
‘บิ๊กตู่’ ขนบิ๊กธุรกิจ ร่วมทัพถกเข้ม ‘สหรัฐ’
“ประยุทธ์” ควง 10 บิ๊กธุรกิจไทยเยือนสหรัฐฯ ไทยยูเนี่ยน เอสซีจี ซีพี ปตท.โกลบอล ไทยซัมมิท บ้านปู แบงก์กรุงเทพไปครบทีม โชว์แสนยานุภาพบริษัทไทยพร้อมขยายการลงทุนในสหรัฐฯ เอาใจนโยบาย America First ของทรัมป์ ขณะจีอี-ฟอร์ด ยาหอมสนลงทุนอีอีซี
แหล่งข่าวจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ในการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ นอกจากจะมีรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงร่วมเดินทางแล้ว ยังได้เชิญเอกชนร่วมคณะในครั้งนี้ด้วย โดยเน้นแต่บริษัทที่ได้มีการลงทุนในสหรัฐฯแล้วเป็นหลัก เท่าที่ทราบชื่อแล้วล้วนเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทย ได้แก่ ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป, เอสซีจี,ซีพี, พีทีที โกลบอล เคมีคอล (PTTGC), ไทยซัมมิท, บ้านปู ธนาคารกรุงเทพ เป็นต้น
ทั้งนี้ในกำหนดการภาคเอกชนไทยจะได้พบกับภาคเอกชนจากหอการค้าสหรัฐฯ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีของไทยไปกล่าวปาฐกถาให้นักธุรกิจสหรัฐฯฟัง เพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น
“ที่เลือกเฉพาะรายที่มีการลงทุนในสหรัฐฯอยู่แล้ว เพื่อให้ฝ่ายสหรัฐฯได้รู้ว่ามีธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในสหรัฐฯแล้วเป็นใครบ้าง ลงทุนอะไร ที่ไหน จ้างงานเท่าไร และจะขยายการลงทุนอีก หรือไม่ เพราะปัจจุบันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ชูนโยบาย America First เน้นการลงทุนและจ้างงานในประเทศเป็นหลัก จึงเป็นที่มาของการเชิญบริษัทไทยที่มีอิมแพ็กต์ต่อการจ้างงานในสหรัฐฯร่วมคณะในครั้งนี้ และเท่าที่ทราบจะมีการเซ็นเอ็มโอยูของพีทีทีจีซี แต่ในรายละเอียดยังไม่เปิดเผย”
[caption id="attachment_136491" align="aligncenter" width="493"]
กลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทยคนใหม่[/caption]
สอดคล้องกับนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่กล่าวว่า เอกชนไทยที่จะร่วมคณะนายกฯเยือนสหรัฐฯครั้งนี้มีกว่า 10 บริษัท ส่วนใหญ่มีการค้า การลงทุนในสหรัฐฯอยู่แล้ว เป็นคณะสนับสนุนเพื่อให้กำลังใจนายกฯ และเพื่อไปดูลู่ทางโอกาสการขยายการค้าการลงทุนในสหรัฐฯ รวมถึงเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากหอการค้าอเมริกาถึงสิ่งที่อยากได้รับความร่วมมือจากฝ่ายไทย
“เราคาดหวัง 2 ผู้นำประเทศจะได้พบปะและหารือกันในหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศ”
ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังนำคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายน ว่า ได้มีการหารือในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านต่างๆ ในอนาคต อาทิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา ฯลฯ ซึ่งคาดจะเป็นประเด็นการหารือระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการต้นสัปดาห์หน้า
พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่ติดตามนายวิลเบอร์เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายไทยด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่คุ้นเคยและมีการลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว บางรายแสดงความสนใจที่จะหาโอกาสลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เช่น นายวอลเตอร์ แวน เวิร์ช ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประจำภูมิภาคอาเซียนที่เปิดเผยว่า จีอีมีความสนใจจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยจะเป็นการลงทุนสร้างโรงซ่อมหัวรถจักรเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการซ่อมหัวรถจักรของภูมิภาคอาเซียน ส่วนมูลค่าการลงทุนยังบอกไม่ได้ในขั้นนี้
ขณะที่นายมาร์ค คอฟแมน ประธาน บริษัท ฟอร์ด ภาคพื้นอาเซียน สนใจมองหาโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้เป็นที่คาดหมายว่าในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ จะมีบริษัทอเมริกัน 3-4 รายได้เข้าพบกับรองฯ สมคิด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ รวมทั้งประเด็นการหารือระดับผู้นำก็ยังไม่มีรายละเอียดแถลงออกมามากนักเพราะยังคงอยู่ในระหว่างการรวบรวมและจัดทำประเด็นหารือโดยกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560
แหล่งข่าวจากสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ”ว่า ในการเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 2-4 ตุลาคมนี้ นอกจากจะมีรัฐมนตรีจากหลายกระทรวงร่วมเดินทางแล้ว ยังได้เชิญเอกชนร่วมคณะในครั้งนี้ด้วย โดยเน้นแต่บริษัทที่ได้มีการลงทุนในสหรัฐฯแล้วเป็นหลัก เท่าที่ทราบชื่อแล้วล้วนเป็นกลุ่มบริษัทขนาดใหญ่ของไทย ได้แก่ ไทยยูเนี่ยนกรุ๊ป, เอสซีจี,ซีพี, พีทีที โกลบอล เคมีคอล (PTTGC), ไทยซัมมิท, บ้านปู ธนาคารกรุงเทพ เป็นต้น
ทั้งนี้ในกำหนดการภาคเอกชนไทยจะได้พบกับภาคเอกชนจากหอการค้าสหรัฐฯ ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีของไทยไปกล่าวปาฐกถาให้นักธุรกิจสหรัฐฯฟัง เพื่อเชื่อมโยงการค้า การลงทุนระหว่างกันให้มากขึ้น
“ที่เลือกเฉพาะรายที่มีการลงทุนในสหรัฐฯอยู่แล้ว เพื่อให้ฝ่ายสหรัฐฯได้รู้ว่ามีธุรกิจไทยที่ไปลงทุนในสหรัฐฯแล้วเป็นใครบ้าง ลงทุนอะไร ที่ไหน จ้างงานเท่าไร และจะขยายการลงทุนอีก หรือไม่ เพราะปัจจุบันประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ได้ชูนโยบาย America First เน้นการลงทุนและจ้างงานในประเทศเป็นหลัก จึงเป็นที่มาของการเชิญบริษัทไทยที่มีอิมแพ็กต์ต่อการจ้างงานในสหรัฐฯร่วมคณะในครั้งนี้ และเท่าที่ทราบจะมีการเซ็นเอ็มโอยูของพีทีทีจีซี แต่ในรายละเอียดยังไม่เปิดเผย”
[caption id="attachment_136491" align="aligncenter" width="493"]
สอดคล้องกับนายกลินท์ สารสิน ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยที่กล่าวว่า เอกชนไทยที่จะร่วมคณะนายกฯเยือนสหรัฐฯครั้งนี้มีกว่า 10 บริษัท ส่วนใหญ่มีการค้า การลงทุนในสหรัฐฯอยู่แล้ว เป็นคณะสนับสนุนเพื่อให้กำลังใจนายกฯ และเพื่อไปดูลู่ทางโอกาสการขยายการค้าการลงทุนในสหรัฐฯ รวมถึงเพื่อรับฟังข้อเสนอแนะจากหอการค้าอเมริกาถึงสิ่งที่อยากได้รับความร่วมมือจากฝ่ายไทย
“เราคาดหวัง 2 ผู้นำประเทศจะได้พบปะและหารือกันในหลายเรื่องที่เป็นประโยชน์กับทั้ง 2 ประเทศ”
ขณะที่นายวิลเบอร์ รอสส์ รัฐมนตรีพาณิชย์ สหรัฐอเมริกา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวหลังนำคณะนักธุรกิจสหรัฐฯ เข้าพบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายก รัฐมนตรี และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯ เมื่อวันที่ 27 กันยายน ว่า ได้มีการหารือในหลายประเด็น ทั้งเรื่องการค้า การลงทุน และความร่วมมือด้านต่างๆ ในอนาคต อาทิ ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การศึกษา ฯลฯ ซึ่งคาดจะเป็นประเด็นการหารือระหว่างผู้นำของทั้งสองประเทศอย่างเป็นทางการต้นสัปดาห์หน้า
พร้อมกันนี้ คณะผู้แทนภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่ติดตามนายวิลเบอร์เข้าเยี่ยมคารวะและหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของฝ่ายไทยด้วยนั้น ส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่คุ้นเคยและมีการลงทุนในประเทศไทยอยู่แล้ว บางรายแสดงความสนใจที่จะหาโอกาสลงทุนในไทยเพิ่มขึ้น เช่น นายวอลเตอร์ แวน เวิร์ช ประธานและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร จีอี ประจำภูมิภาคอาเซียนที่เปิดเผยว่า จีอีมีความสนใจจะเข้ามาลงทุนในพื้นที่อีอีซี โดยจะเป็นการลงทุนสร้างโรงซ่อมหัวรถจักรเพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการซ่อมหัวรถจักรของภูมิภาคอาเซียน ส่วนมูลค่าการลงทุนยังบอกไม่ได้ในขั้นนี้
ขณะที่นายมาร์ค คอฟแมน ประธาน บริษัท ฟอร์ด ภาคพื้นอาเซียน สนใจมองหาโอกาสที่จะเข้ามาลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ทั้งนี้เป็นที่คาดหมายว่าในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ จะมีบริษัทอเมริกัน 3-4 รายได้เข้าพบกับรองฯ สมคิด แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการเปิดเผยรายชื่อ รวมทั้งประเด็นการหารือระดับผู้นำก็ยังไม่มีรายละเอียดแถลงออกมามากนักเพราะยังคงอยู่ในระหว่างการรวบรวมและจัดทำประเด็นหารือโดยกระทรวงการต่างประเทศและกระทรวงพาณิชย์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,301 วันที่ 1 - 4 ตุลาคม พ.ศ. 2560






