
'อุตตม'ส่องศักยภาพกาฬสินธุ์นำโครงการรัฐเข้าพท.ดันมาตรฐานไหมไทยสู่สินค้าพรีเมี่ยม
รมว.อุตฯ ส่องศักยภาพ จ.กาฬสินธุ์ นำโครงการรัฐเข้าพื้นที่ พร้อมดันมาตรฐานผ้าไหมไทยสู่สินค้าพรีเมี่ยม
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมติดตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้เยี่ยมชมวิถีการทอผ้าไหมแพรวา ที่ศูนย์วัฒนธรรมภูไท ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ที่อยู่ในโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา โดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่องทางการตลาด
ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์มีจุดเด่น นอกจากผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแล้ว ยังมี SME และ OTOP ขึ้นชื่อ ได้แก่ ปลาร้าเพชรดำฟู้ดส์ ข้าวเหนียวเขาวง กุ้งแม่น้ำและปลาหมอ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าไปให้การช่วยเหลือด้านการแปรรูปเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป สำหรับโครงการสำคัญที่กระทรวงฯได้ดำเนินการในพื้นที่ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและผ้าทอ การพัฒนาการแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ธัญพืชจากข้าว และ มีโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร สำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อย และกลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล
ปัจจุบันนี้ ผ้าไหมแพรวา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จำนวน 192 ราย เป้าหมายในปี 2561 จะมีผลิตภัณฑ์ผ้าไหมได้รับรอง มผช. เพิ่มอีก 40 ราย ซึ่งผู้ผลิตผ้าไหมยังมีความต้องการให้ ภาครัฐเข้าไปช่วยพัฒนากระบวนการผลิตไหม สร้างเครือข่ายการเรียนรู้การผลิตไหม เพื่อยกระดับธุรกิจให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย และช่วยพัฒนาสินค้าพรีเมี่ยม จากผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมด้วย
ทั้งนี้ จากการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ มีอยู่ 3 ข้อ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมสามารถช่วยเหลือได้ คือ 1.) ปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียน ที่ต้องการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยกู้เงินเกินบัญชี ต้องการเงินเพื่อขยายกิจการและการจัดซื้อเครื่องจักร ซึ่งกระทรวงฯได้เตรียมมาตรการทางด้านการเงิน เช่น กองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี กองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ
2.) ปัญหาด้านมาตรฐาน ที่ต้องการให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายและที่ปรึกษาในการจัดทำระบบมาตรฐาน กระทรวงมีคูปองแก่ SMEs ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี รายละ 30,000 บาท สามารถนำไปใช้จัดทำระบบและตรวจสอบด้านมาตรฐาน และรวมถึงการขอรับคำปรึกษาแนะนำด้านมาตรฐานได้ และ3.) ด้านแรงงาน ที่กลุ่มแรงงานหายากและมีอัตราการออกสูง ซึ่งกระทรวงฯมีโครงการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพเครื่องจักร โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานสาขาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs สู่การเป็น Smart SMEs และ Global SMEs ด้านดิจิทัล
สำหรับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ITC) ที่จะยกระดับนวัตกรรมสู่ SMEs 4.0 ในส่วนของภาคอีสาน กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการเปิดศูนย์ ITC 2 แห่ง ในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 จ.อุดรธานี รับผิดชอบ ครอบคลุม จ.บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี และในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 จ.ขอนแก่น รับผิดชอบครอบคลุม จ.นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด
