลตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2560 พบว่าราคานํ้าตาลยังคงยึดราคาควบคุมที่ 23.50 บาทต่อกิโลกรัมเช่นเดิม จนกว่า การยกเลิกโควตานํ้าตาล การปล่อยลอยตัวราคานํ้าตาล ที่ผ่านคณะกรรมการอ้อยและนํ้าตาลทราย(กอน.) แล้ว จะผ่านกระบวนการที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาห กรรมจะเสนอเข้าครม. กฤษฎีกาตรวจร่างระเบียบเมื่อครม. เห็นชอบ จากนั้นก็ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา คาดว่าจะเกิดการลอยตัวราคานํ้าตาลเต็มรูปแบบภายในเดือนมกราคม 2561

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,328 วันที่ 4 - 6 มกราคม พ.ศ. 2561
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9