thansettakij
thansettakij
ทาทาแจงผลดำเนินงานลดเหตุปริมาณความต้องการใช้น้อยลง

ทาทาแจงผลดำเนินงานลดเหตุปริมาณความต้องการใช้น้อยลง

26 ส.ค. 60 | 03:34 น.
อัปเดตล่าสุด :26 ส.ค. 60 | 10:34 น.
บริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้ประกาศผลการดำเนินงานด้านการเงินของบริษัท สำหรับไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2561 สิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2560 ในวันนี้

รายงานข่าวจากบริษัท ทาทา สตีล (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ว่าบริษัทมีปริมาณการขายในไตรมาสที่ 1 จำนวน 276,000 ตัน ซึ่งน้อยกว่าไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2560 ร้อยละ 8 โดยมีสาเหตุสำคัญเนื่องมาจากความเชื่อมั่นในด้านตลาดและความต้องการที่ลดต่ำลงทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคเพื่อนบ้าน ยอดขายสุทธิในไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2561 มีจำนวนใกล้เคียงกับไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2560  EBITDA ในไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2561 มีจำนวน 139 ล้านบาท น้อยกว่าในไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2560 ร้อยละ 73 โดยมีสาเหตุสำคัญเนื่องมาจากผลกระทบจากปริมาณการขายและกำไรส่วนเกินที่น้อยลง

raji

ผลการดำเนินงานที่สำคัญ: ไตรมาส 1 ปริมาณการขายรวม ปีการเงิน 2561 276,000ตัน ปี2560 ที่ 301,000 ตัน ยอดขายสุทธิ ปีการเงิน 2561 ไตรมาส1 จำนวน 4,608 ล้านบาท ปี2560 จำนวน 4,597ล้านบาท EBITDA ปีการเงิน 2561 ไตรมาส1 จำนวน 139ล้านบาท ปี2560 จำนวน 509 ล้านบาท กำไร/(ขาดทุน) ก่อนหักภาษี ปีการเงิน 2561 ไตรมาส1 จำนวน (34) ล้านบาท ปี 2560 จำนวน 345 ล้านบาท กำไร/(ขาดทุน) หลังหักภาษีปีการเงิน 2561 ไตรมาส1 จำนวน (46)ล้านบาท ปี2560จำนวน 216 ล้านบาท

ด้านภาพรวมของตลาด จากการคาดการณ์ด้านเศรษฐกิจ GDP ของไทยจะเติบโตร้อยละ 3.3 โดยมีแรงสนับสนุนจากการเติบโตของการส่งออก จากราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกและการท่องเที่ยว ในขณะเดียวกัน คาดว่าภาคการก่อสร้างจะได้รับอานิสงค์จากการขยายการลงทุนของภาครัฐในโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานต่างๆ ช่วงไตรมาสที่ 1 ของปีการเงิน 2561 มีแรงกดดันด้านราคาเหล็กลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสที่ 4 ปีการเงิน 2560 ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการที่ลดลง

รวมถึงความเชื่อมั่นของตลาดโดยรวมในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนยังไม่ค่อยดีนัก ความต้องการเหล็กในประเทศจีนยังคงแข็งแกร่งเนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ จึงส่งผลให้มีการดึงวัตถุดิบเข้าสู่ประเทศจีนที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งแร่เหล็กและถ่านหิน ทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์เหล่านี้เพิ่มขึ้นทั่วโลก จึงส่งผลกระทบต่อราคาเศษเหล็กที่ยังคงแข็งแกร่งในระหว่างไตรมาส และมีผลกระทบในด้านลบต่อสเปรด อย่างไรก็ตาม ในด้านบวก มีปริมาณการส่งออกเหล็กจากจีนที่ลดลงอย่างมาก จึงช่วยให้ปริมาณการขายเหล็กลวดของบริษัทในตลาดภายในประเทศสูงขึ้นร้อยละ 36