ทั้ง 2 ศูนย์พร้อมเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนมีนาคม 2561 โดยเน้นให้บริการกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร และเครื่องจักรกลการเกษตร ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปใช้บริการโรงงานนำร่อง (Pilot Plant) ที่มีเครื่องจักรกลางคอยให้บริการ มีบริการด้านบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการสนับสนุนและช่วยเหลือSME ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ตลอดจนสมาคมบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ร่วมติดตามพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะลงพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อตรวจราชการและพบปะประชาชนในพื้นที่ ซึ่งได้เยี่ยมชมวิถีการทอผ้าไหมแพรวา ที่ศูนย์วัฒนธรรมภูไท ต.โพน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ที่อยู่ในโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ (CIV) ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเข้าไปช่วยยกระดับเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแพรวา โดยเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยว เพื่อเพิ่มมูลค่าและช่องทางการตลาด
ทั้งนี้ จ.กาฬสินธุ์มีจุดเด่น นอกจากผลิตภัณฑ์ผ้าไหมแล้ว ยังมี SME และ OTOP ขึ้นชื่อ ได้แก่ ปลาร้าเพชรดำฟู้ดส์ ข้าวเหนียวเขาวง กุ้งแม่น้ำและปลาหมอ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าไปให้การช่วยเหลือด้านการแปรรูปเป็นสินค้าเกษตรแปรรูป สำหรับโครงการสำคัญที่กระทรวงฯได้ดำเนินการในพื้นที่ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ผ้าไหมและผ้าทอ การพัฒนาการแปรรูปข้าวเป็นผลิตภัณฑ์ธัญพืชจากข้าว และ มีโครงการสินเชื่อเพื่อเพิ่มการผลิตอ้อยอย่างครบวงจร สำหรับเกษตรกรชาวไร่อ้อย และกลุ่มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล
ปัจจุบันนี้ ผ้าไหมแพรวา และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) จำนวน 192 ราย เป้าหมายในปี 2561 จะมีผลิตภัณฑ์ผ้าไหมได้รับรอง มผช. เพิ่มอีก 40 ราย ซึ่งผู้ผลิตผ้าไหมยังมีความต้องการให้ ภาครัฐเข้าไปช่วยพัฒนากระบวนการผลิตไหม สร้างเครือข่ายการเรียนรู้การผลิตไหม เพื่อยกระดับธุรกิจให้มีคุณภาพและมาตรฐาน สนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัยและรูปแบบผลิตภัณฑ์ที่ทันสมัย และช่วยพัฒนาสินค้าพรีเมี่ยม จากผ้าไหมและผลิตภัณฑ์หม่อนไหมด้วย
ทั้งนี้ จากการรับฟังปัญหาและความต้องการของผู้ประกอบการในพื้นที่ มีอยู่ 3 ข้อ ที่กระทรวงอุตสาหกรรมสามารถช่วยเหลือได้ คือ 1.) ปัญหาด้านเงินทุนหมุนเวียน ที่ต้องการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยกู้เงินเกินบัญชี ต้องการเงินเพื่อขยายกิจการและการจัดซื้อเครื่องจักร ซึ่งกระทรวงฯได้เตรียมมาตรการทางด้านการเงิน เช่น กองทุนพลิกฟื้นเอสเอ็มอี กองทุนฟื้นฟูเอสเอ็มอี กองทุนพัฒนาเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐ
2.) ปัญหาด้านมาตรฐาน ที่ต้องการให้สนับสนุนค่าใช้จ่ายและที่ปรึกษาในการจัดทำระบบมาตรฐาน กระทรวงมีคูปองแก่ SMEs ที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อจากกองทุนพัฒนาเอสเอ็มอี รายละ 30,000 บาท สามารถนำไปใช้จัดทำระบบและตรวจสอบด้านมาตรฐาน และรวมถึงการขอรับคำปรึกษาแนะนำด้านมาตรฐานได้ และ3.) ด้านแรงงาน ที่กลุ่มแรงงานหายากและมีอัตราการออกสูง ซึ่งกระทรวงฯมีโครงการปรับเปลี่ยนประสิทธิภาพเครื่องจักร โครงการเพิ่มผลิตภาพแรงงานสาขาอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ และโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ SMEs สู่การเป็น Smart SMEs และ Global SMEs ด้านดิจิทัล
สำหรับศูนย์ปฏิรูปอุตสาหกรรมสู่อนาคต (ITC) ที่จะยกระดับนวัตกรรมสู่ SMEs 4.0 ในส่วนของภาคอีสาน กระทรวงอุตสาหกรรมจะมีการเปิดศูนย์ ITC 2 แห่ง ในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 4 จ.อุดรธานี รับผิดชอบ ครอบคลุม จ.บึงกาฬ เลย หนองคาย หนองบัวลำภู และอุดรธานี และในพื้นที่ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 5 จ.ขอนแก่น รับผิดชอบครอบคลุม จ.นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม และร้อยเอ็ด
ทั้ง 2 ศูนย์พร้อมเปิดให้บริการได้ประมาณเดือนมีนาคม 2561 โดยเน้นให้บริการกลุ่มเป้าหมาย ที่เป็นอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร และเครื่องจักรกลการเกษตร ผู้ประกอบการสามารถเข้าไปใช้บริการโรงงานนำร่อง (Pilot Plant) ที่มีเครื่องจักรกลางคอยให้บริการ มีบริการด้านบรรจุภัณฑ์ รวมถึงการสนับสนุนและช่วยเหลือSME ซึ่งได้ร่วมกับหน่วยงานเครือข่ายในพื้นที่ เช่น มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน ตลอดจนสมาคมบรรจุภัณฑ์ เป็นต้น






