thansettakij
thansettakij
ติงค์ฯชูเทคโน‘AI TRADE’

ติงค์ฯชูเทคโน‘AI TRADE’

10 ธ.ค. 60 | 02:31 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ธ.ค. 60 | 09:31 น.
“ติ๊งค์ อัลโก้” เปิดตัวแอพ “AI TRADE” ชูเทคโนโลยี “เอไอ” เป็นหัวหอกเสริมเขี้ยวการลงทุน พร้อมวางโมเดลธุรกิจบนพื้นฐาน 3 ส่วน “บูรณาการ-ขับเคลื่อนข้อมูล และความหลากหลายในการลงทุน” พร้อมตั้งเป้ารุกตลาดต่างประเทศในปีหน้า

นายนภ วาศนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ติ๊งค์ อัลโก้ จำกัด ผู้นำด้านการวิจัยและสร้างกลยุทธ์การลงทุนโดยคนไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทได้เปิดแอพพลิเคชันภายใต้ชื่อ “AI TRADE MODEL” เทคโนโลยีในการลงทุนเวอร์ชันล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาและวิจัยมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเทคโนโลยี “ปัญญาประดิษฐ์” หรือเอไอ (AI) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับความผันผวนของตลาดได้ดีขึ้น

[caption id="attachment_239090" align="aligncenter" width="503"] นภ วาศนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ติ๊งค์ อัลโก้ จำกัด นภ วาศนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ติ๊งค์ อัลโก้ จำกัด[/caption]

โดยแนวคิดในการสร้าง สรรค์งานวิจัยและโมเดลต่างๆ ของบริษัท ตั้งอยู่บนพื้นฐาน 3 ประการ คือ การบูรณาการ (Integrative) ซึ่งได้ประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และวิธีการจาก
ศาสตร์หลายแขนง มีการนำเอาเทคโนโลยีเอไอ เข้ามาผสมผสาน อีกทั้งยังมีความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญในทีมพัฒนา ร่วมดูแลการลงทุนอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนข้อมูล (Data-driven) โดยการทำงานทุกอย่างต้องมีข้อมูลที่ถูกต้องมาสนับสนุน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดในการตัดสินใจเพียงเพราะใช้อารมณ์หรือความเชื่อที่ผิดๆ และสุดท้ายก็คือความหลากหลายในพอร์ตการลงทุน (Diversified) การกระจายความเสี่ยงของการลงทุนไปในหลายกลยุทธ์ เพื่อลดความเสี่ยงจากความผันผวนของพอร์ตการลงทุนและเพิ่มโอกาสการสร้างผลตอบแทนในทุกสภาวะตลาด

อย่างไรก็ตามตั้งแต่ปี 2554 ถึงปัจจุบัน บริษัท ติ๊งค์ อัลโก้ฯ ไม่หยุดยั้งที่จะทำการวิจัย พัฒนา และสร้างกลยุทธ์การลงทุน ซึ่งวันนี้พร้อมแล้วที่จะเปิดตัวโมเดลตัวล่าสุดอย่างเป็นทางการแก่นักลงทุนในประเทศไทย และได้รับเกียรติจากบริษัทหลักทรัพย์หลายๆ เจ้ามาร่วมงานเปิดตัวครั้งนี้ โดยในงานจะมีการเปิดตัว 3 โมเดล คือ Waldo, Genie, และ Marty ซึ่งทุกโมเดลอยู่ภายใต้การดูแลของบริษัทหลักทรัพย์ จัดการกองทุนรวมชั้นนำที่มีความเชี่ยวชาญด้านการลงทุน ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศ ได้แก่ บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด, บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) และ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จํากัด (มหาชน)

นอกจากนี้แล้วในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าขยายธุรกิจไปในหลายประเทศ อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย สิงคโปร์ รวมไปถึงประเทศอินเดีย เพื่อรองรับเม็ดเงินในประเทศที่ต้องการลงทุนในต่างประเทศ และเงินในต่างประเทศที่ต้องการจะลงทุนในประเทศไทย

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,320 วันที่ 7 - 9 ธันวาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว