'คลัง-อุตฯ' อุ้มฐานล่าง

26 ธ.ค. 2560 เวลา 10:38 น. 153
P01-3325-3a รัฐมนตรีคลังประกาศยุทธ ศาสตร์ปี 2561 มาตรการคลังมุ่งดูแล 5 ล้านคน สลัดพ้นเส้นความยากจนยั่งยืน
นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวในงานเสวนา“โอกาสประเทศไทย ปี 2018” ว่า 2 ปีที่ผ่านมารัฐบาลปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจสำคัญ 2 ด้านคือระบบชำระเงินออนไลน์และอีอีซี

“เราสร้างโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจ เพื่อให้เติบโตต่อไป และถือเป็นจังหวะที่ดีที่ตลาดโลกดีขึ้น ทำให้เราพร้อมที่จะ take off ทันทีในปีหน้า และจะผลักดันให้ประเทศเติบโตอย่างยั่งยืนจนเพียงพอที่กระจายไปสู่ประชาชนได้ เพราะจุดมุ่งหมายสูงสุดของเราคือ ต้องการให้คนในประเทศมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีความสุข”

นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า การรอให้เศรษฐกิจเติบโตยั่งยืนจนมากพอที่จะกระจายรายได้ไปสู่ระดับล่างตามกลไกธรรมชาติอาจต้องใช้เวลานาน ดังนั้นนโยบายของกระทรวงการคลังในปี 2561 จึงจะเป็นการกระตุ้นให้มีการ กระจายรายได้เร็วขึ้นคือ ช่วยให้คนจน 5 ล้านคนที่มีรายได้ตํ่ากว่าเส้นความยากจน หรือตํ่ากว่า 30,000 บาทต่อปีหลุดพ้นจากความยากจน โดยภายในต้นเดือนมกราคม 2561 จะมีโครงการของกระทรวงการคลังเสนอให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาอนุมัติ
ทั้งนี้มาตรการนี้จะเป็นขบวนการให้กลุ่มคนเหล่านี้มีรายได้มากขึ้น ซึ่งจะมีทั้งหางานให้ทำ ฝึกให้มีความรู้ เตรียมตัวให้เป็นเกษตรกรที่เรียกว่า Smart Farmer ซึ่งจะมีเกือบ 100 โครงการ เพื่อให้หลุดพ้นความยากจนแบบยั่งยืนและครบวงจร

ส่วนปัจจัยที่กระตุ้นเศรษฐกิจในปีหน้า นายอภิศักดิ์ กล่าวว่า ในงบประมาณ ปี 2561 รัฐบาลยังใช้งบประมาณขาดดุล 4.5 แสนล้านบาท ซึ่งจะมีเงินลงทุนจากภาครัฐค่อนข้างสูง และการท่องเที่ยวจะเป็นอีกตัวที่จะมากระตุ้นเศรษฐกิจโดยที่รัฐบาลจะส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนมากขึ้น เพื่อกระจายรายได้ลงสู่ระดับล่างมากขึ้น และที่ขาดไม่ได้เลยคือ การลงทุนภาคเอกชน หากไม่ลงทุนจีดีพีอาจจะโต 4% แต่หากลงทุนเพิ่มเศรษฐกิจ อาจไปได้ถึง 5%

สำหรับการค้าขายออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น 20-30% ทำให้มีการปรับตัวของธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะรายใหญ่ที่หันมาร่วมทุนกับบริษัทค้าขายออนไลน์หรือตั้งบริษัทขึ้นมาเอง รัฐบาลจะส่งเสริมให้เอสเอ็มอีมีตลาดค้าขายผ่านออนไลน์ ด้วยการให้ร้านค้าชุมชนเป็นตัวกลางขายสินค้าออนไลน์ของชุมชน เพื่อให้สามารถขายสินค้าได้ทั่วโลก ขณะที่กรมสรรพากรกำลังดูในเรื่องการจัดเก็บภาษีออนไลน์เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้น

ความคืบหน้าร่างพระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ รัฐมนตรีคลังยืนยันว่า หลักการสำคัญ คือการจัดเก็บภาษีแต่ละประเภทต้องไม่
เป็นภาระหรือเสียภาษีมากกว่าที่เป็นอยู่
รัฐมนตรีอุตสาหกรรมประกาศเดินหน้าเศรษฐกิจปี 2561 จะนำเทค โนโลยีขับเคลื่อนไปสู่อุตสาหกรรม 4.0

