thansettakij
thansettakij
ค่าเงินบาททรงตัว 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ เหตุนักลงทุนรอปรับสถานถือดอลลาร์-สินทรัพย์

ค่าเงินบาททรงตัว 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ เหตุนักลงทุนรอปรับสถานถือดอลลาร์-สินทรัพย์

04 ธ.ค. 60 | 04:53 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ธ.ค. 60 | 11:53 น.
ค่าเงินบาททรงตัวกรอบแคบ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ หลังตลาดกำลังตัดสินใจถือครองดอลลาร์-สินทรัพย์เสี่ยง เหตุมีปัจจัยการเมือ-การปฎิรูปภาษีสหรัฐฯ พร้อมติดตามตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญตลอดสัปดาห์ มองกรอบค่าเงินเคลื่อนไหว 32.60-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุว่าค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ ไม่เปลี่ยนแปลงจาก 32.62 บาทต่อดอลลาร์ฯ ณ สิ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ผันผวนในช่วงท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยดัชนีดอลลาร์ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 93.10 จุด ก่อนจะอ่อนค่าลงและแกว่งตัวใกล้ระดับ 92.80 จุด หลัง ตลาดกำลังตัดสินใจสถานะการถือครองดอลลาร์และสินทรัพย์เสี่ยง จากปัจจัยการเมืองสหรัฐฯ โดยปัจจัยที่สนับสนุนการแข็งค่าของดอลลาร์และสินทรัพย์เสี่ยงคือข่าวความคืบหน้าการผลักดันนโยบายปฏิรูปภาษี หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายดังกล่าว ในขณะที่ ดอลลาร์และหุ้นสหรัฐฯ ยังได้รับแรงกดดันหลังนายไมเคิล ฟินน์ถูกตั้งข้อกล่าวหาจากคณะกรรมการสืบสวนคดีการแทกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯของรัสเซีย 45534269_s

สำหรับสัปดาห์นี้มีตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจดังนี้ เริ่มจากวันวันอังคาร ตลาดคาดการณ์ว่า ภาคการบริการของจีนจะยังคงขยายตัวได้ต่อเนื่อง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ โดย Caixin ที่มีโอกาสปรับตัวขึ้นแตะระดับ 51.5 จุด (มากกว่า 50จุด บ่งชี้ถึงการขยายตัว) และในวันเดียวกันตลาดจะจับตาดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการสหรัฐฯ โดย ISM ซึ่งคาดว่าจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยจาก 60จุด มาสู่ระดับ 59จุด สะท้อนว่าภาคการบริการสหรัฐฯเริ่มขยายตัวในอัตราที่ช้าลง ตัวเลขพุธ นักลงทุนและนักค้าค่าเงินจะจับตาตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนโดย ADP ซึ่งคาดว่าจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้น 2 แสนราย โดยตัวเลขดังกล่าวจะสามารถบ่งชี้ถึงแนวโน้มตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมที่จะรายงานในวันศุกร์ได้

ขณะที่ในวันศุกร์ ตลาดจะจับตาตัวเลขส่งออกและนำเข้าของจีน เพื่อหาแนวโน้มการค้าโลก โดยคาดว่าจะยังคงขยายตัวในอัตรา 7% และ 12% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนตามลำดับ และที่สำคัญ ตลาดจะให้น้ำหนักตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม และการเติบโตของรายได้สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขเศรษฐกิจที่เฟดใช้ประกอบการตัดสินใจนโยบายการเงิน โดยถ้าหากตัวเลขดังกล่าวออกมาดีเกินคาด (จ้างงานเพิ่มขึ้นกว่า 2 แสนราย และรายได้เพิ่มขึ้นกว่า 0.3%จากเดือนก่อน) จะส่งผลให้โอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยได้ตาม Dot plot มีสูง หนุนให้ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์สหรัฐฯดีดตัวสูงขึ้นได้

มองเงินบาทมีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในช่วงกรอบ 32.50-32.75 บาทต่อดอลลาร์ฯ โดยถ้าหาก ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาดีเกินคาด จะส่งผลให้ ดอลลาร์ทรงตัวอยู่ในระดับเดิมได้ ทว่า นักลงทุนจะต้องระมัดระวัง ความผันผวนของค่าเงินที่จะเกิดขึ้น จากข่าวความคืบหน้าการผลักดันกฎหมายปฏิรูปภาษี ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าทั้ง สภาผู้แทนและวุฒิสภาจะเริ่มมีการประชุมหาข้อสรุปร่างกฎหมายปฏิรูปภาษี (reconcilation) ในสัปดาห์นี้ อนึ่งการสืบสวนคดีแทรกแซงการเลือกตั้งรัสเซียโดยทีมงานของนายโรเบิร์ต มูลเลอร์ที่เริ่มเข้มข้นขึ้นอาจจะส่งผลกระทบต่อการพิจารณากฏหมายปฏิรูปภาษีสหรัฐฯ ทำให้ค่าเงินดอลลาร์ยังมีโอกาสอ่อนค่าต่อได้

มองเงินบาทในวันนี้มีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวในช่วงกรอบ 32.60-32.70 บาทต่อดอลลาร์ฯ ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว