
ธุรกิจไทยคึกประกบญี่ปุ่นจับคู่ดึงลงทุน
ทุนไทยเด้งรับทัพธุรกิจญี่ปุ่นเยือนครั้งใหญ่ “ล็อกซเล่ย์” เตรียมข้อมูลหาผู้ร่วมทุนใหม่ กลุ่มอาหารจ่อเจรจาดึงออร์เดอร์ป้อนโอลิมปิกโตเกียว 2020 หอการค้ามั่นใจเกิดคลื่นลงทุนระลอกใหญ่
จากที่นายฮิโรชิเกะเซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจะนำคณะเอกชนรายใหญ่ของญี่ปุ่นเดินทางเยือนไทยเพื่อเจรจาการค้า และสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายนนี้
ล่าสุดนางหิรัญญาสุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ต้นเดือนกันยายนนี้ครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีคณะนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนในไทย 500-600 ราย ซึ่งเป็นผลต่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปญี่ปุ่น ทำให้มีคณะนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนระหว่างวันที่ 11-13 กันยายนนี้ โดยเจโทรเป็นผู้เชิญ คาดว่าจะมีอุตสาหกรรมหลากหลายสนใจเข้ามาลงทุนโดยเฉพาะใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่รัฐบาลส่งเสริม
สอดคล้องกับที่นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่าได้มีโอกาสพบทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยระบุว่า การมาของทัพนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นในครั้งนี้มาเต็มพิกัด ซึ่งนอกจากมาหาพันธมิตรทางธุรกิจในไทยแล้ว อีกเป้าหมายหลักคือมาดูศักยภาพและโอกาสการลงทุนในไทยโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ที่รัฐบาลไทยได้โปรโมตและทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทำให้ได้รับความสนใจมาก และน่าจะเกิดคลื่นลงทุนอีกระลอกใหญ่จากญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้
“ในครั้งนี้ทางญี่ปุ่นจะมาพรีเซนต์ว่ามีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดที่มีศักยภาพและทางญี่ปุ่นอยากจะมาลงทุนในไทยเพิ่มบ้าง ซึ่งคาดทางเคดันเรน(สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าฯจะลงลึกในรายละเอียดว่ามีอุตสาหกรรมใดที่จะร่วมทุนกันได้บ้าง คงต้องติดตาม”
นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การเยือนของญี่ปุ่นในครั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมข้อมูลเพื่อเจรจากับพันธมิตรจากญี่ปุ่นทั้งพันธมิตรเดิมคือกลุ่มมิตซุยที่ได้มีการร่วมทุนกับกลุ่มล็อกซเล่ย์รุกธุรกิจคอนแทกต์เซ็นเตอร์ในไทยแล้ว รวมถึงพันธมิตรรายใหม่ๆ ว่าจะมีโอกาสร่วมลงทุน หรือจะสั่งซื้อสินค้าอะไรเพิ่มเติมบ้าง
นอกจากบทบาทความร่วมมือด้านการลงทุนแล้ว การมาเยือนของทุนญี่ปุ่นครั้งนี้ จะมีการเจรจาด้านการค้าด้วย นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มอาหารรายใหญ่หลายบริษัท จะมีโอกาสเจรจาและสร้างเครือข่ายธุรกิจกับภาคธุรกิจญี่ปุ่นจะได้รับคำสั่งซื้อสินค้าอาหาร จากญี่ปุ่นมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเตรียมการรองรับที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก ในปี 2020 (2563) ซึ่งจะมีความต้องการสินค้าอาหารไว้รองรับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ชมและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น คาดญี่ปุ่นจะไม่สามารถผลิตอาหารทั่วไป และอาหารฮาลาลรองรับได้เพียงพอ ขณะที่ไทยเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าสินค้าอาหารที่สำคัญของญี่ปุ่น เรื่องสั่งซื้อสินค้าอาหารเพื่อเตรียมพร้อมรองรับโอลิมปิกก่อนหน้านี้ทางศูนย์บริการการลงทุนของญี่ปุ่นได้เข้ามาติดต่อขอข้อมูลจากทางสมาคมบ้างแล้วว่าไทยมีสินค้าใดบ้างที่สามารถผลิตป้อนญี่ปุ่นได้เพิ่ม
จากข้อมูลในปี 2559 ไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปญี่ปุ่นทั้งสิ้น 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีการส่งออก 1.55 แสนล้านบาท ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปีนี้มีการส่งออก 9.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.4% ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกสินค้าไก่มากสุดมูลค่า 3.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1%
[caption id="attachment_206020" align="aligncenter" width="400"]
ฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร[/caption]
++เจโทรจัดคณะใหญ่สุด