P01-3325-5a นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวถึงแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในปีหน้าว่า นอกจากการพัฒนาพื้นที่อีอีซีแล้ว ในช่วงของยุคการเปลี่ยนถ่ายเทคโนโลยี ถือเป็นโอกาสที่จะต้องวางรากฐานของประเทศใหม่ เป็นการปฏิรูปประเทศที่จะนำพาไปสู่ไทยแลนด์ 4.0 โดยในส่วนของภาคอุตสาหกรรม จะต้องมีการปรับตัว จะผลิตหรือค้าขายสินค้าในรูปแบบเดิมไม่ได้อีกแล้ว จะต้องมีการนำเอาเทคโนโลยีและดิจิตอลเข้ามาดำเนินงานสู่อุตสาหกรรม 4.0 เพื่อยกระดับกระบวนการผลิตขึ้นไป สอดรับกับการพัฒนา 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย

โดยเฉพาะการสนับสนุนอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี ที่มีจำนวนกว่า 3 ล้านรายเป็นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่แต่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจน้อย เมื่อเทียบกับผู้ประกอบการายใหญ่ จะต้องเร่งพัฒนาบุคลากรและเทคโนโลยีให้ไปสู่เอสเอ็มอี 4.0

ทั้งนี้ แนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลในการส่งเสริมเอสเอ็มอี จะมุ่งเน้นการเข้าไปสนับสนุนให้เข้าถึงตัวผู้ประกอบการหรือการพัฒนาในเชิงแต่ละพื้นที่เพิ่มมากขึ้น ไม่ให้กระจุกตัวอยู่แค่เฉพาะเมืองใหญ่ๆ

สำหรับการสนับสนุนเอสเอ็มอีในเชิงพื้นที่นั้น ในปี2561มีแนวทางการ ขับเคลื่อน3ทางไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนให้เอสเอ็มอีไปสู่อุตสาหกรรม 4.0 การพัฒนาผู้ประกอบการและการช่วยเหลือให้ก้าวทันผู้ประกอบการายใหญ่ เพื่อให้มีตลาดหรือสามารถเข้าไปแข่งขันได้โดยแผนปฏิบัตินั้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรม มีมาตรการที่จะเข้าไปสนับสนุนเอสเอ็มอีในระดับชุมชน ผู้ประกอบการระดับชุมชน รวมถึงไมโครเอสเอ็มอี ที่จะทำให้รายเล็กๆ มีโอกาสส่งออกสินค้าได้ โดยเข้าไปช่วยเสริมองค์ความรู้ในการประกอบกิจการ

ปัจจุบันกระทรวงอุตสาหกรรมมีศูนย์สนับสนุนและช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SME Support & Rescue Center) 11แห่งเชื่อมโยงทุกจังหวัดทั่วประเทศ ทำหน้าที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอีในทุกๆด้าน ไม่ใช่แค่เป็นหน่วยงานรับคำร้องเรียนและที่ปรึกษาเท่านั้น แต่ศูนย์ดังกล่าวจะมีพื้นที่สำหรับการตั้งเป็นโรงงานต้นแบบให้กับเอสเอ็มอี เข้าไปทดลองใช้เครื่องมืออุปกรณ์ และยังมีสถาบันการศึกษาคอยให้คำแนะนำได้ด้วย และอยู่ระหว่างปรับทัพหน่วยงานต่างๆ จำนวน 248 แห่ง ที่ดูแลเอสเอ็มอี ไม่ให้เกิดการทำงานที่ซํ้าซ้อนกันและทำให้ให้เกิดการเชื่อมโยงกันด้วยระบบออนไลน์ ซึ่งจะทำให้การทำงานเข้าถึงพื้นที่

ดังนั้น จากมาตรการที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติการช่วยเหลือเอสเอ็มอีในรูปแบบต่างๆ ทั้งที่เป็นในรูปของเงินใหม่วงเงิน 8 หมื่นล้านบาท รวมถึงของสถาบันการเงินอีกกว่า 1 แสนล้านบาทแล้ว ก็จะมีชุดความช่วยเหลือ 9 มาตรการใหม่มาเสริมด้วย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,325 วันที่ 24 - 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9

แท็กที่เกี่ยวข้อง