
วอนสตช.คุมเข้มกฎหมายควบคุมน้ำเมาหลังออกพรรษาคนดื่มหนัก
ภาคประชาชนหวั่นหลังออกพรรษาคนดื่มหนัก ทำผิดกฎหมายพุ่ง วอนสตช.คุมเข้มกฎหมายควบคุมน้ำเมา ห่วงงานบุญกฐิน-ผ้าป่า ขาเมาแอบดื่มบนรถ-ดื่มในวัด ทำงานบุญเปื้อนบาป
วันนี้(5ตุลาคม 2560) เวลา10.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)นายชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ประธานเครือข่ายสามล้อไทย พร้อมด้วย นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายวินมอเตอร์ไซค์ใจอาสา เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพฯ กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก ถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผ่านทาง พ.ต.อ.บรรจง วิสาสะ รองผู้บังคับการกองวินัย เพื่อเรียกร้องให้มีการประชาสัมพันธ์ และบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด หลังจากพบปัญหาการดื่มหนักหลังออกพรรษา และทำผิดกฎหมายช่วงเทศกาลงานบุญทอดกฐิน ผ้าป่า
นายชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ประธานเครือข่ายสามล้อไทย กล่าวว่า ทุกๆปีหลังออกพรรษา ประชาชนจำนวนมากออกเดินทางต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานเทศกาลงานบุญกฐิน ผ้าป่า และมักพบการดื่มเฉลิมฉลอง สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย เกิดอุบัติเหตุตามมา อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันออกพรรษา ส่วนการห้ามขายห้ามดื่มในวัด ห้ามดื่มบนรถก็ยังพบการแอบกินดื่มกันอยู่ ทำให้สถิติอุบัติเหตุและปัญหาต่างๆหลังออกพรรษาเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในงานบุญประเพณีต่างๆ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการลดละเลิกเหล้า ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“เครือข่ายฯเห็นว่า สตช.ต้องเร่งสร้างความเข้าใจ จากเจ้าภาพงานกฐิน วัด คนร่วมบุญกฐิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรช่วยกันสร้างกระแสให้สังคมตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากสุรา หากงานบุญกฐินมีเหล้า คนที่มาทำบุญอาจจะได้บาปเสียด้วยซ้ำ”
ด้าน นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า ช่วงเข้าพรรษาทำให้ยอดบาดเจ็บลดลง 50-60 รายต่อวัน ลดผู้พิการ 2 - 3 คนต่อวัน เท่ากับว่าเข้าพรรษา 3 เดือนช่วยเซฟชีวิตผู้พิการได้ 270ราย เซฟผู้เสียชีวิตได้ 200 ราย ดังนั้นหากงดเหล้าต่อเนื่องหลังออกพรรษา ก็จะช่วยเซฟชีวิตผู้คนบนท้องถนนได้อีกเป็นจำนวนมาก และจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เครือข่ายฯมีข้อเสนอต่อสตช. ดังนี้1.ในวันออกพรรษา และช่วงประเพณีทอดกฐิน ผ้าป่า ขอให้ประชาสัมพันธ์ และบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 27และ31 ที่ห้ามขายห้ามดื่มสุราในวัดหรือศาสนสถาน รวมถึงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามดื่มสุราบนรถทุกชนิด ตลอดจนการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษา ซึ่งทั้งสามมาตรการมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อลดอุบัติเหตุและปัญหาสังคมอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญ 2.ขอให้กำลังใจผู้ที่งดเหล้าเข้าพรรษา ลด ละ ต่อไปเพื่อนำไปสู่การเลิกให้ได้ในที่สุด ขอให้หยุดพฤติกรรมดื่มฉลองออกพรรษา การดื่มหนัก และให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนขอให้ประชาชนปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มสุราในงานบุญ ช่วยกันทำให้ประเพณีงานบุญไม่เปื้อนบาป ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความสิ้นเปลือง ยังช่วยลดปัญหาอื่นตามมา เช่น หนี้สิน สุขภาพ ปัญหาครอบครัว อาชญากรรม ลดอุบัติเหตุบาดเจ็บพิการและการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลงานบุญ
วันนี้(5ตุลาคม 2560) เวลา10.00น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)นายชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ประธานเครือข่ายสามล้อไทย พร้อมด้วย นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต เครือข่ายวินมอเตอร์ไซค์ใจอาสา เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และเครือข่ายเฝ้าระวังแอลกอฮอล์กรุงเทพฯ กว่า 30 คน เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึก ถึงพล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ผ่านทาง พ.ต.อ.บรรจง วิสาสะ รองผู้บังคับการกองวินัย เพื่อเรียกร้องให้มีการประชาสัมพันธ์ และบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 อย่างเข้มงวด หลังจากพบปัญหาการดื่มหนักหลังออกพรรษา และทำผิดกฎหมายช่วงเทศกาลงานบุญทอดกฐิน ผ้าป่า
นายชินพัฒน์ ต่อรัตน์ ประธานเครือข่ายสามล้อไทย กล่าวว่า ทุกๆปีหลังออกพรรษา ประชาชนจำนวนมากออกเดินทางต่างจังหวัดเพื่อร่วมงานเทศกาลงานบุญกฐิน ผ้าป่า และมักพบการดื่มเฉลิมฉลอง สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย เกิดอุบัติเหตุตามมา อีกทั้งคนส่วนใหญ่ยังไม่ทราบว่ามีกฎหมายห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์วันออกพรรษา ส่วนการห้ามขายห้ามดื่มในวัด ห้ามดื่มบนรถก็ยังพบการแอบกินดื่มกันอยู่ ทำให้สถิติอุบัติเหตุและปัญหาต่างๆหลังออกพรรษาเพิ่มขึ้น จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องเร่งรณรงค์ให้ประชาชนปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในงานบุญประเพณีต่างๆ เพื่อให้เกิดความต่อเนื่องในการลดละเลิกเหล้า ตลอดจนการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
“เครือข่ายฯเห็นว่า สตช.ต้องเร่งสร้างความเข้าใจ จากเจ้าภาพงานกฐิน วัด คนร่วมบุญกฐิน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ให้ทำผิดกฎหมาย ขณะที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรช่วยกันสร้างกระแสให้สังคมตระหนักถึงปัญหาที่เกิดจากสุรา หากงานบุญกฐินมีเหล้า คนที่มาทำบุญอาจจะได้บาปเสียด้วยซ้ำ”
ด้าน นางสาวเครือมาศ ศรีจันทร์ ผู้ประสานงานเครือข่ายพัฒนาคุณภาพชีวิต กล่าวว่า ช่วงเข้าพรรษาทำให้ยอดบาดเจ็บลดลง 50-60 รายต่อวัน ลดผู้พิการ 2 - 3 คนต่อวัน เท่ากับว่าเข้าพรรษา 3 เดือนช่วยเซฟชีวิตผู้พิการได้ 270ราย เซฟผู้เสียชีวิตได้ 200 ราย ดังนั้นหากงดเหล้าต่อเนื่องหลังออกพรรษา ก็จะช่วยเซฟชีวิตผู้คนบนท้องถนนได้อีกเป็นจำนวนมาก และจากปัญหาที่เกิดขึ้นจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เครือข่ายฯมีข้อเสนอต่อสตช. ดังนี้1.ในวันออกพรรษา และช่วงประเพณีทอดกฐิน ผ้าป่า ขอให้ประชาสัมพันธ์ และบังคับใช้กฎหมาย พ.ร.บ.ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 27และ31 ที่ห้ามขายห้ามดื่มสุราในวัดหรือศาสนสถาน รวมถึงประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ห้ามดื่มสุราบนรถทุกชนิด ตลอดจนการห้ามขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในวันออกพรรษา ซึ่งทั้งสามมาตรการมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือนปรับไม่เกิน 10,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับ เพื่อลดอุบัติเหตุและปัญหาสังคมอันเกิดจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เป็นปัจจัยร่วมที่สำคัญ 2.ขอให้กำลังใจผู้ที่งดเหล้าเข้าพรรษา ลด ละ ต่อไปเพื่อนำไปสู่การเลิกให้ได้ในที่สุด ขอให้หยุดพฤติกรรมดื่มฉลองออกพรรษา การดื่มหนัก และให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ตลอดจนขอให้ประชาชนปรับเปลี่ยนค่านิยมการดื่มสุราในงานบุญ ช่วยกันทำให้ประเพณีงานบุญไม่เปื้อนบาป ซึ่งนอกจากจะช่วยลดความสิ้นเปลือง ยังช่วยลดปัญหาอื่นตามมา เช่น หนี้สิน สุขภาพ ปัญหาครอบครัว อาชญากรรม ลดอุบัติเหตุบาดเจ็บพิการและการเสียชีวิตที่อาจเกิดขึ้นในช่วงเทศกาลงานบุญ






