
‘วิชวัน’ส่งหลอดไฟไล่ยุงบุกเออีซี
ตลาดหลอดไฟแอลอีดีโตสวนกระแส “วิชวัน อินโฟ” เดินหน้ารุกตลาดใน-ต่างประเทศ เล็งส่ง “ทีพี สตาร์” หลอดไฟไล่ยุงสยายปีกบุกเพื่อนบ้านทั้งเมียนมา ลาว และกัมพูชา หวังปั้นเป็นธุรกิจหลัก ตั้งเป้าดันยอดขายทะลุ 200 ล้านบาทในสิ้นปี
นายปิยฐกรณ์ บวรเจริญพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิชวัน อินโฟ จำกัด ผู้จำหน่ายหลอดไฟแอลอีดี “อีโกส” และหลอดไฟไล่ยุง “ทีพี สตาร์” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตในธุรกิจหลอดไฟโดยเฉพาะหลอดแบบแอลอีดีมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความนิยมที่มีมากขึ้น ทั้งในกลุ่มลูกค้าโครงการและผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากมีข้อได้เปรียบเรื่องของแสงสว่างและการประหยัดพลังงาน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอาคารบ้านเรือน ทำให้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด
[caption id="attachment_219319" align="aligncenter" width="490"]
ปิยฐกรณ์ บวรเจริญพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิชวัน อินโฟ จำกัด[/caption]
“แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะไม่ขยายตัวมากนัก แต่ตลาดหลอดไฟแอลอีดี ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย เนื่องจากโรงงาน และอาคารบ้านเรือนหันมาประหยัดไฟมากยิ่งขึ้น เพราะหลอดไฟดังกล่าวสามารถประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 60%”
ล่าสุดบริษัทเตรียมขยายการทำตลาดหลอดไฟไล่ยุงภายใต้แบรนด์ “ทีพี สตาร์” เข้าไปทำตลาดในเมียนมา ลาว และกัมพูชา ผ่านตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น เพื่อสร้างยอดขายในกลุ่มธุรกิจเอ็นเนอยีเซฟวิ่งที่เดิมจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดพลังงานประเภทหลอดไฟแอลอีดีเพิ่มมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาทจากปัจจุบันที่มีอยู่ 40 ล้านบาทภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้ และก้าวขึ้นเป็นธุรกิจหลักของบริษัทอนาคต ต่อจากกลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษาการวางระบบไอทีและธุรกิจเทเลคอม
“ปัจจุบันธุรกิจรีสอร์ตและร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นิยมใช้หลอดไฟไล่ยุงเพิ่มมากขึ้น เพื่อไล่ยุงและป้องกันไม่ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการเกิดโรคต่างๆ ที่มียุงเป็นพาหะ แม้ราคายังสูงกว่าหลอดไฟธรรมดาถึง 3 เท่าแต่ก็พร้อมที่จะจ่าย”
สำหรับแผนการตลาดในประเทศนับจากนี้ จะเน้นหนักไปที่การสร้างคุณภาพของบุคลากรสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ทั่วไปและลูกค้าโครงการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รองรับอุตสาหกรรมหลอดแอลอีดีของเมืองไทยที่มีการแข่งขันสูง ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าเดิมให้มีความเป็นแบรนด์รอยัลตีมากยิ่งขึ้น ผ่านสินค้าที่มีคุณภาพหลากหลาย ตรงกับความต้องการในการใช้งานแต่ละประเภท ขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่จะเน้นสร้างแบรนด์ผ่านการให้บริการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อดีของหลอดแอลอีดี ผ่านบุคลากร ทีมงานที่มีคุณภาพในแต่ละช่องทางการจำหน่าย
“หลอดไฟแอลอีดีเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตสูงจากปัจจัยบวกของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และอาคารบ้านเรือน รวมทั้งกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนมาใช้หลอดไฟแอลอีดีเพื่อลดต้นทุนการผลิต จนมีการแข่งขันค่อนข้างสูงและคู่แข่งเพิ่มขึ้นทุกปี ส่งผลให้ปัจจุบันตลาดหลอดไฟและโคมไฟส่องสว่างมีมูลค่าถึง 2 หมื่นล้านบาท”
ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 200 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกทำรายได้ไปแล้ว 100 ล้านบาท และครึ่งปีหลังจะเน้นสร้างคุณภาพของบุคลากรเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พร้อมกับฝึกอบรมบุคลากรเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่อีกด้วย ส่วนในปีหน้าบริษัทมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจประกอบกับการเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,305 วันที่ 15 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560
นายปิยฐกรณ์ บวรเจริญพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วิชวัน อินโฟ จำกัด ผู้จำหน่ายหลอดไฟแอลอีดี “อีโกส” และหลอดไฟไล่ยุง “ทีพี สตาร์” เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันแนวโน้มการเติบโตในธุรกิจหลอดไฟโดยเฉพาะหลอดแบบแอลอีดีมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องจากความนิยมที่มีมากขึ้น ทั้งในกลุ่มลูกค้าโครงการและผู้ใช้ทั่วไป เนื่องจากมีข้อได้เปรียบเรื่องของแสงสว่างและการประหยัดพลังงาน รวมถึงการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และอาคารบ้านเรือน ทำให้มีการเติบโตแบบก้าวกระโดด
[caption id="attachment_219319" align="aligncenter" width="490"]
“แม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศจะไม่ขยายตัวมากนัก แต่ตลาดหลอดไฟแอลอีดี ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องอีกด้วย เนื่องจากโรงงาน และอาคารบ้านเรือนหันมาประหยัดไฟมากยิ่งขึ้น เพราะหลอดไฟดังกล่าวสามารถประหยัดไฟได้สูงสุดถึง 60%”
ล่าสุดบริษัทเตรียมขยายการทำตลาดหลอดไฟไล่ยุงภายใต้แบรนด์ “ทีพี สตาร์” เข้าไปทำตลาดในเมียนมา ลาว และกัมพูชา ผ่านตัวแทนจำหน่ายท้องถิ่น เพื่อสร้างยอดขายในกลุ่มธุรกิจเอ็นเนอยีเซฟวิ่งที่เดิมจำหน่ายอุปกรณ์ประหยัดพลังงานประเภทหลอดไฟแอลอีดีเพิ่มมากขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 100 ล้านบาทจากปัจจุบันที่มีอยู่ 40 ล้านบาทภายในระยะเวลา 1 ปีนับจากนี้ และก้าวขึ้นเป็นธุรกิจหลักของบริษัทอนาคต ต่อจากกลุ่มธุรกิจให้คำปรึกษาการวางระบบไอทีและธุรกิจเทเลคอม
“ปัจจุบันธุรกิจรีสอร์ตและร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ นิยมใช้หลอดไฟไล่ยุงเพิ่มมากขึ้น เพื่อไล่ยุงและป้องกันไม่ให้ลูกค้าที่มาใช้บริการเกิดโรคต่างๆ ที่มียุงเป็นพาหะ แม้ราคายังสูงกว่าหลอดไฟธรรมดาถึง 3 เท่าแต่ก็พร้อมที่จะจ่าย”
สำหรับแผนการตลาดในประเทศนับจากนี้ จะเน้นหนักไปที่การสร้างคุณภาพของบุคลากรสร้างความน่าเชื่อถือของแบรนด์ไปยังกลุ่มลูกค้าผู้ใช้ทั่วไปและลูกค้าโครงการต่างๆ เพิ่มมากขึ้น รองรับอุตสาหกรรมหลอดแอลอีดีของเมืองไทยที่มีการแข่งขันสูง ควบคู่กับการรักษาฐานลูกค้าเดิมให้มีความเป็นแบรนด์รอยัลตีมากยิ่งขึ้น ผ่านสินค้าที่มีคุณภาพหลากหลาย ตรงกับความต้องการในการใช้งานแต่ละประเภท ขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่จะเน้นสร้างแบรนด์ผ่านการให้บริการข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับข้อดีของหลอดแอลอีดี ผ่านบุคลากร ทีมงานที่มีคุณภาพในแต่ละช่องทางการจำหน่าย
ในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายที่จะมีรายได้ 200 ล้านบาท โดยในครึ่งปีแรกทำรายได้ไปแล้ว 100 ล้านบาท และครึ่งปีหลังจะเน้นสร้างคุณภาพของบุคลากรเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า พร้อมกับฝึกอบรมบุคลากรเพื่อสร้างฐานลูกค้าใหม่อีกด้วย ส่วนในปีหน้าบริษัทมีแผนขยายธุรกิจไปยังประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการขยายโอกาสทางธุรกิจประกอบกับการเห็นโอกาสทางธุรกิจที่เศรษฐกิจกำลังขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,305 วันที่ 15 - 18 ตุลาคม พ.ศ. 2560






