thansettakij
thansettakij
ไทยออยล์คาดสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง

ไทยออยล์คาดสัปดาห์นี้ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง

27 พ.ย. 60 | 07:35 น.
อัปเดตล่าสุด :27 พ.ย. 60 | 14:35 น.
ราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง หลังคาดผู้ผลิตจะขยายข้อตกลงการลดกำลังการผลิตในการประชุมวันที่ 30 พ.ย.

ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 56-61 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 61-66 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

27-11-2560-14-27-12-01 แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (27 พ.ย. – 1 ธ.ค. 60)

ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดจะทรงตัวต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมา จากกลุ่มผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปกที่มีแนวโน้มขยายระยะเวลาของข้อตกลงการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไป 3 – 9 เดือน จากเดิมที่สิ้นสุดเดือน มี.ค. 2561 ในการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย.นี้  รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างซาอุดิอาระเบียและอิหร่านในประเทศเลบานอนและเยเมน ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงสนับสนุนจากกำลังการผลิตของประเทศเวเนซุเอลาที่ปรับลดลงต่ำกว่า 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 28 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้เหตุการณ์ท่อส่งน้ำมันจากประเทศแคนาดาสู่สหรัฐฯ ปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉินหลังพบน้ำมันรั่ว ส่งผลให้การส่งออกน้ำมันดิบมายังสหรัฐฯ ปรับลดลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ยังคงอยู่ในระดับสูงและคาดว่าจะเพิ่มขึ้นจนแตะระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2561 10359794_s-9

ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:

จับตาการประชุมโอเปกในวันที่ 30 พ.ย. 60 ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ว่ากลุ่มผู้ผลิตจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตออกไปเท่าใดจากเดิมที่สิ้นสุดในเดือน มี.ค. 61 โดยซาอุดิอาระเบียและรัสเซียได้มีการออกมากล่าวสนับสนุนการลดการผลิตออกไป 9 เดือนถึงเดือน ธ.ค. 61 เพื่อเป็นการลดปริมาณน้ำมันคงคลังของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว (OECD Oil Stocks) ลงสู่ระดับเฉลี่ย 5 ปี ซึ่งสอดคล้องกับนักวิเคราะห์โดยส่วนใหญ่ที่คาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ผลิตจะขยายระยะเวลาของข้อตกลงออกไปอีก 9 เดือน หลังปริมาณน้ำมันน้ำมันคงคลังล่าสุดในเดือน ก.ย. ยังสูงกว่าระดับค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ประมาณ 154 ล้านบาร์เรล

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางยังคงทวีความรุนแรงมาก หลังซาอุดิอาระเบียจัดประชุมเร่งด่วนเพื่อหารือถึงความพยายามของอิหร่านในการแทรกแซงอำนาจในกลุ่มตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในเยเมนและเลบานอน นอกจากนี้ ความไม่สงบในบาห์เรนยังคงมีความตึงเครียดต่อเนื่อง หลังเกิดเหตุระเบิดระบบท่อขนส่งน้ำมันดิบในบาห์เรนเมื่อวันที่ 10 พ.ย. ที่ผ่านมา โดยผู้นำของบาห์เรนคาดว่าอิหร่านเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการกระทำครั้งนี้

จับตาสถานการณ์ของประเทศเวเนซุเอลาว่าจะสามารถชำระหนี้สินได้หรือไม่ หลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในประเทศซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่สูงกว่า 600 เปอร์เซ็นต์และกองทุนการเงินระหว่างประเทศยังคาดว่าเงินเฟ้ออาจแตะระดับมากกว่า 2350 เปอร์เซ็นต์ในปีหน้า รวมถึงมาตรการของรัฐบาล Marudo ที่ช่วยเหลือราคาอาหารและค่ารักษาพยาบาล จึงส่งผลให้มีหนี้สินสูงถึง 100 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และอยู่ในระดับสูงกว่าทุนสำรองระหว่างประเทศที่เหลืออยู่น้อยกว่า 10 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จึงส่งผลให้อาจมีการผิดชำระหนี้หากไม่สามารถเจรจายืดระยะเวลาการชำระหนี้ได้

ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบยังยืนอยู่ในระดับสูงกว่าต้นทุนการผลิตของการผลิตน้ำมันดิบจากชั้นหินดินดาน (Shale Oil) ที่ระดับ 50 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล โดย สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ (EIA) รายงานปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในสัปดาห์ล่าสุดปรับเพิ่มขึ้นมาแตะระดับเหนือกว่า 9.6 ล้านบาร์เรลต่อวันและคาดจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องไปอยู่ที่ระดับ 10 ล้านบาร์เรลต่อวันในปีหน้า ซึ่งจะส่งผลให้สหรัฐฯ ต้องส่งออกน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้นซึ่งจะกดดันการฟื้นตัวของราคาน้ำมันให้ปรับเพิ่มขึ้นในกรอบจำกัด

ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีภาคการผลิต (Markit PMI) และดัชนีภาคการบริการจีน และ GDP ไตรมาส 3/60 ของสหรัฐฯ แบนเนอร์รายการฐานยานยนต์

สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20 พ.ย. - 24 พ.ย. 60)

ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวเพิ่มขึ้น 2.40 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 58.95 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.14 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มาอยู่ที่ 63.86 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 61.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เนื่องจากได้รับแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สิ้นสุด ณ วันที่ 17 พ.ย. ปรับตัวลดลง 1.9 ล้านบาร์เรล เนื่องจากการนำเข้าน้ำมันดิบจากแคนาดาปรับลดลง หลังท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ซึ่งมีกำลังการขนส่ง 595,000 บาร์เรลต่อวัน ปิดซ่อมบำรุงฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น รวมถึงปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ที่มา : บทวิเคราะห์สถานการณ์น้ำมันประจำสัปดาห์ โดย บมจ.ไทยออยล์ e-book