
ซีพีเอฟต่อยอดโครงการปลดหนี้ฯเข้าสู่ปีที่ 3
ซีพีเอฟ ส่งเสริมให้พนักงานและคนงานในโรงงานและฟาร์มรักษาวินัยทางการเงิน สานต่อโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม เข้าสู่ปีที่ 3 เผยตั้งแต่เริ่มโครงการปี 2558 จนถึงก.ค. 2560 ช่วยปลดหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิตไปแล้วเกือบ 400 ราย วงเงินรวมกว่า 42 ล้านบาท เดินหน้าต่อยอดโครงการเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความสุขในการทำงานให้พนักงาน
นายพุทธชาติ ไผ่พุทธ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน จึงได้จัดโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม เป็นโครงการที่มีเป้าหมายช่วยปลดหนี้ให้กับพนักงาน โดยหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยกู้แก่คนงานในฟาร์มหรือโรงงานและพนักงานที่มีภาระหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต ซึ่งหลังจากริเริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวโดยสายธุรกิจสุกรมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 31 กรกฎาคม 2560) มีจำนวนผู้กู้(สายธุรกิจสุกร)ที่ได้รับอนุมัติเงินกู้รวม 321 คน จาก 71 ฟาร์ม/โครงการ วงเงินกู้รวม 37 ล้านบาท และปัจจุบันได้ขยายโครงการฯไปยังสายธุรกิจอื่นๆของซีพีเอฟครบทุกสายธุรกิจแล้ว
ในจำนวนผู้กู้ 321 คนในสายธุรกิจสุกร สามารถปิดบัญชีก่อนกำหนด 7 คน โดยในปี 2560 นี้ โครงการปลดหนี้ฯ ดำเนินการเข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว จากการสอบถามผู้จัดการฟาร์มและโครงการถึงผลดำเนินงานในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา พบว่าคนงานมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ช่วยยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของพนักงานและครอบครัว
“จากการดำเนินโครงการมาถึงปีที่ 3 แล้ว ในส่วนของสายธุรกิจสุกรจะกลับไปดูแลความเป็นอยู่ของผู้กู้ ผู้ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ฯ เช่น กลับไปติดตามและ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาด้านการเงินที่ได้ดำเนินมาถึงปัจจุบัน รวมถึงแก้ปัญหาด้านการเงินที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก สนับสนุนและส่งเสริมการสร้างวินัยการออม แนะนำรูปแบบการออมต่างๆ ตามความสมัครใจ ผู้ไม่มีปัญหาการเงิน จะเน้นออมเพื่อสร้างอนาคต ผู้มีปัญหาหนี้สินอยู่ ก็จะเน้นการออมเพื่อปลดหนี้ต่อไป” นายพุทธชาติ กล่าว
ด้านนางจิตภินันท์ รัตนชัยสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านบริหารงานพนักงานสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม ซึ่งเริ่มดำเนินการโดยสายธุรกิจสุกร นำร่องใน 12 ฟาร์ม 5 จังหวัดทั่วประเทศ จากนั้นขยายโครงการฯไปยังสายธุรกิจอื่นๆของซีพีเอฟ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีสถาบันการเงิน 3 รายที่ร่วมให้กู้ในโครงการ คือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยล่าสุดอยู่ระหว่างทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจพลาสติก ที่จะเข้าร่วมโครงการด้วย
สำหรับภาพรวมผลดำเนินงานของโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 31 ก.ค. 2560 มียอดผู้กู้ (รวมสายธุรกิจสุกร ซึ่งมีจำนวนผู้กู้ 321 คน) รวม 393 คน วงเงินกู้รวมกว่า 42 ล้านบาท
จากการสำรวจคนงานในฟาร์มและโครงการ ซึ่งเป็นผู้กู้ในโครงการปลดหนี้ฯ และเป็น 1 ใน 7 รายที่สามารถชำระหนี้ได้หมดภายใน 2 ปี เล่าว่า ก่อนสมัครเข้าร่วมโครงการปลดหนี้ฯ มีภาระหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต ภาระค่างวดผ่อนรถ ทำให้รายได้ที่ได้รับต่อเดือนไม่เพียงพอใช้หนี้ ติดลบทุกเดือน หนี้สินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่หลังจากที่สมัครเข้าร่วมโครงการและได้รับอนุมัติวงเงินกู้แล้ว ช่วยปลดภาระหนี้ การบริหารเงินดีขึ้น ทำให้มีความสุขในการทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ยังรู้จักทำบัญชีรายรับรายจ่ายของครัวเรือน รวมทั้งยังมีเงินที่เหลือพอเก็บออมได้ส่วนหนึ่ง
