
ธพ.คาดยอดใช้เบนซิน-ดีเซลปีนี้โต10%
นายวิฑูรย์ กุลเจริญวิรัตน์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน เปิดเผยว่า แนวโน้มยอดใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินและดีเซลปี 2560 คาดว่าจะเติบโต 10% จากปีก่อน เนื่องจากภาพรวมเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวขึ้น รวมทั้งในช่วงปลายปีนี้จะเป็นช่วงไฮซีซั่น ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้เพิ่มขึ้น
สำหรับสถานการณ์การใช้น้ำมันในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเฉลี่ย อยู่ที่ 30.01 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 3.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกชนิดยกเว้นน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91 โดยน้ำมันเบนซินมีการใช้ลดลงเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.25 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 6.7% และแก๊สโซฮอล์ 91 มีการใช้ลดลงเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 10.73 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 4.3%
ขณะที่การใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 28.76 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็น 4.4% โดยแก๊สโซฮอล์อี 85 มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด อยู่ที่ 1.04 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 20.9% เนื่องจากปัจจุบันมีรถยนต์ผลิตใหม่ที่รองรับแก๊สโซฮอล์อี 85 เข้าสู่ท้องตลาดมากขึ้น รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 11.83 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 10.5% เนื่องมาจากราคาขายปลีกที่ปรับตัวใกล้เคียงกันกับแก๊สโซฮอล์ 91 ทำให้ประชาชนเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีค่าออกเทนสูงกว่า ในขณะเดียวกันแก๊สโซฮอล์อี 20 มีการใช้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5.16 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 8.4%
ส่วนการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 62.14 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 2.5% ถึงแม้ว่าราคาขายปลีกจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 แต่ปริมาณการใช้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงมีปริมาณเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ด้านการใช้แอลพีจีเฉลี่ยต่อวันในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2560 อยู่ที่ 16.66 ล้านกิโลกรัมต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 2.4% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของการใช้ทุกภาคยกเว้นภาคขนส่ง ที่มีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 3.67 ล้านกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 9.6% สำหรับการใช้ในภาคอื่นๆ มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้น โดยภาคปิโตรเคมีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นสูงที่สุดอยู่ที่ 5.38 ล้านกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 11.6% รองลงมาเป็นภาคอุตสาหกรรมมีปริมาณการใช้เฉลี่ยอยู่ที่ 1.76 ล้านกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 6.0% และภาคครัวเรือนเฉลี่ยอยู่ที่ 5.85 ล้านกิโลกรัมต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 2.1%
ส่วนการใช้เอ็นจีวีในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 6.84 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.4% เนื่องจากราคาน้ำมันปรับลดลง รวมทั้งสถานีบริการทยอยลดลง จากปัจจุบันอยู่ที่ 462แห่ง เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 487 แห่ง
นอกจากนี้ กรมฯอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ให้เท่ากัน จากปัจจุบันห่างกันเพียง 27 สตางค์ต่อลิตร ทั้งนี้เป็นไปตามแผนบริการจัดการน้ำมัน(Oil Plan) ที่ต้องการสะท้อนราคาน้ำมัน และลดจำนวนเกรดน้ำมัน หากราคาเท่ากันประชาชนจะเป็นผู้เลือกใช้เอง คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เร็วๆนี้
สำหรับสถานการณ์การใช้น้ำมันในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ การใช้น้ำมันกลุ่มเบนซินเฉลี่ย อยู่ที่ 30.01 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 3.9% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของน้ำมันกลุ่มเบนซินเกือบทุกชนิดยกเว้นน้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล์ 91 โดยน้ำมันเบนซินมีการใช้ลดลงเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1.25 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 6.7% และแก๊สโซฮอล์ 91 มีการใช้ลดลงเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 10.73 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราลดลง 4.3%
ขณะที่การใช้น้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์มีปริมาณการใช้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เฉลี่ยอยู่ที่ 28.76 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็น 4.4% โดยแก๊สโซฮอล์อี 85 มีอัตราการใช้เพิ่มขึ้นมากที่สุด อยู่ที่ 1.04 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 20.9% เนื่องจากปัจจุบันมีรถยนต์ผลิตใหม่ที่รองรับแก๊สโซฮอล์อี 85 เข้าสู่ท้องตลาดมากขึ้น รองลงมาเป็นแก๊สโซฮอล์ 95 มีปริมาณการใช้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉลี่ยอยู่ที่ 11.83 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 10.5% เนื่องมาจากราคาขายปลีกที่ปรับตัวใกล้เคียงกันกับแก๊สโซฮอล์ 91 ทำให้ประชาชนเลือกใช้น้ำมันชนิดที่มีค่าออกเทนสูงกว่า ในขณะเดียวกันแก๊สโซฮอล์อี 20 มีการใช้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยอยู่ที่ 5.16 ล้านลิตรต่อวัน คิดเป็นอัตราเพิ่มขึ้น 8.4%
ส่วนการใช้น้ำมันดีเซลเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 62.14 ล้านลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนคิดเป็น 2.5% ถึงแม้ว่าราคาขายปลีกจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2559 แต่ปริมาณการใช้ยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องตามการเติบโตทางเศรษฐกิจและปริมาณรถยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงมีปริมาณเพิ่มขึ้น 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ส่วนการใช้เอ็นจีวีในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ อยู่ที่ 6.84 ล้านกิโลกรัมต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 12.4% เนื่องจากราคาน้ำมันปรับลดลง รวมทั้งสถานีบริการทยอยลดลง จากปัจจุบันอยู่ที่ 462แห่ง เทียบกับปีก่อนอยู่ที่ 487 แห่ง
นอกจากนี้ กรมฯอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับราคาขายปลีกแก๊สโซฮอล์ 95 และแก๊สโซฮอล์ 91 ให้เท่ากัน จากปัจจุบันห่างกันเพียง 27 สตางค์ต่อลิตร ทั้งนี้เป็นไปตามแผนบริการจัดการน้ำมัน(Oil Plan) ที่ต้องการสะท้อนราคาน้ำมัน และลดจำนวนเกรดน้ำมัน หากราคาเท่ากันประชาชนจะเป็นผู้เลือกใช้เอง คาดว่าจะเสนอที่ประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน(กบง.) เร็วๆนี้






