thansettakij
thansettakij
สั่งถอยเกณฑ์ใหม่นมโรงเรียน 19 รายตกเกรด  25 รายสีเทาได้เฮไม่ถูกตัดสิทธิ์เทอม 2

สั่งถอยเกณฑ์ใหม่นมโรงเรียน 19 รายตกเกรด 25 รายสีเทาได้เฮไม่ถูกตัดสิทธิ์เทอม 2

07 ต.ค. 60 | 12:00 น.
อัปเดตล่าสุด :07 ต.ค. 60 | 19:18 น.
มิลค์บอร์ดยอมถอยมาตรฐานนมโรงเรียนให้ ใช้เกณฑ์เทอม 1 ดันเดินหน้าต่อเทอม 2 ไฟเขียว 19 รายนมตกเกรดให้นำนมมาตรฐานมาแลกเปลี่ยน ด้านนายกสมาคมยู.เอช.ที ชี้ 25 รายที่มี ข้อพิรุธซื้อขายเป็นเท็จต้องไม่ให้เข้าร่วม อ.ส.ค.สวนไม่มีกฎห้าม

นสพ.ธนิตย์ เอนกวิทย์ รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผู้รับผิดชอบดูแลโครงการอาหารเสริม (นม) โรงเรียน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากนโยบายของ พล.อ.ฉัตรชัย 
สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการยกระดับนมโรงเรียนให้มีมาตรฐานที่สูงขึ้นในภาคเรียนที่ 2/2560 โดยค่าองค์ประกอบนํ้านมโค (Total Solid : TS) จะต้อง 12.30% (ดูกราฟิกประกอบ)แต่ปรากฏว่าทางเกษตรกรขอผ่อนปรนไปก่อน เพราะปรับตัวไม่ทัน ทางรัฐมนตรีเกษตรฯ เห็นใจให้ผ่อนปรนตามที่ร้องขอ โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานภาคเรียนที่ 1/2560 ค่า TS เท่ากับ 12.25% แต่ว่ามีข้อแลกเปลี่ยนว่าในภาคเรียนที่ 1/2561 จะต้องทำให้นํ้านมโคมีมาตรฐาน TS เท่ากับ 12.35%

TP9-3302-A “ส่วนศูนย์นํ้านมโค 19 แห่ง ที่ตกมาตรฐานคิดเป็น 421 ตัน ให้นำนํ้านมโคไปแลกเปลี่ยนนมพาณิชย์ที่ได้มาตรฐานให้เข้าร่วมโครงการได้ ส่วนนํ้านมช่วงปิดเทอมไม่บังคับบรรจุกล่อง แต่ปล่อยเสรีให้ไปทำอะไรก็ได้ ภายใต้เงื่อนไขต้องรับนํ้านมดิบจากเกษตรกร ส่วนผู้ที่จะผลิตนมบรรจุกล่องจะต้องเป็นความประสงค์จากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.)และโรงเรียนนั้นๆด้วยไม่ใช่ไปบีบบังคับขาย”

นสพ.ธนิตย์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันกำลังเปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน ในภาคเรียนที่ 2/2560 ซึ่งจะรับสมัครถึงวันที่ 6 ตุลาคมนี้ และในวันที่ 15-16 ตุลาคมจะมีประชุมผู้ประกอบการนมโรงเรียนที่สนใจเข้าร่วม ซึ่งในวันดังกล่าวจะทราบว่าแต่ละรายได้จะได้รับการจัดสรรสิทธิจำหน่ายนมโรงเรียนเท่าไร โดยการจัดสรรสิทธิจะคำนึงถึงพื้นที่ ยกตัวอย่าง การจัดสรรให้กับผู้ประกอบการผลิตภัณฑ์นมที่ได้รับสิทธิน้อยกว่า 5 หมื่นกล่อง/ถุงต่อวัน ให้จำหน่ายในพื้นที่ตั้งในจังหวัดนั้นๆ หรือใกล้เคียงก่อน เป็นต้น

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-4 ขณะที่นายกิตติศักดิ์ เกียรติไกรวัลศิริ นายกสมาคมผู้ผลิตนมยู.เอช.ที เผยว่า ผู้ประกอบการที่อยู่ในการสอบสวนของตำรวจกองปราบปราม จำนวน 25 รายที่อยู่ในกลุ่มผู้ต้องสงสัยรายงานการซื้อขายนํ้านมโคเป็นเท็จควรที่จะอายัดนํ้านมนี้ ไม่ให้เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน แล้วให้รายอื่นได้สิทธิพื้นที่จัดจำหน่ายแทนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด ด้านดร.ณรงค์ฤทธิ์ วงศ์สุวรรณ ผู้อำนวยการองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กล่าวว่า ไม่มีระเบียบห้ามผู้ประกอบการทั้ง 25 รายสามารถเข้าร่วมได้ตามปกติ

แหล่งข่าวจากกรมปศุสัตว์ เผยรายชื่อ 19 ศูนย์รวมรวมนํ้านมดิบ/สหกรณ์ที่ตกมาตรฐานนมโรงเรียน มีดังนี้ บริษัท กลุ่มพัฒนาโคนมซับสนุ่น จำกัด(บจก.), บจก.เทียนขำแดรี่ คอร์ปอร์เรชั่น, บจก.ส่งเสริมผลิตภัณฑ์นม (สาขาลำพญากลาง), บจก.เทียนขำแดรี่ คอร์ปอเรชั่น (สาขาหนองตอ), สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ชอนม่วง, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (มิตรภาพ), สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (พระพุทธบาท, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ลำพญากลาง) สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค (ซับกระดาน), สหกรณ์โคนมในเขตปฏิรูปที่ดินซับสนุ่น, ฟาร์มโคนม อ.ส.ค. (ศูนย์รวมนม), สหกรณ์การเกษตรสีคิ้ว, สหกรณ์โคนมจังหวัดชัยภูมิ, ศูนย์รวบรวมนมดิบอุบลรัตน์-เขาสวนกวาง, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์ค ประจวบคีรีขันธ์, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คบ้านเนินดินแดง, สหกรณ์โคนมไทย-เดนมาร์คอ่าวน้อย, สหกรณ์โคนมกุยบุรี และวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผู้เลี้ยงโคนมบ้านเฉลิมราชพัฒนา กลุ่มนี้จะต้องหานํ้านมดิบที่ได้มาตรฐานมาแลกเปลี่ยนจะได้เข้าร่วมโครงการนมโรงเรียน

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,302 วันที่ 5 - 7 ตุลาคม พ.ศ. 2560
ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9-3