
‘ดำเนินฟู้ด’ควัก30ล้าน ขยายโรงงานเพิ่มกำลังผลิตใส่นวัตกรรมดันยอดโต30%
บ.ดำเนินฟู้ดฯอัดงบ 30 ล้านบาทขยายโรงงาน เพิ่มกำลังการผลิต ใส่นวัตกรรม ยืดอายุผลิตภัณฑ์หวังส่งออกยุโรปและสหรัฐฯ พร้อมเพิ่มช่องทางการขายในประเทศสู่โมเดิร์นเทรด ซูเปอร์สโตร์ และแฟมิลี่มาร์ท เชื่อรายได้โต 30% จากปีที่ผ่านมา
นายนพพล ภู่แย้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดำเนินฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายวุ้นมะพร้าวออร์แกนิกแบรนด์ “วุ้นดำเนิน” เปิด เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทจะมีการลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงาน รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิต และคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทสามารถขยายตลาดต่างประเทศไปสู่โซนของประเทศในกลุ่มของสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐอเมริกาได้ตามกลยุทธ์ทางการตลาดที่วางแผนเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น 30-40% จากปีที่ผ่านมาด้วย
[caption id="attachment_198118" align="aligncenter" width="398"]
นพพล ภู่แย้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดำเนินฟู้ด จำกัด[/caption]
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวบริษัทได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐผ่านโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ซึ่งจะเสาะหาเอสเอ็มอีที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ เพื่อนำมาต่อยอดไปสู่งานวิจัยเพิ่มมูลค่า และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. โดยคาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีนี้
ขณะที่การขยายฐานลูกค้าของบริษัทปีนี้ จะมุ่งเน้นการขยายช่องทางในการจำหน่ายไปสู่โมเดิร์นเทรดแบบครบวงจร และซูเปอร์สโตร์อย่างโลตัสและบิ๊กซี เพื่อครอบคลุมฐานลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ผลิตภัณฑ์จะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต (Tops Supermarket ), แม็กซ์แวลู (Max Valu) และแฟมิลี่มาร์ท (Family Mart) อีกทั้งยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายของแต่ละจังหวัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากบริษัทว่ามีศักยภาพที่เพียงพอ เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์
ด้านตลาดต่างประเทศจะขยายฐานลูกค้าไปในกลุ่ม EU และสหรัฐฯ โดยมีตรารับรองอาหารและผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกของสหรัฐฯ (U.S. Department of Agriculture : USDA) เป็นใบเบิกทางที่จะช่วยการันตีผลิต ภัณฑ์ให้สามารถทำตลาดได้อย่างสะดวกมากขึ้นในประเทศดังกล่าว
“ใบรับอง USDA เป็นเสมือนข้อได้เปรียบของบริษัทในการเข้าไปทำตลาดใน EU และสหรัฐฯเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก เนื่องจากหลายผลิตภัณฑ์ไม่ใส่ใจที่จะดำเนินการเพื่อขอใบรับรองดังกล่าว เพราะต้องใช้เวลา 3-4 ปีกว่าจะได้รับใบรับรอง อีกทั้งยังมีกระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดอย่างมากตั้งแต่เรื่องของดินที่ปลูก และนํ้าที่ใช้ เป็นต้น โดยทั้ง 2 ทวีปดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก”
สำหรับการทำตลาดของทั้ง 2 ทวีปนั้น จะเป็นการดำเนินการร่วมกับกรมการค้าภายใน และกรมส่งเสริมการส่งออก ในการออกงานแสดงสินค้าเพื่อสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภค หลังจากที่ผ่านมาได้มีการส่งผลิตภัณฑ์ไปทดลองตลาดแล้วในบางประเทศของ EU และมียอดคำสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นการขนส่งไปทางเครื่องบินในปริมาณที่ไม่มาก เนื่องจากติดปัญหาเรื่องของอายุผลิตภัณฑ์ที่ไม่มาก แต่จากนวัตกรรมที่บริษัทกำลังดำเนินการจะทำให้บริษัทสามารถส่งสินค้าไปทำตลาดได้มากขึ้นผ่านทางเรือขนส่งสินค้า
นายนพพล กล่าวอีกว่า จากการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทในปี 2560 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทอีก 20-30% และจะ เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่บริษัทได้มีการลงทุนขยายโรงงาน และเพิ่มกำลังผลิต
