thansettakij
thansettakij
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดช็อปช่วยชาติ’ ปี’60 กระตุ้นการใช้จ่ายหมื่นล้าน

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดช็อปช่วยชาติ’ ปี’60 กระตุ้นการใช้จ่ายหมื่นล้าน

08 พ.ย. 60 | 03:56 น.
อัปเดตล่าสุด :08 พ.ย. 60 | 10:56 น.
มาตรการ ‘ช็อปช่วยชาติ’ ปี’60… คาดกระตุ้นบรรยากาศการใช้จ่ายของผู้บริโภคเพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ 

ประเด็นสำคัญ

•ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า แม้ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะมีแนวโน้มเติบโตดี หลายภาคส่วนมีการปรับประมาณการ GDP เพิ่มขึ้น ซึ่งการเติบโตดังกล่าวมาจากภาคการส่งออก และการท่องเที่ยวเป็นหลัก แต่หากมองในฝั่งกำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศ กลับพบว่า การเติบโตยังคงกระจุกตัวในบางภาคส่วน โดยเฉพาะในหมวดสินค้าคงทน (รถยนต์) แต่ในหมวดสินค้าอุปโภคบริโภค (ไม่คงทนและกึ่งคงทน) ยังคงมีความเปราะบาง หรือยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

•ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า ผลจากการออกมาตรการ ‘ช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท’ ในปีนี้ น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคให้เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาปกติ ซึ่งถือเป็นโอกาสของบรรดาผู้ประกอบการค้าปลีกที่จะใช้มาตรการดังกล่าว มาเน้นทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาด เพื่อกระตุ้นให้ผู้บริโภคเกิดการใช้จ่ายซื้อสินค้าและบริการ อีกทั้งยังส่งผลต่อธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง เช่น ผู้ผลิตสินค้า (Supplier) เกษตรกรรวมถึงการจ้างงาน

•ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แรงส่งของมาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ น่าจะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในธุรกิจค้าปลีกคิดเป็นเงินใกล้เคียงกับที่ภาครัฐได้ประเมินไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท ซึ่งผู้ประกอบการค้าปลีกควรเตรียมพร้อม ทั้งในเรื่องของสต็อกสินค้า การจัดการเรื่องของใบกำกับภาษี และเร่งทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เร็วขึ้นกว่าปีก่อน เพื่อหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภค

จากมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 เห็นชอบให้มีการใช้มาตรการ “ช็อปช่วยชาติ” ตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน - 3 ธันวาคม 2560 เป็นวงเงิน 15,000 บาท ระยะเวลารวม 23 วัน โดยสามารถนำมาลดหย่อนภาษีประจำปี 2560 ได้นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า มาตรการช็อปช่วยชาติดังกล่าว น่าจะช่วยสร้างบรรยากาศในการจับจ่ายใช้สอยให้กับธุรกิจค้าปลีกได้เพิ่มขึ้นกว่าช่วงปกติ และน่าจะเป็นโอกาสของธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องต่างๆ เช่น ผู้ผลิตสินค้า (Supplier) เกษตรกร รวมถึงการจ้างงานของธุรกิจต่างๆ ในห่วงโซ่ของธุรกิจค้าปลีก

จากที่ก่อนหน้านี้ ธุรกิจค้าปลีกยังคงเผชิญกับปัจจัยกดดันทางด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังคงไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในกลุ่มฐานราก ซึ่งถือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของประเทศ โดยสะท้อนได้จากเครื่องชี้เศรษฐกิจต่างๆ เช่น ราคาสินค้าเกษตรที่เริ่มมีแนวโน้มลดลง อัตราการว่างงานที่เพิ่มขึ้น ยอดขายของสินค้าไม่คงทนและกึ่งคงทนที่ยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน รวมถึงภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้น ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม-สิงหาคม และตุลาคม-พฤศจิกายน และครอบคลุมหลายๆ พื้นที่ ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ ยังคงกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค และทำให้ผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย

kb1108-1 ที่มา: BOT และ KResearch

ทั้งนี้ จากการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ 15,000 บาท ปีนี้ จะมีผลต่อพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน โดยมีรายละเอียดที่สำคัญ ดังนี้

•จากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า มาตรการช็อปช่วยชาติ ปี’60 คนที่มีฐานรายได้สุทธิมากกว่า 500,000 บาทต่อปีขึ้นไป ยังคงวางแผนใช้สิทธิใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยเฉพาะคนที่มีฐานรายได้สุทธิ 2 ล้านบาทขึ้นไป วางแผนที่จะใช้สิทธิเต็มจำนวน แต่คนที่มีฐานรายได้สุทธิไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี วางแผนที่จะใช้สิทธิลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก ยังคงกังวลกำลังซื้อในอนาคต และโดยปกติก็เสียภาษีในอัตราที่ไม่สูงมาก จึงยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้จ่ายเพื่อนำมาลดหย่อนภาษีเพิ่ม

•ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่า แรงส่งของมาตรการช็อปช่วยชาติปีนี้ น่าจะกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในธุรกิจค้าปลีกใกล้เคียงกับที่ภาครัฐได้ประเมินไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท แต่จากการสำรวจพบว่า กว่าร้อยละ 40 ของผู้ที่จะใช้สิทธิจากมาตรการดังกล่าว มีแผนที่จะใช้จ่ายอยู่แล้วในช่วงเทศกาลปีใหม่ เพียงแต่อาจวางแผนเลื่อนวันในการซื้อสินค้าให้เร็วขึ้นในช่วงที่ออกมาตรการ เพื่อต้องการใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษี โดยเฉพาะการใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าที่มีขนาดใหญ่และมีมูลค่าต่อชิ้นสูง

•ศูนย์วิจัยกสิกรไทยมองว่า ปีนี้ ผู้ประกอบการค้าปลีกควรเตรียมพร้อม ทั้งในเรื่องของสต็อกสินค้า การจัดการเรื่องของใบกำกับภาษี และเร่งทำกิจกรรมส่งเสริมการขายให้เร็วขึ้นกว่าปีก่อน เพื่อหนุนการใช้จ่ายของผู้บริโภค และส่งผลให้คาดว่า บรรยากาศโดยรวมในการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีนี้ น่าจะดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่แล้วจากการกระตุ้นการใช้จ่ายโดยผู้ประกอบการร้านค้าปลีกต่างๆ 2 รอบ คือ ช่วงมาตรการช็อปช่วยชาติและช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งต่างจากปีก่อนที่อยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน kb1108-2

ที่มา : ศูนย์วิจัยกสิกรไทย โปรโมทแทรกอีบุ๊ก