
รมว.สาธารณสุขชงสร้างวัฒนธรรมสุขภาพดีในอาเซียน
"หมอปิยะสกล"เสนอพัฒนาสุขภาพยั่งยืนได้ ต้องสร้าง“วัฒนธรรมสุขภาพดี” ในอาเซียน
[caption id="attachment_205291" align="aligncenter" width="503"]
ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ ปิยะสกล สกลสัตยาทร[/caption]
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 13 ณ กรุงบันดาร์เสรี เบกาวัน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม และให้สัมภาษณ์ว่า ได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ในประเด็น “การสร้างวัฒนธรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพของภูมิภาคอาเซียน (Building a Culture of Health Across ASEAN)” โดยประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีรายได้ปานกลางเสนอการพัฒนาระบบสุขภาพจะยั่งยืนได้ อาศัยหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ มีจ่ายระยะยาว มีพอสำหรับบริการจำเป็นพื้นฐาน มีความยุติธรรมแก่ทุกคน และมีใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
ศาสตราจารย์คลินิก เกียรติคุณ นายแพทย์ปิยะสกล กล่าวว่า ได้ร่วมเสนอทางเลือกสุขภาพเพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมสุขภาพดีแก่ประชาชน โดยยกตัวอย่างที่ประเทศไทยประสบความสำเร็จในการจัดทำฉลากอาหารที่แสดงข้อมูลสุขภาพ ซึ่งจัดเป็นการให้ความรู้แก่ประชาชนและให้ประชาชนสามารถมีทางเลือกในการบริโภคอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ทั้งนี้ในอนาคต อยากเห็นประชาชนไทยมีความรู้ที่จะเลือกสิ่งที่ดีให้แก่ตนเองและในขณะเดียวกันอยากให้ทุกภาคส่วนร่วมกันสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีด้านสุขภาพ ซึ่งรวมถึงสิ่งแวดล้อมเพื่อการมีกิจกรรมทางกาย มีอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่เข้าถึงได้ทั่วไปในชุมชน สังคมในภาพรวมคงจะดี น่าอยู่และเป็นสังคมสุขภาวะที่ทุกคนใฝ่ฝันในระยะยาว
นอกจากนี้ ได้ร่วมเสนอแนวทางการขับเคลื่อนสุขภาพอาเซียนในระยะยาว เนื่องจากประชาคมอาเซียนเป็นสังคมที่มีพลังและมีศักยภาพ โดยมีข้อเสนอใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบการทำงานที่เน้นโครงสร้างที่กระชับ ลดขั้นตอนการทำงาน 2.การสนับสนุนให้สำนักเลขาธิการอาเซียนมีกำลังคน และงบประมาณที่เพียงพอ 3.ควรมีการกำหนดการประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมและมีการติดตามผลอย่างเป็นระบบ และขอให้มีการศึกษาข้อเสนอการพัฒนาการทำงานแก่การประชุมระดับรัฐมนตรีในครั้งต่อไป โดยประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินการอย่างเต็มที่
ในโอกาสนี้รัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนได้เห็นชอบที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานสำคัญ 3 ด้านร่วมกัน คือการขับเคลื่อนเรื่องโรคติดเชื้อดื้อยา การขับเคลื่อนเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติ และการขับเคลื่อนเรื่องการยุติภาวะทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ โดยให้คำมั่นร่วมกันตามปฏิญญา 3 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยเรื่องโรคติดเชื้อดื้อยา ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติ และปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการยุติภาวะทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ ซึ่งจะเสนอในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ในเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ต่อไป
[caption id="attachment_205291" align="aligncenter" width="503"]
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำคณะผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ครั้งที่ 13 ณ กรุงบันดาร์เสรี เบกาวัน ประเทศบรูไน ดารุสซาลาม และให้สัมภาษณ์ว่า ได้ร่วมหารือกับรัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียน ในประเด็น “การสร้างวัฒนธรรมเพื่อสร้างเสริมสุขภาพของภูมิภาคอาเซียน (Building a Culture of Health Across ASEAN)” โดยประเทศไทยในฐานะประเทศที่มีรายได้ปานกลางเสนอการพัฒนาระบบสุขภาพจะยั่งยืนได้ อาศัยหลักการสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ มีจ่ายระยะยาว มีพอสำหรับบริการจำเป็นพื้นฐาน มีความยุติธรรมแก่ทุกคน และมีใช้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ ได้ร่วมเสนอแนวทางการขับเคลื่อนสุขภาพอาเซียนในระยะยาว เนื่องจากประชาคมอาเซียนเป็นสังคมที่มีพลังและมีศักยภาพ โดยมีข้อเสนอใน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ 1.การพัฒนาระบบการทำงานที่เน้นโครงสร้างที่กระชับ ลดขั้นตอนการทำงาน 2.การสนับสนุนให้สำนักเลขาธิการอาเซียนมีกำลังคน และงบประมาณที่เพียงพอ 3.ควรมีการกำหนดการประเมินผลการดำเนินงานให้เป็นรูปธรรมและมีการติดตามผลอย่างเป็นระบบ และขอให้มีการศึกษาข้อเสนอการพัฒนาการทำงานแก่การประชุมระดับรัฐมนตรีในครั้งต่อไป โดยประเทศไทยพร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินการอย่างเต็มที่
ในโอกาสนี้รัฐมนตรีสาธารณสุขอาเซียนได้เห็นชอบที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานสำคัญ 3 ด้านร่วมกัน คือการขับเคลื่อนเรื่องโรคติดเชื้อดื้อยา การขับเคลื่อนเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติ และการขับเคลื่อนเรื่องการยุติภาวะทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ โดยให้คำมั่นร่วมกันตามปฏิญญา 3 ฉบับ ได้แก่ ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยเรื่องโรคติดเชื้อดื้อยา ปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยเรื่องการเตรียมความพร้อมสำหรับภัยพิบัติ และปฏิญญาผู้นำอาเซียนว่าด้วยการยุติภาวะทุพโภชนาการในทุกรูปแบบ ซึ่งจะเสนอในที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 31 ในเดือนพฤศจิกายน 2560 ที่ประเทศฟิลิปปินส์ต่อไป






