
‘เคทีซี’ล็อกต้นทุน10ปี รับมือดอกเบี้ยขาขึ้น ออกหุ้นกู้1.2หมื่นล.
“เคทีซี”ล็อกต้นทุนการเงินยาว รับมือทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น ปีหน้าเข็นหุ้นกู้ล็อตใหม่ 1.2 หมื่นล้านบาท อายุ 5-8-10 ปี คาดดอกเบี้ยเฉลี่ย 3.5% เผยเกณฑ์ใหม่แบงก์ชาติกดรายได้วูบ 700 ล้านบาท ปรับแผนไอทีและดิจิตอลรองรับยุทธศาสตร์ประเทศสู่สังคมไร้เงินสด
นายชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสคอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับตัวสูงขึ้นในปีหน้า บริษัทจึงจำเป็นต้องบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยจะเน้นการหาต้นทุนการเงินที่ตํ่าและล็อกต้นทุนให้ยาวขึ้น เพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
เคทีซี จะใช้กลยุทธ์การออกหุ้นกู้ที่มีอายุยาวมากขึ้น เพื่อช่วยตรึงต้นทุนให้อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 3.2-3.3% โดยเตรียมออกหุ้นกู้ในปี 2561 จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการต่ออายุหุ้นกู้เดิม จำนวน 8,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ใหม่ 4,000 ล้านบาท อายุหุ้นจะมีตั้งแต่ 5 ปี 8 ปี และ 10 ปี ส่วนระยะสั้นจะระดมทุนผ่านบี/อี วงเงิน 3-4 พันล้านบาท
“เราเป็นบริษัทที่ได้เรตติ้งดี ตราสารที่เราออกเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งอายุสั้นและยาว ดอกเบี้ยคงเป็นไปตามจังหวะ แต่เราออกระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ เพื่อ Log in ดอกเบี้ยต้นทุนถูกไว้ก่อน”
ส่วนการตั้งสำรองของบริษัท ตามแนวทางของมาตรฐานบัญชี IFRS 9 บริษัทที่ปรึกษาได้สอบทานโมเดลที่ใช้ในการคำนวณสำรองว่าสอดคล้องกับหลักการและเป็นไปตามแนวทางของมาตรฐาน IFRS 9 แล้ว ดังนั้นในสิ้นปี 2560 บริษัทจะปรับตัวเลขการตั้งสำรองในส่วนต่างๆ ให้เพียงพอตาม IFRS9 และพร้อมที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานที่จะใช้
“ขณะนี้เราสำรองประมาณ 5,500 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะสำรองเพิ่มอีก 300 ล้านบาท เป็น 5,800 ล้านบาท ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญ และต้นปี 2562 เราก็จะนำมาตรฐานใหม่มาปฏิบัติ”
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC กล่าวว่า ผลจากเกณฑ์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่คุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตได้ไม่เกิน 18% จาก 20% กระทบต่อรายได้ของเคทีซี ในปีหน้าประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทกำลังวางแนวทางหารายได้อื่นเพื่อมาชดเชยต่อไป เพื่อรักษากำไรให้เติบโตในระดับ 10%
“เกณฑ์ IFRS9 ไม่กระทบกับเรา เราสำรองกว่า 8% แล้ว เทียบกับระบบแบงก์อยู่ที่ 3% และ นอนแบงก์ที่ 2% เกินเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนดมากแล้ว”
[caption id="attachment_215830" align="aligncenter" width="503"]
รวมพลัง...ระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC ยกคณะผู้บริหารระดับสูงแถลงข่าวทิศทางการดำเนินงานปี2561 บนเรือในระหว่างการเดินทางไปกรุงเอเธนส์ ประเทศกรีซ[/caption]
นอกจากนี้เพื่อลดผลกระทบจากเกณฑ์ธปท.บริษัทจะขยายฐานสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มเป้าหมายศักยภาพที่มีรายได้ 30,000 บาทมากขึ้น เพราะไม่มีการจำกัดวงเงินและจำนวนสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของบริษัท
นายระเฑียร กล่าวอีกว่า แผนงานปี 2561 บริษัทปรับแผนกลยุทธ์ด้านไอทีและดิจิตอลเพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วย 3 แนวทางหลัก คือ 1.ระบบต้องมีความเสถียร 2.โมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ และ 3.กระบวนการทำงานถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
“การปรับรับภัยคุกคามทางเทคโนโลยี ที่ผ่านมาเราทำทุกอย่างทั้งเรื่องของคลาวด์ บิ๊กดาต้า บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ และอินเตอร์เน็ตออฟติงส์ ประมาณเดือนพฤศจิกายน เราจะเปิดตัว QR Code สำหรับบัตรเครดิต ที่จะรองรับทั้ง วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด ที่ขณะนี้ทดลองใน Sand Box ของแบงก์ชาติ”
นอกจากนี้บริษัทจะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับทุกพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดดเด่นในธุรกิจนั้นๆ (Collaborative Business Model) แบบไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการตลาด กลุ่มสตาร์ตอัพ ฟินเทค หรือร้านค้าที่มีจุดแข็งโดดเด่นและพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อนำเสนอบริการที่มีคุณค่าให้กับสมาชิก และรองรับธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต KTC กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2561 ว่า ทีมการตลาดของบริษัท จะเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อสรรหาสิทธิพิเศษที่เป็นประโยชน์ทุกหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นและตอบสนองทุกเทรนด์ของไลฟ์สไตล์ที่จะเกิดขึ้น เช่น หมวดกีฬา ท่องเที่ยว ของเล่น ของสะสม สัตว์เลี้ยงและคอมมิวนิตีต่างๆ เพื่อเป้าหมายของการเป็นบัตรเครดิตอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง
บริษัทจะมุ่งสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ และช่องทางออนไลน์ให้สมาชิกได้ทราบรายการส่งเสริมการตลาด และบริการแบ่งชำระ 0% โดยพัฒนาช่องทางออนไลน์ให้สมาชิกเคทีซีทำธุรกรรมรายการต่างๆได้ด้วยตนเองผ่าน “Click KTC” บนเว็บไซต์ www.ktc.co.th โฉมใหม่ หรือผ่านโมบายแอพพลิเคชัน “TapKTC” ที่รับโฉมใหม่ง่ายต่อการใช้งาน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,302 วันที่ 5 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560
นายชุติเดช ชยุติ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโสคอร์ปอเรท ไฟแนนซ์ บริษัทบัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (KTC) เปิดเผยว่า จากการคาดการณ์ว่าแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยอาจจะปรับตัวสูงขึ้นในปีหน้า บริษัทจึงจำเป็นต้องบริหารต้นทุนให้สอดคล้องกับทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้น โดยจะเน้นการหาต้นทุนการเงินที่ตํ่าและล็อกต้นทุนให้ยาวขึ้น เพื่อรักษาระดับกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
เคทีซี จะใช้กลยุทธ์การออกหุ้นกู้ที่มีอายุยาวมากขึ้น เพื่อช่วยตรึงต้นทุนให้อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย 3.2-3.3% โดยเตรียมออกหุ้นกู้ในปี 2561 จำนวน 1.2 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นการต่ออายุหุ้นกู้เดิม จำนวน 8,000 ล้านบาท และหุ้นกู้ใหม่ 4,000 ล้านบาท อายุหุ้นจะมีตั้งแต่ 5 ปี 8 ปี และ 10 ปี ส่วนระยะสั้นจะระดมทุนผ่านบี/อี วงเงิน 3-4 พันล้านบาท
“เราเป็นบริษัทที่ได้เรตติ้งดี ตราสารที่เราออกเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งอายุสั้นและยาว ดอกเบี้ยคงเป็นไปตามจังหวะ แต่เราออกระยะยาวเป็นส่วนใหญ่ เพื่อ Log in ดอกเบี้ยต้นทุนถูกไว้ก่อน”
“ขณะนี้เราสำรองประมาณ 5,500 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะสำรองเพิ่มอีก 300 ล้านบาท เป็น 5,800 ล้านบาท ไม่มีผลกระทบที่มีนัยสำคัญ และต้นปี 2562 เราก็จะนำมาตรฐานใหม่มาปฏิบัติ”
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร KTC กล่าวว่า ผลจากเกณฑ์ใหม่ของธนาคารแห่งประเทศไทย ที่คุมสินเชื่อบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล โดยเฉพาะการคิดอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตได้ไม่เกิน 18% จาก 20% กระทบต่อรายได้ของเคทีซี ในปีหน้าประมาณ 700 ล้านบาท ซึ่งบริษัทกำลังวางแนวทางหารายได้อื่นเพื่อมาชดเชยต่อไป เพื่อรักษากำไรให้เติบโตในระดับ 10%
“เกณฑ์ IFRS9 ไม่กระทบกับเรา เราสำรองกว่า 8% แล้ว เทียบกับระบบแบงก์อยู่ที่ 3% และ นอนแบงก์ที่ 2% เกินเกณฑ์ที่แบงก์ชาติกำหนดมากแล้ว”
[caption id="attachment_215830" align="aligncenter" width="503"]
นอกจากนี้เพื่อลดผลกระทบจากเกณฑ์ธปท.บริษัทจะขยายฐานสมาชิกใหม่ไปยังกลุ่มเป้าหมายศักยภาพที่มีรายได้ 30,000 บาทมากขึ้น เพราะไม่มีการจำกัดวงเงินและจำนวนสถาบันการเงิน ขณะเดียวกันจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ให้กับผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าสำคัญของบริษัท
นายระเฑียร กล่าวอีกว่า แผนงานปี 2561 บริษัทปรับแผนกลยุทธ์ด้านไอทีและดิจิตอลเพื่อสนับสนุนประเทศไทยสู่สังคมไร้เงินสด (Cashless Society) อย่างเต็มรูปแบบ ด้วย 3 แนวทางหลัก คือ 1.ระบบต้องมีความเสถียร 2.โมเดลธุรกิจที่จับต้องได้ และ 3.กระบวนการทำงานถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
“การปรับรับภัยคุกคามทางเทคโนโลยี ที่ผ่านมาเราทำทุกอย่างทั้งเรื่องของคลาวด์ บิ๊กดาต้า บล็อกเชน ปัญญาประดิษฐ์ และอินเตอร์เน็ตออฟติงส์ ประมาณเดือนพฤศจิกายน เราจะเปิดตัว QR Code สำหรับบัตรเครดิต ที่จะรองรับทั้ง วีซ่า และมาสเตอร์การ์ด ที่ขณะนี้ทดลองใน Sand Box ของแบงก์ชาติ”
นอกจากนี้บริษัทจะเดินหน้าขยายความร่วมมือกับทุกพันธมิตรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญโดดเด่นในธุรกิจนั้นๆ (Collaborative Business Model) แบบไม่มีขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรทางการตลาด กลุ่มสตาร์ตอัพ ฟินเทค หรือร้านค้าที่มีจุดแข็งโดดเด่นและพร้อมที่จะทำงานร่วมกัน เพื่อนำเสนอบริการที่มีคุณค่าให้กับสมาชิก และรองรับธุรกรรมการเงินผ่านช่องทางออนไลน์ที่มากขึ้น
นางพิทยา วรปัญญาสกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธุรกิจบัตรเครดิต KTC กล่าวถึงกลยุทธ์การตลาดธุรกิจบัตรเครดิตในปี 2561 ว่า ทีมการตลาดของบริษัท จะเดินหน้าความร่วมมือกับพันธมิตรธุรกิจต่างๆ เพื่อสรรหาสิทธิพิเศษที่เป็นประโยชน์ทุกหมวดการใช้จ่ายที่จำเป็นและตอบสนองทุกเทรนด์ของไลฟ์สไตล์ที่จะเกิดขึ้น เช่น หมวดกีฬา ท่องเที่ยว ของเล่น ของสะสม สัตว์เลี้ยงและคอมมิวนิตีต่างๆ เพื่อเป้าหมายของการเป็นบัตรเครดิตอันดับต้นๆ ที่ทุกคนนึกถึง
บริษัทจะมุ่งสร้างการรับรู้ผ่านสื่อต่างๆ และช่องทางออนไลน์ให้สมาชิกได้ทราบรายการส่งเสริมการตลาด และบริการแบ่งชำระ 0% โดยพัฒนาช่องทางออนไลน์ให้สมาชิกเคทีซีทำธุรกรรมรายการต่างๆได้ด้วยตนเองผ่าน “Click KTC” บนเว็บไซต์ www.ktc.co.th โฉมใหม่ หรือผ่านโมบายแอพพลิเคชัน “TapKTC” ที่รับโฉมใหม่ง่ายต่อการใช้งาน
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,302 วันที่ 5 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560