ทั้งนี้ ซีพีเอฟ โดยสายธุรกิจสุกร ดำเนิน “โครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม” มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 เนื่องจากพบว่าพนักงานมีปัญหาหนี้สิน ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินให้หมดไปได้ด้วยตัวเอง ขาดความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน ทำให้เกิดความเครียดในการทำงาน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิตให้แก่คนงานหรือพนักงาน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงิน การทำบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือน และส่งเสริมการออม
นายพุทธชาติ ไผ่พุทธ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ กล่าวว่า บริษัทให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของพนักงาน จึงได้จัดโครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม เป็นโครงการที่มีเป้าหมายช่วยปลดหนี้ให้กับพนักงาน โดยหาแหล่งเงินกู้อัตราดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยกู้แก่คนงานในฟาร์มหรือโรงงานและพนักงานที่มีภาระหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิต ซึ่งหลังจากริเริ่มดำเนินโครงการดังกล่าวโดยสายธุรกิจสุกรมาตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน (ข้อมูล ณ 31 กรกฎาคม 2560) มีจำนวนผู้กู้(สายธุรกิจสุกร)ที่ได้รับอนุมัติเงินกู้รวม 321 คน จาก 71 ฟาร์ม/โครงการ วงเงินกู้รวม 37 ล้านบาท และปัจจุบันได้ขยายโครงการฯไปยังสายธุรกิจอื่นๆของซีพีเอฟครบทุกสายธุรกิจแล้ว
“จากการดำเนินโครงการมาถึงปีที่ 3 แล้ว ในส่วนของสายธุรกิจสุกรจะกลับไปดูแลความเป็นอยู่ของผู้กู้ ผู้ที่ยังไม่ได้เข้าร่วมโครงการ ฯ เช่น กลับไปติดตามและ ให้คำแนะนำเกี่ยวกับปัญหาด้านการเงินที่ได้ดำเนินมาถึงปัจจุบัน รวมถึงแก้ปัญหาด้านการเงินที่ต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมอีก สนับสนุนและส่งเสริมการสร้างวินัยการออม แนะนำรูปแบบการออมต่างๆ ตามความสมัครใจ ผู้ไม่มีปัญหาการเงิน จะเน้นออมเพื่อสร้างอนาคต ผู้มีปัญหาหนี้สินอยู่ ก็จะเน้นการออมเพื่อปลดหนี้ต่อไป” นายพุทธชาติ กล่าว
ด้านนางจิตภินันท์ รัตนชัยสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ด้านบริหารงานพนักงานสัมพันธ์ ซีพีเอฟ กล่าวเพิ่มเติมว่า โครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม ซึ่งเริ่มดำเนินการโดยสายธุรกิจสุกร นำร่องใน 12 ฟาร์ม 5 จังหวัดทั่วประเทศ จากนั้นขยายโครงการฯไปยังสายธุรกิจอื่นๆของซีพีเอฟ บริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยมีสถาบันการเงิน 3 รายที่ร่วมให้กู้ในโครงการ คือ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) โดยล่าสุดอยู่ระหว่างทำบันทึกข้อตกลงกับบริษัทในเครือเจริญโภคภัณฑ์ กลุ่มธุรกิจพลาสติก ที่จะเข้าร่วมโครงการด้วย
สำหรับภาพรวมผลดำเนินงานของโครงการฯ ตั้งแต่ปี 2558 ถึง 31 ก.ค. 2560 มียอดผู้กู้ (รวมสายธุรกิจสุกร ซึ่งมีจำนวนผู้กู้ 321 คน) รวม 393 คน วงเงินกู้รวมกว่า 42 ล้านบาท
ทั้งนี้ ซีพีเอฟ โดยสายธุรกิจสุกร ดำเนิน “โครงการปลดหนี้สร้างสุขและส่งเสริมการออม” มาตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 เนื่องจากพบว่าพนักงานมีปัญหาหนี้สิน ไม่สามารถแก้ปัญหาหนี้สินให้หมดไปได้ด้วยตัวเอง ขาดความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน ทำให้เกิดความเครียดในการทำงาน และประสิทธิภาพการทำงานลดลง โครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อปลดหนี้นอกระบบและหนี้บัตรเครดิตให้แก่คนงานหรือพนักงาน พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการบริหารจัดการทางการเงิน การทำบัญชีรายรับรายจ่ายครัวเรือน และส่งเสริมการออม






