thansettakij
thansettakij
‘ร้านอาหาร’ แข่งปั๊มยอด! รับออร์เดอร์ออนไลน์ ส่งด่วนดีลิเวอรี 24 ชม.

‘ร้านอาหาร’ แข่งปั๊มยอด! รับออร์เดอร์ออนไลน์ ส่งด่วนดีลิเวอรี 24 ชม.

06 ธ.ค. 60 | 09:54 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ธ.ค. 60 | 16:54 น.
1616

ร้านอาหารดังขยับทัพ! ชูกลยุทธ์ Online Marketing ผนวกดีลิเวอรีปั๊มยอดขาย ... “ซิซซ์เล่อร์” เสริมบริการอาลีเพย์ หนุนนักชิมใช้จ่ายง่ายขึ้น ขณะที่ “เบอร์เกอร์คิง” จับมือลาล่ามูฟดีลิเวอรี 24 ชั่วโมง พร้อมเปิดสาขาไดร์ฟธรู รับออร์เดอร์ออนไลน์ ฟาก “โดมิโนส์ พิซซ่า” ผนึกไลน์แมน เสิร์ฟความอร่อยถึงบ้าน

ต้องยอมรับว่า ธุรกิจร้านอาหารเมืองไทยมีการแข่งขันที่สูงขึ้นตลอดเวลา ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเชนร้านดังที่พาเหรดเข้ามาเปิดตลาดในไทย ขณะที่ พฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบัน นอกจากจะเลือกซื้ออาหารที่มีคุณภาพ รสชาติอร่อย เรื่องของความสะดวกสบายและการบริการ คือ ส่วนหนึ่งของการตัดสินใจเลือกซื้ออีกด้วย ดังนั้น ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมา จึงมักได้เห็นผู้ประกอบการหลายรายต่างหันมาชูบริการในรูปแบบออนไลน์ ทั้งระบบการชำระเงิน สั่งอาหาร รวมไปถึงบริการดีลิเวอรี

นางนงชนก สถานานนท์ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เอส แอล อาร์ ที จำกัด ผู้บริหารร้าน ‘ซิซซ์เล่อร์’ ในประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธุรกิจร้านอาหารเมืองไทยมีการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้บริษัทต้องปรับตัวในการทำกลยุทธ์ทางการตลาด การขยายฐานกลุ่มเป้าหมาย โดยเฉพาะเมื่อเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่มากขึ้น ล่าสุด บริษัทเปิดรับชำระเงินผ่านแอพพลิเคชันบนมือถือ ‘อาลีเพย์’ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ลูกค้า อีกทั้งยังเป็นการรองรับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่นิยมใช้แอพพลิเคชันดังกล่าวในการชำระเงิน ควบคู่กับการเน้นสื่อสารแบรนด์ไปยังช่องทางออนไลน์เพิ่มมากขึ้น


MP36-3319-A

สำหรับแนวทางการพัฒนาด้านเทคโนโลยีของบริษัทนั้น มีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์กระแสเทคโนโลยีสมัยใหม่ พร้อมทั้งช่วยในแง่ของการอำนวยความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้า พร้อมทั้งช่วยขยายฐานลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้เพิ่มขึ้น ซึ่งนอกจากอาลีเพย์แล้ว ยังมีการสื่อสารแบรนด์ผ่านช่องทางออนไลน์ที่เพิ่มขึ้น ทั้งในส่วนของกิจกรรมการตลาด โปรโมชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น อี-คูปอง และอี-เมมเบอร์ (สมาชิกออนไลน์) เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารของแบรนด์ไปยังกลุ่มเป้าหมาย และรับสิทธิพิเศษในบางแคมเปญ เป็นต้น โดยปัจจุบัน บริษัทมียอดสมาชิกในส่วนของ อี-เมมเบอร์ แล้วกว่าแสนราย

