
ปั้น‘มะนีมะนาว’โกยยอด‘เชียงใหม่ไบโอเวกกี้’สบช่องเอาใจแม่บ้านยุคใหม่
“เชียงใหม่ไบโอเวกกี้” ต่อยอดธุรกิจแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ไปสู่มะนาวคั้นสด 100% แช่แข็งแบรนด์มะนีมะนาว เล็งทำตลาดผู้บริโภคทั่วไปตามห้างโมเดิรน์เทรด และเข้าหาลูกค้าโดยตรงจับกลุ่มธุรกิจโฮเรกา คาดสร้างรายได้ปี 61 ได้ 90 ล้านบาท
นางวิริยา พรทวีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ไบโอเวกกี้ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผักอัดเม็ดแบรนด์ “ไบโอเวกกี้” (Bioveggie) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการต่อยอดธุรกิจด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ หรือแตกไลน์ไปสู่การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายมะนาวคั้นสด 100% แช่แข็งแบรนด์ “มะนีมะนาว” โดยมุ่งหวังเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่เป็นแม่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องของการใช้มะนาวได้ไม่หมดจากที่ซื้อมา และกลุ่มของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้มะนาวเป็นวัตถุดิบหรือกลุ่มธุรกิจโฮเรกา (HORECA)
[caption id="attachment_217921" align="aligncenter" width="335"]
วิริยา พรทวีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ไบโอเวกกี้ จำกัด[/caption]
ทั้งนี้ ในส่วนของกลยุทธ์ในการทำตลาดนั้น ที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลองนำผลิตภัณฑ์ไปแสดงในงานไทยเฟ็กซ์ (THAIFEX) เพื่อแนะนำต่อผู้บริโภค โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด สนใจสั่งออร์เดอร์ ไปวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของเดอะมอลล์,บิ๊กซี และแม็คโคร เป็นต้น โดยในระยะเริ่มต้นจะทำการตลาดผ่านช่องทางดังกล่าวเป็นหลักสำหรับเจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่ในกลุ่มของธุรกิจโฮเรกา บริษัทจะใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการเข้าหาลูกค้าโดยตรงเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะทำตลาดในส่วนของการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ โดยมีกลุ่มลูกค้าจากประเทศออสเตรเลีย, มาเลเซีย และฮ่องกงที่ให้ความสนใจอยู่ อย่างไรก็ดีในส่วนของการทำตลาดคาดว่าจะมุ่งเน้นภายในประเทศเป็นหลักก่อนประมาณ 80% และเป็นต่างประเทศประมาณ 20% เนื่องจากกำลังการผลิตในระยะแรกของโรงงานจะมีความสามารถอยู่ที่ประมาณ 50 ตันต่อเดือน หรือคิดเป็นรายได้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านบาทต่อเดือน และเชื่อว่าหลังจากการทำตลาดอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2561 จะทำให้บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 90 ล้านบาทต่อปี
“การเจาะตลาดในกลุ่มของผู้บริโภคทั่วไปนั้น เท่าที่ได้หารือกับโมเดิร์นเทรดบริษัทจะทำเป็นแพ็กเกจแบบถ้วยขนาด 37.5 ซีซีต่อถ้วย โดยจะบรรจุ 6 ถ้วยต่อ 1 แพ็กราคา 55 บาท ขณะที่ในส่วนของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมธุรกิจโฮเรกา จะ บรรจุในแบบมีจุดปิดขนาด 500 มิลลิลิตร จำหน่ายราคา 75 บาท โดยจะมีอายุในการบริโภคยาวนานถึง 18 เดือน หากอยู่ในตู้แช่แข็งโดยยังไม่ได้เปิดใช้งาน ขณะที่หากเปิดใช้งานแล้วจะอยู่ได้อีก 15 วัน ด้วยนวัตกรรมของการใช้เทคโนโลยีทำให้นํ้ามะนาวเป็นนํ้าแข็ง”
นางวิริยา กล่าวต่อไปอีกว่า จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ “มะนีมะนาว” อยู่ที่มาตรฐานทางด้านความปลอดภัยต่อผู้บริโภคไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน GMP,HACCP และที่สำคัญกระบวนการในการปลูกยังได้มาตรฐาน GAP ซึ่งเป็น การควบคุมการเพาะปลูกภายใต้มาตรฐานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยมีการบริหารจัดการกระบวนการเพาะปลูกแบบ สมาร์ทฟาร์เมอร์ (Smart Farmer) ซึ่งจะมีการควบคุมปริมาณปุ๋ย นํ้า และมีการตรวจสอบสารเคมีก่อนเก็บเกี่ยวผลผลิต อีกทั้งยังเป็นมะนาวพันธุ์แบบไร้เมล็ด ซึ่งจะมีรสชาติหวานในความเปรี้ยว เหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นเครื่องดื่ม และเป็นเครื่องปรุงรสในการประกอบอาหาร
