
ศาสตร์พระราชาตำราของพ่อ (ตอน 1) วิชาปรุงไทยในใจคน
เกิดบนผืนแผ่นดินไทยแสนจะโชคดี เพราะไม่ว่าจะเป็นชนชาติใด ซ่อนตัวอยู่แห่งหนตำบลไหน ยากลำบาก หรือทุรกันดารเพียงใด “ในหลวง รัชกาลที่ 9” ก็เสด็จพระราชดำเนินไปหาราษฎรของพระองค์ เพื่อชี้แนะและทรงคิดหาทางแก้ไขปัญหาในทุกเรื่อง ทั้งเรื่องของดิน ฟ้า ป่า ฝน น้ำ ความยากจน เมืองไทยจึงเปรียบเสมือนห้องเรียนขนาดใหญ่ เกิดเป็นโครงการในพระราชดำริมากมายกว่า 4,000 โครงการ
“ศาสตร์พระราชา” หรือคำสอนของพระองค์ จึงเปรียบเสมือนวิชาของพ่อ คือ ของขวัญที่ล้ำค่า และกลายเป็นตำราของแผ่นดินไทยตราบชั่วนิรันดร์ ดังนั้น เพื่อเป็นการต่อยอดศาสตร์พระราชาในการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดทำสารคดีชุด “วิชา 9 หน้า” โดยดึง 9 บุคคลผู้มีอิทธิพลทางความคิดในแต่ละแวดวง มาร่วมสืบสานปณิธานพ่อ ผ่านการนำเสนอใน 9 วิชา ที่ทรงใช้พัฒนาชีวิตคนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
Take a Trip ฉบับนี้ ขอนำเสนอ “วิชาปรุงไทยในใจคน” ถ่ายทอดโดย “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งนำคุณไปเยือน “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี” เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดย รมว.การท่องเที่ยวฯ สะท้อนมุมมองว่า “รัชกาลที่ 9 ทรงมุ่งเน้นอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้สืบต่อเนื่องยาวนาน ‘ปรุง’ ความรักษ์ไทยสู่ใจชาวไทยและอนุชนรุ่นหลัง ด้วยการโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูประเพณีเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติของตนและเผยแพร่ให้ชาวโลกได้ประจักษ์”
มาร่วมสืบสานตำนานเรือ สร้างสรรค์ตำนานไทย กับกระบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งจะมีเรือหลวงเคลื่อนขบวนไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ฝีพายแต่งชุดเต็มยศ พายเป็นจังหวะจะโคน สอดประสานพร้อมเสียงเห่เรือ ดังกึกก้องทั่วท้องน้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์ประมุขไทย อันเป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาจวบจนสมัยรัชกาลที่ 7 จึงหยุดชะงักไป ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และสภาพการเมืองการปกครองในห้วงเวลานั้น
ผ่านมาจนถึงสมัยของ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เมื่อพระองค์เสด็จฯ ไปยังโรงเก็บเรือพระราชพิธีที่คลองบางกอกน้อย เมื่อปี 2495 ทอดพระเนตรเห็นเรือพระราชพิธีต่าง ๆ อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมและเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีพระราชดำริให้ซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนเรือพระราชพิธีต่าง ๆ และการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคในรัชกาลที่ 9 เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2500 เพื่อฉลองปีมหามงคล 25 พุทธศตวรรษ และปี 2502 เมื่อพระองค์เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ ซึ่งจัดเรือได้เต็มขบวน
นอกจากนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้มีการต่อยอดและพัฒนาศิลปะเรืออยู่เสมอ มีการจัดสร้าง “เรือพระนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9” ซึ่งถอดแบบจากเรือพระที่นั่งลำเดิมที่ชำรุดเสียหาย เหลือเพียงโขนเรือที่เป็นรูปพระนารายณ์ประทับอยู่บนหลังของพญาครุฑ และยังมีการจัดขบวนเรือหลวงออกแสดงในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก 2003) เมื่อปี 2546 ทำให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงภูมิปัญญาของไทยที่สั่งสมมานานหลายร้อยปี
ภายในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธีแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมเพื่อศึกษาเรื่องราวของเรือพระราชพิธีได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรือพระราชพิธีต่าง ๆ อย่าง “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ” ที่กรมศิลปากรร่วมกับกองทัพเรือและสำนักพระราชวังได้จัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวาย “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เนื่องในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ที่ทรงครองราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี 2539
ทั้งภาพความงดงามของ “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่องค์ปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 แทนลำเดิมในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นเรือพระที่นั่งชั้นสูง ใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระราชินีเท่านั้น รวมถึงความสวยงามของ “เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช” ซึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 แทนลำเดิมที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหรือผ้าพระกฐินในกระบวนพยุหยาตราชลมารค
นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงบัลลังก์บุษบก บัลลังก์กัญญา สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายของเหล่าฝีพายตำแหน่งต่าง ๆ มีการจำลองกระบวนพยุหยาตราชลมารคให้ได้เห็นภาพอย่างชัดเจนด้วย จารีตประเพณีที่ห่างหายไปนาน ที่ทรงโปรดฯ ให้ฟื้นฟูให้คนไทยได้ภาคภูมิใจถึงศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ อันเป็นมรดกของประเทศ
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,303 วันที่ 8-11 ต.ค. 2560
“ศาสตร์พระราชา” หรือคำสอนของพระองค์ จึงเปรียบเสมือนวิชาของพ่อ คือ ของขวัญที่ล้ำค่า และกลายเป็นตำราของแผ่นดินไทยตราบชั่วนิรันดร์ ดังนั้น เพื่อเป็นการต่อยอดศาสตร์พระราชาในการบูรณาการภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จึงได้จัดทำสารคดีชุด “วิชา 9 หน้า” โดยดึง 9 บุคคลผู้มีอิทธิพลทางความคิดในแต่ละแวดวง มาร่วมสืบสานปณิธานพ่อ ผ่านการนำเสนอใน 9 วิชา ที่ทรงใช้พัฒนาชีวิตคนไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
Take a Trip ฉบับนี้ ขอนำเสนอ “วิชาปรุงไทยในใจคน” ถ่ายทอดโดย “กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งนำคุณไปเยือน “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธี” เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ โดย รมว.การท่องเที่ยวฯ สะท้อนมุมมองว่า “รัชกาลที่ 9 ทรงมุ่งเน้นอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยให้สืบต่อเนื่องยาวนาน ‘ปรุง’ ความรักษ์ไทยสู่ใจชาวไทยและอนุชนรุ่นหลัง ด้วยการโปรดเกล้าฯ ให้ฟื้นฟูประเพณีเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคขึ้นอีกครั้ง เพื่อให้เกิดความภาคภูมิใจในชาติของตนและเผยแพร่ให้ชาวโลกได้ประจักษ์”
มาร่วมสืบสานตำนานเรือ สร้างสรรค์ตำนานไทย กับกระบวนพยุหยาตราชลมารค ซึ่งจะมีเรือหลวงเคลื่อนขบวนไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ฝีพายแต่งชุดเต็มยศ พายเป็นจังหวะจะโคน สอดประสานพร้อมเสียงเห่เรือ ดังกึกก้องทั่วท้องน้ำ เพื่อเฉลิมพระเกียรติองค์ประมุขไทย อันเป็นประเพณีโบราณที่สืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาจวบจนสมัยรัชกาลที่ 7 จึงหยุดชะงักไป ด้วยปัญหาเศรษฐกิจที่สืบเนื่องมาจากสงครามโลกครั้งที่ 1 และสภาพการเมืองการปกครองในห้วงเวลานั้น
ผ่านมาจนถึงสมัยของ “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เมื่อพระองค์เสด็จฯ ไปยังโรงเก็บเรือพระราชพิธีที่คลองบางกอกน้อย เมื่อปี 2495 ทอดพระเนตรเห็นเรือพระราชพิธีต่าง ๆ อยู่ในสภาพชำรุดทรุดโทรมและเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงมีพระราชดำริให้ซ่อมแซมและจัดทำทะเบียนเรือพระราชพิธีต่าง ๆ และการจัดกระบวนพยุหยาตราชลมารคในรัชกาลที่ 9 เริ่มขึ้นครั้งแรกในปี 2500 เพื่อฉลองปีมหามงคล 25 พุทธศตวรรษ และปี 2502 เมื่อพระองค์เสด็จฯ ถวายผ้าพระกฐิน ณ วัดอรุณราชวรารามฯ ซึ่งจัดเรือได้เต็มขบวน
นอกจากนี้ ยังโปรดเกล้าฯ ให้มีการต่อยอดและพัฒนาศิลปะเรืออยู่เสมอ มีการจัดสร้าง “เรือพระนารายณ์ทรงสุบรรณ รัชกาลที่ 9” ซึ่งถอดแบบจากเรือพระที่นั่งลำเดิมที่ชำรุดเสียหาย เหลือเพียงโขนเรือที่เป็นรูปพระนารายณ์ประทับอยู่บนหลังของพญาครุฑ และยังมีการจัดขบวนเรือหลวงออกแสดงในช่วงที่ไทยเป็นเจ้าภาพกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก 2003) เมื่อปี 2546 ทำให้ชาวโลกได้ประจักษ์ถึงภูมิปัญญาของไทยที่สั่งสมมานานหลายร้อยปี
ภายในพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติเรือพระราชพิธีแห่งนี้ นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมเพื่อศึกษาเรื่องราวของเรือพระราชพิธีได้อย่างลึกซึ้ง ไม่ว่าจะเป็นเรือพระราชพิธีต่าง ๆ อย่าง “เรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณ” ที่กรมศิลปากรร่วมกับกองทัพเรือและสำนักพระราชวังได้จัดสร้างขึ้นเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวาย “ในหลวง รัชกาลที่ 9” เนื่องในพระราชพิธีกาญจนาภิเษก ที่ทรงครองราชสมบัติครบ 50 ปี ในปี 2539
ทั้งภาพความงดงามของ “เรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์” ที่มีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา แต่องค์ปัจจุบันสร้างขึ้นใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 แทนลำเดิมในสมัยรัชกาลที่ 1 เป็นเรือพระที่นั่งชั้นสูง ใช้เป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์และพระราชินีเท่านั้น รวมถึงความสวยงามของ “เรือพระที่นั่งอนันตนาคราช” ซึ่งสร้างขึ้นมาใหม่ในสมัยรัชกาลที่ 6 แทนลำเดิมที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 3 ใช้เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำคัญหรือผ้าพระกฐินในกระบวนพยุหยาตราชลมารค
นอกจากนี้ ยังได้จัดแสดงบัลลังก์บุษบก บัลลังก์กัญญา สิ่งของเครื่องใช้ เครื่องแต่งกายของเหล่าฝีพายตำแหน่งต่าง ๆ มีการจำลองกระบวนพยุหยาตราชลมารคให้ได้เห็นภาพอย่างชัดเจนด้วย จารีตประเพณีที่ห่างหายไปนาน ที่ทรงโปรดฯ ให้ฟื้นฟูให้คนไทยได้ภาคภูมิใจถึงศิลปวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ อันเป็นมรดกของประเทศ
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,303 วันที่ 8-11 ต.ค. 2560