บริษัทยังเพิ่มผลิตภัณฑ์ไปสู่การผลิตวุ้นธัญพืชในนํ้าลำไย วุ้นนํ้าเก๊กฮวย และวุ้นนํ้าสตรอว์เบอร์รี่ เพื่อขยายฐานลูกค้า และแก้ปัญหาวัตถุดิบมะพร้าวที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโต 50% จากปีที่ผ่านมาแต่ด้วยกำลังผลิตยังไม่เพียงพอทำให้สามารถทำรายได้เติบโตเพียง 20-30% เท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,290 วันที่ 24 - 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560
นายนพพล ภู่แย้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ดำเนินฟู้ด จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายวุ้นมะพร้าวออร์แกนิกแบรนด์ “วุ้นดำเนิน” เปิด เผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ในปีนี้บริษัทจะมีการลงทุนประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อขยายโรงงาน รวมถึงเพิ่มกำลังการผลิต และคิดค้นนวัตกรรมใหม่เพื่อยืดอายุผลิตภัณฑ์ให้ยาวนานกว่าเดิม ซึ่งจะช่วยทำให้บริษัทสามารถขยายตลาดต่างประเทศไปสู่โซนของประเทศในกลุ่มของสหภาพยุโรป (EU) และสหรัฐอเมริกาได้ตามกลยุทธ์ทางการตลาดที่วางแผนเอาไว้ อีกทั้งยังเป็นการตอบสนองการเติบโตของยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้น 30-40% จากปีที่ผ่านมาด้วย
[caption id="attachment_198118" align="aligncenter" width="398"]
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวบริษัทได้ร่วมมือกับสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ภายใต้การสนับสนุนของภาครัฐผ่านโครงการสนับสนุนการพัฒนาเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทย (iTAP) ซึ่งจะเสาะหาเอสเอ็มอีที่มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการยอมรับ เพื่อนำมาต่อยอดไปสู่งานวิจัยเพิ่มมูลค่า และสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ สสว. โดยคาดว่าจะดำเนินการได้แล้วเสร็จภายในปีนี้
ขณะที่การขยายฐานลูกค้าของบริษัทปีนี้ จะมุ่งเน้นการขยายช่องทางในการจำหน่ายไปสู่โมเดิร์นเทรดแบบครบวงจร และซูเปอร์สโตร์อย่างโลตัสและบิ๊กซี เพื่อครอบคลุมฐานลูกค้าให้ได้มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ผลิตภัณฑ์จะมีวางจำหน่ายอยู่ที่ท็อปส์ซูเปอร์มาร์เก็ต (Tops Supermarket ), แม็กซ์แวลู (Max Valu) และแฟมิลี่มาร์ท (Family Mart) อีกทั้งยังเปิดรับตัวแทนจำหน่ายของแต่ละจังหวัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะต้องผ่านการพิจารณาอย่างรอบคอบจากบริษัทว่ามีศักยภาพที่เพียงพอ เพื่อควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์
“ใบรับอง USDA เป็นเสมือนข้อได้เปรียบของบริษัทในการเข้าไปทำตลาดใน EU และสหรัฐฯเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่เป็นออร์แกนิก เนื่องจากหลายผลิตภัณฑ์ไม่ใส่ใจที่จะดำเนินการเพื่อขอใบรับรองดังกล่าว เพราะต้องใช้เวลา 3-4 ปีกว่าจะได้รับใบรับรอง อีกทั้งยังมีกระบวนการตรวจสอบที่ละเอียดอย่างมากตั้งแต่เรื่องของดินที่ปลูก และนํ้าที่ใช้ เป็นต้น โดยทั้ง 2 ทวีปดังกล่าวจะให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างมาก”
นายนพพล กล่าวอีกว่า จากการดำเนินกลยุทธ์ดังกล่าวเชื่อว่าจะทำให้รายได้ของบริษัทในปี 2560 เติบโตเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 100 ล้านบาทอีก 20-30% และจะ เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังจากที่บริษัทได้มีการลงทุนขยายโรงงาน และเพิ่มกำลังผลิต
บริษัทยังเพิ่มผลิตภัณฑ์ไปสู่การผลิตวุ้นธัญพืชในนํ้าลำไย วุ้นนํ้าเก๊กฮวย และวุ้นนํ้าสตรอว์เบอร์รี่ เพื่อขยายฐานลูกค้า และแก้ปัญหาวัตถุดิบมะพร้าวที่ไม่เพียงพอต่อความต้องการ โดยบริษัทตั้งเป้าเติบโต 50% จากปีที่ผ่านมาแต่ด้วยกำลังผลิตยังไม่เพียงพอทำให้สามารถทำรายได้เติบโตเพียง 20-30% เท่านั้น
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,290 วันที่ 24 - 26 สิงหาคม พ.ศ. 2560