ขณะที่บรรจุภัณฑ์ก็ยังเป็นแบบที่สามารถพกพา และใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ ที่สำคัญผู้บริโภคไม่ต้องพะวงเรื่องของราคาจำหน่าย เพราะจะจำหน่ายในราคาคงที่ตลอดทั้งปี จากการที่บริษัทได้ดำเนินการควบคุมผลผลิตด้วยตนเอง และทำสัญญากับฟาร์มที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อให้มีผลผลิตตลอดทั้งปี โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ได้ถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ และคาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายได้ในปี 2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,304 วันที่ 12 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560
นางวิริยา พรทวีวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เชียงใหม่ไบโอเวกกี้ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผักอัดเม็ดแบรนด์ “ไบโอเวกกี้” (Bioveggie) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าขณะนี้บริษัทได้ดำเนินการต่อยอดธุรกิจด้วยการเพิ่มผลิตภัณฑ์ หรือแตกไลน์ไปสู่การเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายมะนาวคั้นสด 100% แช่แข็งแบรนด์ “มะนีมะนาว” โดยมุ่งหวังเจาะตลาดกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปที่เป็นแม่บ้าน ซึ่งส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องของการใช้มะนาวได้ไม่หมดจากที่ซื้อมา และกลุ่มของผู้ประกอบการขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม ร้านอาหาร และทุกกลุ่มอุตสาหกรรมที่ต้องใช้มะนาวเป็นวัตถุดิบหรือกลุ่มธุรกิจโฮเรกา (HORECA)
[caption id="attachment_217921" align="aligncenter" width="335"]
ทั้งนี้ ในส่วนของกลยุทธ์ในการทำตลาดนั้น ที่ผ่านมาบริษัทได้ทดลองนำผลิตภัณฑ์ไปแสดงในงานไทยเฟ็กซ์ (THAIFEX) เพื่อแนะนำต่อผู้บริโภค โดยได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นห้างสรรพสินค้า โมเดิร์นเทรด สนใจสั่งออร์เดอร์ ไปวางจำหน่าย ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มของเดอะมอลล์,บิ๊กซี และแม็คโคร เป็นต้น โดยในระยะเริ่มต้นจะทำการตลาดผ่านช่องทางดังกล่าวเป็นหลักสำหรับเจาะกลุ่มผู้บริโภคทั่วไป ขณะที่ในกลุ่มของธุรกิจโฮเรกา บริษัทจะใช้กลยุทธ์เชิงรุกในการเข้าหาลูกค้าโดยตรงเพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์
นอกจากนี้ ยังเตรียมที่จะทำตลาดในส่วนของการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังต่างประเทศ โดยมีกลุ่มลูกค้าจากประเทศออสเตรเลีย, มาเลเซีย และฮ่องกงที่ให้ความสนใจอยู่ อย่างไรก็ดีในส่วนของการทำตลาดคาดว่าจะมุ่งเน้นภายในประเทศเป็นหลักก่อนประมาณ 80% และเป็นต่างประเทศประมาณ 20% เนื่องจากกำลังการผลิตในระยะแรกของโรงงานจะมีความสามารถอยู่ที่ประมาณ 50 ตันต่อเดือน หรือคิดเป็นรายได้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านบาทต่อเดือน และเชื่อว่าหลังจากการทำตลาดอย่างเป็นรูปธรรมในปี 2561 จะทำให้บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 90 ล้านบาทต่อปี
“การเจาะตลาดในกลุ่มของผู้บริโภคทั่วไปนั้น เท่าที่ได้หารือกับโมเดิร์นเทรดบริษัทจะทำเป็นแพ็กเกจแบบถ้วยขนาด 37.5 ซีซีต่อถ้วย โดยจะบรรจุ 6 ถ้วยต่อ 1 แพ็กราคา 55 บาท ขณะที่ในส่วนของกลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรมธุรกิจโฮเรกา จะ บรรจุในแบบมีจุดปิดขนาด 500 มิลลิลิตร จำหน่ายราคา 75 บาท โดยจะมีอายุในการบริโภคยาวนานถึง 18 เดือน หากอยู่ในตู้แช่แข็งโดยยังไม่ได้เปิดใช้งาน ขณะที่หากเปิดใช้งานแล้วจะอยู่ได้อีก 15 วัน ด้วยนวัตกรรมของการใช้เทคโนโลยีทำให้นํ้ามะนาวเป็นนํ้าแข็ง”
ขณะที่บรรจุภัณฑ์ก็ยังเป็นแบบที่สามารถพกพา และใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย นอกจากนี้ ที่สำคัญผู้บริโภคไม่ต้องพะวงเรื่องของราคาจำหน่าย เพราะจะจำหน่ายในราคาคงที่ตลอดทั้งปี จากการที่บริษัทได้ดำเนินการควบคุมผลผลิตด้วยตนเอง และทำสัญญากับฟาร์มที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อให้มีผลผลิตตลอดทั้งปี โดยปัจจุบันผลิตภัณฑ์ได้ถูกพัฒนาจนเสร็จสมบูรณ์ และคาดว่าจะพร้อมวางจำหน่ายได้ในปี 2561
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,304 วันที่ 12 - 14 ตุลาคม พ.ศ. 2560






