
นปช.แถลงการณ์ยันไม่ได้ขนคนจี้หยุดสกัด-คุกคามเชียร์“ปู”
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ออกแถลงการณ์ผ่านเฟซบุ๊ก กรณีการนัดฟังคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว ฉบับที่ 1 ระบุว่า จากการที่ นปช. ติดตามสถานการณ์ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง กำหนดวันฟังคำพิพากษาคดีอันสืบเนื่องจากการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด พบว่ามีสาระสำคัญบางประการที่ควรทำความเข้าใจกับคณะผู้มีอำนาจรวมทั้งประชาชนทั่วไป เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง ทั้งก่อนและหลังมีคำพิพากษา ดังนี้
1.ขอเรียกร้องต่อทุกฝ่ายให้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งพระราชทานแนวทางไว้เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2560 เรื่องความยุติธรรม เพื่อความสงบสุข และสามัคคีปรองดองของคนในชาติ
2.นปช.ขอยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เดินทางมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันพิพากษาคดี แต่เห็นว่าเป็นสิทธิ์โดยชอบของประชาชนที่จะมาร่วมเป็นกำลังใจแก่อดีตนายกรัฐมนตรีโดยสงบ ภายใต้กรอบกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจยุติการสกัดกั้นหรือคุกคามทุกรูปแบบเสมือนหนึ่งบ้านเมืองกำลังเผชิญภาวะวิกฤติโดยทันที และให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานปฏิบัติภารกิจด้วยสำนึกแห่งข้าราชการผู้ยังชีพด้วยภาษีอากรของประชาชน
3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอนการดำเนินการหลังมีคำพิพากษาให้ชัดเจนก่อนถึงวันที่ 25 สิงหาคม เช่น ถ้ายกฟ้องจะเป็นอย่างไร หรือ ถ้าพิพากษาลงโทษจะมีแนวปฏิบัติเช่นไร ทั้งในแง่มุมของฝ่ายรัฐและฝ่ายจำเลย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันของประชาชน ป้องกันความสับสนจากข่าวลือ ข่าวลวง หรือการเข้าใจผิดคิดไปเองของทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยากต่อการควบคุมสถานการณ์
4.นปช.ยึดหลักสันติวิธีในการต่อสู้ และเคารพในคำพิพากษาของศาลสถิตยุติธรรม แม้จะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มิได้กระทำความผิด และรับทราบข้อเท็จจริงว่ากระบวนการก่อนถึงชั้นศาลในคดีนี้มีปัญหาเรื่องหลักนิติธรรม แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล นปช.ไม่มีแนวทางการเคลื่อนไหวให้กระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งกระบวนการยุติธรรม และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
ด้วยศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย
1.ขอเรียกร้องต่อทุกฝ่ายให้น้อมนำกระแสพระราชดำรัสแห่งองค์สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ซึ่งพระราชทานแนวทางไว้เมื่อวันที่ 8 ส.ค. 2560 เรื่องความยุติธรรม เพื่อความสงบสุข และสามัคคีปรองดองของคนในชาติ
2.นปช.ขอยืนยันว่าไม่มีการเคลื่อนไหวจัดตั้งมวลชนทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้เดินทางมายังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในวันพิพากษาคดี แต่เห็นว่าเป็นสิทธิ์โดยชอบของประชาชนที่จะมาร่วมเป็นกำลังใจแก่อดีตนายกรัฐมนตรีโดยสงบ ภายใต้กรอบกฎหมาย จึงขอเรียกร้องให้ผู้มีอำนาจยุติการสกัดกั้นหรือคุกคามทุกรูปแบบเสมือนหนึ่งบ้านเมืองกำลังเผชิญภาวะวิกฤติโดยทันที และให้เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงานปฏิบัติภารกิจด้วยสำนึกแห่งข้าราชการผู้ยังชีพด้วยภาษีอากรของประชาชน
3.หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรชี้แจงรายละเอียด ขั้นตอนการดำเนินการหลังมีคำพิพากษาให้ชัดเจนก่อนถึงวันที่ 25 สิงหาคม เช่น ถ้ายกฟ้องจะเป็นอย่างไร หรือ ถ้าพิพากษาลงโทษจะมีแนวปฏิบัติเช่นไร ทั้งในแง่มุมของฝ่ายรัฐและฝ่ายจำเลย เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันของประชาชน ป้องกันความสับสนจากข่าวลือ ข่าวลวง หรือการเข้าใจผิดคิดไปเองของทั้งกลุ่มผู้สนับสนุนและไม่สนับสนุนอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งยากต่อการควบคุมสถานการณ์
4.นปช.ยึดหลักสันติวิธีในการต่อสู้ และเคารพในคำพิพากษาของศาลสถิตยุติธรรม แม้จะเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์มิได้กระทำความผิด และรับทราบข้อเท็จจริงว่ากระบวนการก่อนถึงชั้นศาลในคดีนี้มีปัญหาเรื่องหลักนิติธรรม แต่ทั้งหมดขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของศาล นปช.ไม่มีแนวทางการเคลื่อนไหวให้กระทบต่อความศักดิ์สิทธิ์แห่งกระบวนการยุติธรรม และความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง
ด้วยศรัทธาและเชื่อมั่นในระบอบประชาธิปไตย






