
แพทย์มช.ระดม109ล้าน ผุดศูนย์ผู้ป่วยระยะสุดท้าย
คณะแพทย์ฯ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เตรียมระดมทุนสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย งบ 109 ล้านรองรับผู้ป่วยภาคเหนือ
ศ.น.พ. บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตจังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนเตียงให้บริการ 1,400 เตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ ซับซ้อน มีภาวะวิกฤต และคุกคามต่อชีวิต
โดยสถิติมีผู้ป่วยแบบประคับประคองและผู้ป่วยระยะท้าย ซึ่งครอบคลุมถึงโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายที่นอนในโรงพยาบาลมากถึง 52.13% ซึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยระยะท้ายไม่สามารถกลับไปดูแลรักษาต่อที่บ้านได้ คือการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นที่จะต้องใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน ได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม และเตียงนอน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังพบว่าญาติผู้ให้การดูแลผู้ป่วย ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่ถูกต้องและเหมาะสม
คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ มช. กล่าวต่อว่า คณะแพทยศาสตร์ มช. จึงมีโครงการจัดสร้าง “ศูนย์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย” ขึ้น บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นอาคาร สูง 4 ชั้น (สถานที่ก่อสร้างอยู่ระหว่างการพิจารณา) ซึ่งประกอบด้วย หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกแบบประคับประคอง, หน่วยประ สานงานการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง, หอดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง และธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิตได้ยืมไปใช้ที่บ้าน
ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณการก่อสร้างอาคารและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนเงิน 109 ล้านบาท โดยได้จัดกิจกรรมระดมเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center)
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,291 วันที่ 27 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ศ.น.พ. บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่าโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตจังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนเตียงให้บริการ 1,400 เตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการ ซับซ้อน มีภาวะวิกฤต และคุกคามต่อชีวิต
โดยสถิติมีผู้ป่วยแบบประคับประคองและผู้ป่วยระยะท้าย ซึ่งครอบคลุมถึงโรคมะเร็งและโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายที่นอนในโรงพยาบาลมากถึง 52.13% ซึ่งปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยระยะท้ายไม่สามารถกลับไปดูแลรักษาต่อที่บ้านได้ คือการขาดแคลนอุปกรณ์ที่จำเป็นที่จะต้องใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน ได้แก่ เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องวัดออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม และเตียงนอน เป็นต้น
นอกจากนี้ยังพบว่าญาติผู้ให้การดูแลผู้ป่วย ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่ถูกต้องและเหมาะสม
คณบดีคณะแพทย ศาสตร์ มช. กล่าวต่อว่า คณะแพทยศาสตร์ มช. จึงมีโครงการจัดสร้าง “ศูนย์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย” ขึ้น บนพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ เป็นอาคาร สูง 4 ชั้น (สถานที่ก่อสร้างอยู่ระหว่างการพิจารณา) ซึ่งประกอบด้วย หน่วยตรวจผู้ป่วยนอกแบบประคับประคอง, หน่วยประ สานงานการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง, หอดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง และธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิตได้ยืมไปใช้ที่บ้าน
ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณการก่อสร้างอาคารและจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์จำนวนเงิน 109 ล้านบาท โดยได้จัดกิจกรรมระดมเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center)
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,291 วันที่ 27 - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2560






