thansettakij
thansettakij
ระทึก!เดือนหน้ารู้ผล แบนหรือไม่แบน 2 สารเคมี "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส"

ระทึก!เดือนหน้ารู้ผล แบนหรือไม่แบน 2 สารเคมี "พาราควอต-คลอร์ไพริฟอส"

20 ก.ย. 60 | 11:54 น.
อัปเดตล่าสุด :20 ก.ย. 60 | 18:54 น.
ฟัดกันเดือดฝ่ายหนุนตีทะเบียนสารเคมี อ้างผลกระทบแบนพาราควอต ต้นทุนเกษตรกรเพิ่ม 7 หมื่นล้าน ส่วนฝ่ายค้าน หลังยื่นเคลื่อนไหวใหญ่ทั่วประเทศแล้ว ลุ้นปลัดอุตสาหกรรม เห็นชอบตามกระทรวงสาธารณสุขเสนอ ไม่ต่ออายุใบอนุญาตแก่สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส ชี้เป็นสารพิษตกค้างอันตรายแก่ผู้บริโภค

ในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาจะเห็นพลังเครือข่ายกลุ่มเอ็นจีโอ เอกชน และเกษตรกร ทั้งฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายค้าน ในการที่จะส่งสัญญาณให้ผู้มีอำนาจสูงสุด ก็คือ บอร์ดคณะกรรมการวัตถุอันตราย ที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมโดยตำแหน่งนั่งเป็นประธานจะมีมติให้ต่ออายุใบอนุญาตกับผู้นำเข้าสารเคมีหรือไม่นั้น

S__13467727 นายปราโมทย์ ติรไพรวงศ์ นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ผลกระทบหากมีการแบนพาราควอต จะทำให้ต้นทุนเกษตรกรเพิ่ม 7 หมื่นล้านบาท จะส่งผลอุตสาหกรรมอาหาร น้ำตาลทราบดิบ อาหารสัตว์ น้ำมันปาล์ม และพลังงานทดแทน (เอทานอล และไบโอดีเซล) ยกตัวอย่าง อ้อย หากใช้พาราควอต มีต้นทุน 135 บาทต่อไร่/ต่อปี แต่ถ้าเป็นต้นทุนแรงงาน 3,200 บาทต่อไร่/ต่อปี จะเพิ่มขึ้น 2,200 % คิดเป็นต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 3.3 หมื่นล้านบาท (ดูอินโฟกราฟฟิกประกอบ) จะเป็นการผลักภาระให้กับเกษตรกร

S__13467730 ขณะที่เครือข่ายเตือนภัยสารเคมีกำจัดศัตรูพืช หรือไทยแพน สนับสนุนการแบนสารพิษที่มีอันตรายร้ายแรงชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาลและจัดการเคลื่อนไหวที่หน้าศาลากลางกว่า 50 จังหวัดทั่วประเทศเรียกร้องกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงอุตสาหกรรมให้ยุติการต่อทะเบียนและยกเลิกพาราควอต คลอร์ไพรีฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต ตามข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุขที่พบว่ามีความเสี่ยงสูงก่อผลกระทบต่อสุขภาพ เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2560 ที่ผ่านมา โดยมีผู้เข้าร่วมมากกว่า 200 คน

S__13467731 นางสาวภาวิณี วัตถุสินธุ ตัวแทนจากเครือข่ายฯ ได้แถลงข้อเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรีฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีการดำเนินการ 4 ข้อ เพื่อให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ครั้งที่ 4/2560 ที่มีศาสตราจารย์คลินิกเกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล สกลสัตยาทร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน และมีตัวแทนจาก 4 กระทรวงหลักเข้าร่วมดังนี้
1.ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมวิชาการเกษตรอาศัยอำนาจตามมาตรา 27 มาตรา 28 และมาตรา 29 พ.ร.บ.วัตถุอันตราย ไม่ต่ออายุใบอนุญาตแก่สารพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส

S__13467732 2. ในระหว่างที่คณะกรรมการวัตถุอันตราย ภายใต้กระทรวงอุตสาหกรรมยังมิได้ดำเนินการจัดประเภทให้พาราควอตและคลอร์ไพริฟอส เป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 ซึ่งเป็นการแบนสารทั้งสองชนิด ให้กรมวิชาการเกษตรอาศัยอำนาจตามมาตรา 25 พ.ร.บ.วัตถุอันตราย เพิ่มเติมเงื่อนไขลดจำนวนการนำเข้าสารทั้งสองชนิดลงเป็นลำดับตามกำหนดเวลา (Road map) ตามมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯ

3.สั่งการให้กระทรวงอุตสาหกรรมดำเนินการให้มีการจัดประชุมคณะกรรมการวัตถุอันตราย โดยนำเอาข้อมูล เหตุผล และมติของคณะกรรมการขับเคลื่อนฯเพื่อให้มีการยกเลิกการใช้พาราควอต และคลอร์ไพริฟอส จำกัดการใช้ไกลโฟเซตตามข้อเสนอโดยเร็ว

4.ในระหว่างที่การดำเนินการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรมยังไม่แล้วเสร็จให้มีการพิจารณาสั่งการในผู้ว่าราชการจังหวัด องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นห้ามหรือจำกัดการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชทั้ง 3 ชนิดตามความเหมาะสม เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของประชาชน

เช่นเดียวกันกับ นางสาวมลฤดี โพธิ์อินทร์ ตัวแทนจากเครือข่ายผู้บริโภคและมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า จะรณรงค์ให้ประชาชนไม่ซื้อสินค้าและผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการที่สนับสนุนการใช้สารพิษดังกล่าว

แบนเนอร์ชั่วโมงฐานเศรษฐกิจ01-3-1 นายวัชรพล แดงสุภา ผู้ประสานงานรณรงค์ด้านเกษตรกรรมและอาหารเชิงนิเวศ กรีนพีซเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ชี้ว่าสารพิษเช่นพาราควอตนั้นมีการยกเลิกการใช้แล้วใน 48 ประเทศทั่วโลก แม้แต่ประเทศอังกฤษ สวิตเซอร์แลนด์และจีนซึ่งเป็นผู้ผลิตก็ประกาศยกเลิกการใช้แล้ว ไม่สมควรที่รัฐบาลไทยจะเอาใจกลุ่มธุรกิจสารเคมีโดยเอาสุขภาพของประชาชนและสิ่งแวดล้อมของประเทศเข้าแลก
นางสาวปรกชล อู๋ทรัพย์ ผู้ประสานงานไทยแพน เผยว่า หลังจากนี้จะต้องรอฟังผลการประชุมของคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ว่าผลสรุปจะออกมาอย่างไร

แหล่งข่าวจากกรมวิชาการเกษตร เผยว่า พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายชัดเจนว่าเน้นเรื่องอาหารปลอดภัย ส่วนการยกเลิกสารเคมีดังกล่าวนี้จำเป็นต้องมีข้อมูลทางวิชาการที่ชัดเจนรองรับ ซึ่งกระทรวงไม่ได้เชี่ยวชาญ จำเป็นต้องจะรอให้ทางคณะกรรมการวัตถุอันตราย ซึ่งมีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธานเป็นจะมีมติเห็นชอบหรือไม่คาดว่าไม่เกินเดือนหน้าจะทราบผลสรุป
ด้านนายอุทัย สอนหลักทรัพย์ ประธานสภาเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สยยท.) เห็นว่าไทยควรจะระงับนำเข้าสารเคมีทั้งหมด และทำให้ทั้งประเทศเป็นเกษตรอินทรีย์ เป็นครัวของโลกอย่างแท้จริง ไม่ใช่งดนำเข้าตัวนี้ แล้วนำเข้าสารเคมีตัวอื่นมาทดแทนอย่างนี้ไม่เอา ควรจะให้นักวิชากรลงมาช่วยสนับสนุนวิชาการ และเทคโนโลยีที่ทำให้พืชและผลผลิตเจริญเติบโต นี่จะเป็นทางออกอย่างลงตัวที่สุด ดาวน์โหลดอีบุ๊กแทรกข่าว-9-1