‘ไดกิ้น’เปิดเกมยึดตลาดปี 61 จัดหนัก 200 ล้านอัดแคมเปญ-ไลน์อัพใหม่

19 ธ.ค. 2560 เวลา 8:10 น. 274
ไดกิ้น ไม่หวั่นตลาดเครื่องปรับอากาศขาลง เดินหน้าเปิดตัวแอร์รุ่นใหม่ “สบาย อินเวอร์เตอร์” ไลน์อัพใหม่ ราคาประหยัดพร้อมทุ่มงบกว่า 200 ล้านบาท ปั้นแบรนด์ปีหน้า หวังรั้งแชมป์ผู้นำตลาดต่อเนื่อง

นายฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลล์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องปรับอากาศแบรนด์ ไดกิ้น เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศเมืองไทยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาพบว่าตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านลดลง 30% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่ชะลอตัว ขณะที่ตลาดเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์นั้นยังมีอัตราการเติบโตที่ดีอย่างต่อเนื่อง

[caption id="attachment_242466" align="aligncenter" width="503"] ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลล์ จำกัด ฮิโตชิ ทานากะ ผู้จัดการใหญ่ บริษัท สยามไดกิ้นเซลล์ จำกัด[/caption]

ในส่วนของบริษัทในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังสามารถรักษาการเติบโตได้อยู่จากยอดขายในกลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ที่เป็นตัวสำคัญในการไดรฟ์ยอดขาย โดยเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์เติบโต 15% ขณะที่เครื่องปรับอากาศภายในบ้านมีการเติบโตทรงตัวหรือสูงสุดไม่เกิน 3%

“ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของเรามาจากเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ 40% เครื่องปรับอากาศภายในบ้าน 60% ซึ่งมีสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน ทำให้แม้ภาพรวมตลาดเครื่องปรับอากาศภายในบ้านจะไม่มีการเติบโตแต่ทว่าเรายังรักษาเป้าหมายการเติบโตของบริษัทไว้ได้ โดยเป็นการเติบโตในกลุ่มเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์เป็นตัวผลักดันสำคัญ ซึ่งการเติบโตหลักของเครื่องปรับอากาศในเชิงพาณิชย์ที่มาแรงเนื่องจากเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐที่เข้ามามากขึ้นในปีนี้”

ด้านนายสมพร จันกรีนภาวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามไดกิ้นเซลส์ จำกัด กล่าวว่าสำหรับแผนงานในปีหน้าบริษัทเตรียมเปิดตัวสินค้านวัตกรรมเพื่อรุกตลาดยํ้าแชมป์ความเป็นผู้นำในตลาดเครื่องปรับอากาศเมืองไทยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้งบการตลาด 200 ล้านบาทเท่าปีที่ผ่านมา ล่าสุดได้เปิดตัว “สบาย อินเวอร์เตอร์” ไลน์อัพใหม่ช่วยประหยัดไฟในราคาตํ่า ขนาด 9,000-28,000 BTU รวม 3 รุ่น ถือเป็นไลน์อัพในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ที่มีราคาตํ่าสุด หรือสูงกว่ารุ่นนอนอินเวอร์เตอร์ในขนาดBTUเท่ากันเพียง 500 บาท จากปกติจะมีราคาสูงกว่าถึง 20% มั่นใจว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลให้ปีหน้า ไดกิ้นจะยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำในกลุ่มอินเวอร์เตอร์ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดกว่า 30% จากปัจจุบันอยู่ที่ 23% ได้ ขณะที่ส่วนแบ่งทางการตลาดโดยรวมของไดกิ้นทั้งหมดปัจจุบันอยู่ที่กว่า 28%

MP34-3323-2B อย่างไรก็ตามปัจจุบันตลาดรวมเครื่องปรับอากาศมีจำนวน 1.5 ล้านเครื่อง แบ่งเป็นตลาดเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ 40% คาดการณ์ว่าจะสามารถเติบโตได้อีก 5-10% ซึ่งจากแนวการแข่งขันในตลาดเครื่องปรับอากาศระบบอินเวอร์เตอร์ที่กำลังมาแรงในขณะนี้มั่นใจว่าสัดส่วนเครื่องปรับอากาศกลุ่มดังกล่าวในตลาดจะเพิ่มเป็น 55-60% ในปีหน้า และเพิ่มเป็น 70-80% ในปี 2563 ส่งผลให้นโยบายของทางบริษัทจะให้ความสำคัญในตลาดอินเวอร์เตอร์มากขึ้น เพื่อยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่กว่า 70-80% เป็นรุ่นที่มีอินเวอร์เตอร์ และ 20% เป็นรุ่นนอนอินเวอร์เตอร์

“การทำตลาดจะยังคงเน้นไปที่การส่งเสริมการขาย ผ่านแคมเปญทางการตลาดต่างๆ เพื่อผลักดันยอดขายให้เป็นไปตามเป้าหมาย รวมทั้งยังคงใช้ “ณเดชน์ คูกิมิยะ” เป็นพรีเซนเตอร์ รวมถึงการพัฒนาการบริการหลังการขาย และการให้บริการในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ 5 สาขา Mobile Office 2 แห่ง และ Service Center 3 แห่ง ด้วย”

ขณะที่ภาพรวมการเติบโตของบริษัทคาดการณ์ว่าจบงบประมาณปี 2560 นี้ (เมษายน 2560-มีนาคม 2561) จะมีรายได้ที่ 1 หมื่นล้านบาทเติบโตขึ้น 5% ตํ่ากว่าเป้าเล็กน้อย แบ่งเป็นเครื่องปรับอากาศภายในบ้าน 60% และเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ 40% ส่วนในปีหน้าบริษัทคาดว่าจะมียอดขายเติบโตขึ้น 10%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,323 วันที่ 17 - 20 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9

แท็กที่เกี่ยวข้อง