ทั้งนี้ การร่วมมือดังกล่าวถือเป็นการร่วมมือระหว่าง ‘ไมเนอร์ กรุ๊ป’ บริษัทแม่ของซิซซ์เล่อร์ และ ‘เคทีซี’ หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ในการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ ซึ่งลูกค้าจะได้รับความสะดวกและความคุ้มค่า ตั้งแต่เริ่มวางแผนการเดินทางล่วงหน้า ไปจนถึงการใช้ชีวิตระหว่างการเดินทางในประเทศไทย โดยรายละเอียด ภาพ และที่ตั้งของโรงแรม ร้านอาหาร และร้านค้าในเครือไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จะปรากฏอยู่บนแอพพลิเคชัน ‘อาลีเพย์’ พร้อมเนวิกเกเตอร์ เพื่อช่วยให้ลูกค้าหาร้านได้ง่ายขึ้น


โปรโมทแทรกอีบุ๊ก-6

ขณะที่ แผนงานในปีหน้า บริษัทได้เตรียมใช้งบประมาณทั้งสิ้นกว่า 370 ล้านบาท ในการลงทุนต่าง ๆ อย่างครบวงจร แบ่งเป็น งบประมาณด้านการตลาด 200 ล้านบาท งบประมาณสำหรับลงทุนระบบ ภายใน 50 ล้านบาท ขณะที่ อีก 120 ล้านบาท จะเป็นงบประมาณการลงทุนในส่วนของการขยายสาขาใหม่อีกอย่างน้อย 3 สาขา แบ่งเป็น การลงทุน 18-20 ล้านบาทต่อสาขา และส่วนของการรีโนเวตสาขาเดิม 8 สาขา ตามคอนเซ็ปต์ใหม่ของบริษัท

พร้อมกันนี้ ยังนำกลยุทธ์ด้านราคามาใช้ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ขณะนี้ บริษัทได้ลดราคาอาหารเมนูยอดฮิต อาทิ หมู เนื้อ ไก่ ที่ลูกค้าชื่นชอบ ลงถาวร 5-6 เมนู หรือลดลงเฉลี่ย 30-100 บาท ส่วนสลัดบาร์ได้จัดโปรโมชันลดราคาจาก 199 บาท เหลือ 139 บาท ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2561 เพื่อเอาใจและสร้างความคุ้มค่าด้านราคาให้กับลูกค้า รวมทั้งรองรับการแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารปัจจุบัน ที่แข่งกันรุนแรงมาก ตั้งเป้าหมายมียอดขายและลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มอีก วันละ 15% และเพิ่มความถี่ในการเข้าร้านจากเดือนละ 1 ครั้ง เป็นเดือนละ 2 ครั้ง นอกจากนี้ ยังได้ปรับโฉมร้านใหม่ โดยดึงเอกลักษณ์ของแต่ละท้องถิ่นเข้ามาตกแต่งภายในร้าน เช่น สาขาเซ็นทรัลมหาชัย ตกแต่งโดยใช้ปลาทู และมีภาพหิ่งห้อยเข้ามาประกอบ, นครสวรรค์ ใช้บึงบอระเพ็ดที่เป็นสระดอกบัว ซึ่งเริ่มปรับไปแล้ว 4-5 สาขา ซึ่งถือเป็นการปรับคอนเซ็ปต์ครั้งใหญ่รอบ 30 ปี ของซิซซ์เล่อร์

 

[caption id="attachment_104994" align="aligncenter" width="335"] ประพัฒน์ เสียงจันทร์ ประพัฒน์ เสียงจันทร์[/caption]

ด้าน นายประพัฒน์ เสียงจันทร์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือบริษัท ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารร้าน ‘เบอร์เกอร์คิง’ กล่าวว่า บริษัทเล็งเห็นโอกาสที่จะขยายฐานลูกค้าในยุคดิจิตอลมากขึ้น ล่าสุดนี้ ได้ทำการจัดตั้งทีมผู้บริหารเพื่อบริหารงานด้านดิจิตอลโดยเฉพาะ มีเป้าหมายยกระดับบริการหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น รูปแบบการชำระเงินผ่านช่องทาง อี-เพย์เมนต์ ที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ต่าง ๆ อาทิ อาลีเพย์ คอยบริการทำเลที่มีนักท่องเที่ยวจีน นับเป็นจุดเริ่มต้นของการตอบสนองผู้บริโภคในยุคใหม่ ควบคู่ไปกับปรับปรุงบริการของดีลิเวอรีให้มีประสิทธิภาพกว่าเดิม