ด้านนายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า คณะนักธุรกิจญี่ปุ่นจำนวน 560 คนที่จะมาเยือนในครั้งนี้ถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดเท่าที่เจโทรเคยจัดมา สะท้อนให้เห็นว่านักธุรกิจญี่ปุ่นนั้นมีความสนใจอย่างมากที่จะเข้ามาแสวงหาโอกาสและพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศ สอดคล้องกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และนโยบายสร้างการเชื่อมโยงภายในอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง โดยที่ไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
“นอกจากผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่แล้ว ในคณะยังประกอบด้วยผู้แทนของบริษัทขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMEs) อีกจำนวนมาก ครอบคลุมหลากสาขาธุรกิจและ 10 อุตสาห กรรมเป้าหมายที่รัฐบาลไทยกำลังให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนอยู่ในขณะนี้”
สำหรับกำหนดการในเบื้องต้นนั้น ทางคณะจะเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นมีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมในวันที่ 12 ก.ย. ภายใต้หัวข้อ Symposium on Thailand 4.0 towards Connected Industries ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและนายเซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเมติของญี่ปุ่น จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ภายในงานยังจะมีกิจกรรมพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัทไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร ไบโอเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมภาคบริการด้านต่างๆ และในวันที่ 13 กันยายน จะนำคณะลงพื้นที่และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายอีอีซีอย่างมีประสบการณ์ตรง
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การเดินทางของคณะนักลงทุนญี่ปุ่นครั้งนี้เพื่อมารับทราบข้อมูลโดยตรงจากภาครัฐและภาคเอกชนถึง โอกาสความร่วมมือ และสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีและ เพื่อเป็นการยกระดับความร่วมมือมากขึ้น จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) และหนังสือแสดงเจตจำนง (MOI) ความร่วมมือ 7 ฉบับรวมทั้งการจัดโซนพบปะจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ อีกทั้งภายในงานจะมีการอภิปรายร่วม จากผู้แทนกลุ่มธุรกิจเอกชนทั้งของญี่ปุ่นและของไทย ภายใต้หัวข้อ Investment Opportunities in Thailand และ New Emerging Opportunities Thai-Japan Partnership อีกด้วย
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,295 วันที่ 10 - 13 กันยายน พ.ศ. 2560
จากที่นายฮิโรชิเกะเซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นจะนำคณะเอกชนรายใหญ่ของญี่ปุ่นเดินทางเยือนไทยเพื่อเจรจาการค้า และสำรวจลู่ทางการลงทุนในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) ระหว่างวันที่ 11-13 กันยายนนี้
ล่าสุดนางหิรัญญาสุจินัย เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ)เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ต้นเดือนกันยายนนี้ครบรอบ 130 ปีความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น เป็นที่แน่นอนแล้วว่าจะมีคณะนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนในไทย 500-600 ราย ซึ่งเป็นผลต่อ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปญี่ปุ่น ทำให้มีคณะนักลงทุนญี่ปุ่นเข้ามาดูลู่ทางการลงทุนระหว่างวันที่ 11-13 กันยายนนี้ โดยเจโทรเป็นผู้เชิญ คาดว่าจะมีอุตสาหกรรมหลากหลายสนใจเข้ามาลงทุนโดยเฉพาะใน 10 กลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ที่รัฐบาลส่งเสริม
สอดคล้องกับที่นายวิชัย อัศรัสกร รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่าได้มีโอกาสพบทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยระบุว่า การมาของทัพนักลงทุนรายใหญ่ของญี่ปุ่นในครั้งนี้มาเต็มพิกัด ซึ่งนอกจากมาหาพันธมิตรทางธุรกิจในไทยแล้ว อีกเป้าหมายหลักคือมาดูศักยภาพและโอกาสการลงทุนในไทยโดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี ที่รัฐบาลไทยได้โปรโมตและทุ่มลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรองรับ ทำให้ได้รับความสนใจมาก และน่าจะเกิดคลื่นลงทุนอีกระลอกใหญ่จากญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้
“ในครั้งนี้ทางญี่ปุ่นจะมาพรีเซนต์ว่ามีธุรกิจหรืออุตสาหกรรมใดที่มีศักยภาพและทางญี่ปุ่นอยากจะมาลงทุนในไทยเพิ่มบ้าง ซึ่งคาดทางเคดันเรน(สมาพันธ์ธุรกิจญี่ปุ่น) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าฯจะลงลึกในรายละเอียดว่ามีอุตสาหกรรมใดที่จะร่วมทุนกันได้บ้าง คงต้องติดตาม”
นายชิงชัย หาญเจนลักษณ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ล็อกซเล่ย์ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า การเยือนของญี่ปุ่นในครั้งนี้ได้ให้เจ้าหน้าที่เตรียมข้อมูลเพื่อเจรจากับพันธมิตรจากญี่ปุ่นทั้งพันธมิตรเดิมคือกลุ่มมิตซุยที่ได้มีการร่วมทุนกับกลุ่มล็อกซเล่ย์รุกธุรกิจคอนแทกต์เซ็นเตอร์ในไทยแล้ว รวมถึงพันธมิตรรายใหม่ๆ ว่าจะมีโอกาสร่วมลงทุน หรือจะสั่งซื้อสินค้าอะไรเพิ่มเติมบ้าง
นอกจากบทบาทความร่วมมือด้านการลงทุนแล้ว การมาเยือนของทุนญี่ปุ่นครั้งนี้ จะมีการเจรจาด้านการค้าด้วย นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย และนายกสมาคมผู้ผลิตอาหารสำเร็จรูป กล่าวว่า ผู้ประกอบการในกลุ่มอาหารรายใหญ่หลายบริษัท จะมีโอกาสเจรจาและสร้างเครือข่ายธุรกิจกับภาคธุรกิจญี่ปุ่นจะได้รับคำสั่งซื้อสินค้าอาหาร จากญี่ปุ่นมากขึ้น เฉพาะอย่างยิ่งเพื่อเตรียมการรองรับที่ญี่ปุ่นจะเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาโอลิมปิก ในปี 2020 (2563) ซึ่งจะมีความต้องการสินค้าอาหารไว้รองรับคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ รวมถึงผู้ชมและนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเพิ่มขึ้น คาดญี่ปุ่นจะไม่สามารถผลิตอาหารทั่วไป และอาหารฮาลาลรองรับได้เพียงพอ ขณะที่ไทยเป็นหนึ่งในแหล่งนำเข้าสินค้าอาหารที่สำคัญของญี่ปุ่น เรื่องสั่งซื้อสินค้าอาหารเพื่อเตรียมพร้อมรองรับโอลิมปิกก่อนหน้านี้ทางศูนย์บริการการลงทุนของญี่ปุ่นได้เข้ามาติดต่อขอข้อมูลจากทางสมาคมบ้างแล้วว่าไทยมีสินค้าใดบ้างที่สามารถผลิตป้อนญี่ปุ่นได้เพิ่ม
จากข้อมูลในปี 2559 ไทยมีการส่งออกสินค้าเกษตรและอาหารไปญี่ปุ่นทั้งสิ้น 1.61 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2558 ที่มีการส่งออก 1.55 แสนล้านบาท ส่วนช่วง 7 เดือนแรกปีนี้มีการส่งออก 9.93 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 9.4% ในจำนวนนี้เป็นการส่งออกสินค้าไก่มากสุดมูลค่า 3.04 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.1%
[caption id="attachment_206020" align="aligncenter" width="400"]
++เจโทรจัดคณะใหญ่สุด
ด้านนายฮิโรคิ มิทสึมะตะ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า คณะนักธุรกิจญี่ปุ่นจำนวน 560 คนที่จะมาเยือนในครั้งนี้ถือเป็นคณะใหญ่ที่สุดเท่าที่เจโทรเคยจัดมา สะท้อนให้เห็นว่านักธุรกิจญี่ปุ่นนั้นมีความสนใจอย่างมากที่จะเข้ามาแสวงหาโอกาสและพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศ สอดคล้องกับนโยบาย “ไทยแลนด์ 4.0” การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) และนโยบายสร้างการเชื่อมโยงภายในอาเซียนและอนุภูมิภาคลุ่มนํ้าโขง โดยที่ไทยตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่เหมาะสมเป็นศูนย์กลางของภูมิภาค
“นอกจากผู้บริหารของบริษัทญี่ปุ่นขนาดใหญ่แล้ว ในคณะยังประกอบด้วยผู้แทนของบริษัทขนาดย่อมและขนาดกลาง (SMEs) อีกจำนวนมาก ครอบคลุมหลากสาขาธุรกิจและ 10 อุตสาห กรรมเป้าหมายที่รัฐบาลไทยกำลังให้การสนับสนุนและส่งเสริมการลงทุนอยู่ในขณะนี้”
สำหรับกำหนดการในเบื้องต้นนั้น ทางคณะจะเข้าเยี่ยมคารวะพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล จากนั้นมีกำหนดจะเข้าร่วมการประชุมในวันที่ 12 ก.ย. ภายใต้หัวข้อ Symposium on Thailand 4.0 towards Connected Industries ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีและนายเซโกะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเมติของญี่ปุ่น จะขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ภายในงานยังจะมีกิจกรรมพบปะเพื่อสร้างเครือข่ายพันธมิตรทางธุรกิจระหว่างบริษัทไทยและญี่ปุ่น โดยเฉพาะบริษัทที่อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและความงาม อุตสาหกรรมการเกษตร อาหาร ไบโอเทคโนโลยี และอุตสาหกรรมภาคบริการด้านต่างๆ และในวันที่ 13 กันยายน จะนำคณะลงพื้นที่และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับนโยบายอีอีซีอย่างมีประสบการณ์ตรง
นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การเดินทางของคณะนักลงทุนญี่ปุ่นครั้งนี้เพื่อมารับทราบข้อมูลโดยตรงจากภาครัฐและภาคเอกชนถึง โอกาสความร่วมมือ และสนับสนุนให้เกิดการลงทุนในไทย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซีและ เพื่อเป็นการยกระดับความร่วมมือมากขึ้น จะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) และหนังสือแสดงเจตจำนง (MOI) ความร่วมมือ 7 ฉบับรวมทั้งการจัดโซนพบปะจัดกิจกรรมจับคู่ธุรกิจ อีกทั้งภายในงานจะมีการอภิปรายร่วม จากผู้แทนกลุ่มธุรกิจเอกชนทั้งของญี่ปุ่นและของไทย ภายใต้หัวข้อ Investment Opportunities in Thailand และ New Emerging Opportunities Thai-Japan Partnership อีกด้วย