ล่าสุด ได้จับมือกับ ‘ลาล่ามูฟ (Lalamove)’ ผู้ให้บริการด้านแอพพลิเคชันให้บริการขนส่งสินค้าแบบ On Demand ตลอด 24 ชั่วโมง ในการเพิ่มรูปแบบการให้บริการสั่งอาหารแบบออนไลน์ พร้อมกับบริการส่งสินค้าร่วมกับทางลาล่ามูฟ ก็ถือว่าเป็นธุรกิจการขนส่งเจ้าใหญ่ในประเทศไทย และคาดว่าการร่วมมือในครั้งนี้จะสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ขณะที่ แผนงานในปีหน้า บริษัทจะให้ความสำคัญกับการเปิดสาขาไดร์ฟทรู 20 แห่ง ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล การเปิดสาขาใหม่ของเบอร์เกอร์คิงนี้ นับว่าเป็นการเพิ่มศักยภาพของแบรนด์และกระตุ้นยอดการสั่งอาหารทางออนไลน์ ซึ่งจะเริ่มเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา พบว่า มีผลตอบรับดี หรือมียอดการใช้จ่ายต่อบิลเพิ่มเท่าตัวเป็น 400-500 บาท หากเทียบกับการเข้ามาใช้บริการในสาขา อยู่ที่กว่า 200 บาท โดยมั่นใจว่า จะผลักดันให้ยอดขายที่มาจากออนไลน์เพิ่มเป็น 10% จากเดิม 5% ในปีหน้า


วิทยุพลังงาน

ด้าน นายปรมินทร์ ศรีชวาลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท โดมิโนส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้บริหารร้าน ‘โดมิโนส์ พิซซา’ กล่าวว่า เพื่อเป็นการรองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่นิยมสั่งอาหารแบบออนไลน์มากขึ้น บริษัทจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ด้วยการนำจุดเด่นของบริการในรูปแบบดีลิเวอรีจากร้านสาขาต่างประเทศมาใช้ในไทย โดยเน้นบริการส่งด่วน (Delivery Service) ภายใน 20-30 นาที พร้อมเปิดเว็บไซต์และแอพพลิเคชันบนมือถือเข้ามารองรับ และจัดส่งดีลิเวอรีผ่านไลน์แมน โดยคาดว่า จะสามารถให้บริการได้ในต้นเดือน ธ.ค. นี้

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมงบประมาณ 100 ล้านบาท ในการสร้างกิจกรรมการตลาดเพื่อสื่อสารแบรนด์ภาพลักษณ์ใหม่ ไปยังผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายให้มากที่สุด โดยเน้น Integrated Marketing Communications โฆษณาผ่านช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ ซึ่งจะเปิดเว็บไซต์และแอพพลิเคชันใหม่ในต้นเดือน ธ.ค. นี้ โดยบริษัทวางเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการให้บริการแบบดีลิเวอรีเพิ่มเป็น 70% จากปัจจุบันที่มี 40% นอกจากนี้ ยังมีแพลนขยายสาขาตามชุมชน โรงเรียน มหาวิทยาลัย เพิ่มกว่า 20 แห่ง กระจายทั่วกรุงเทพฯ ปริมณฑล และพัทยา รวมเป็น 50 แห่ง ในปีหน้า ควบคู่กับแผนงานที่อาจจะมีการขยายสาขารูปแบบแฟรนไชส์ หากแบรนด์แข็งแกร่งแล้ว ในปี 2562


หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,319 วันที่ 3-6 ธ.ค. 2560 หน้า 36

ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว