
ศรีไทยฯส่ง‘พอตเตอร์ส’ลุยต่างประเทศ
ศรีไทย เดินหน้าขยายตลาด “เดอะ พอตเตอร์ส” เมลามีนพรีเมียมลุยตลาดญี่ปุ่น เข้าร้านฟูจิ 10 แห่ง เล็งขยายต่อไต้หวัน ออสเตรเลีย ยุโรป และอเมริกา ขณะที่ตลาดในประเทศเตรียมเพิ่มไลน์สินค้าจับคนรุ่นใหม่
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เมลามีน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้เตรียมขยาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เมลามีนแบรนด์เดอะ พอตเตอร์ส (THE POTTERS) เพิ่มมากขึ้น โดยตลาดต่างประเทศจะขยายเข้าไปในประเทศออส เตรเลีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับซัพพลายเออร์ ส่วนในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายปีนี้ น่าจะเริ่มเข้าไปจำหน่ายผ่านร้านไลฟ์สไตล์แบรนด์ฟูจิ (FUJI) 10 แห่ง จากก่อนหน้านี้ที่ได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ขณะที่ช่องทางจำหน่ายในประเทศ ได้จำหน่ายผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โตคิว และสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งจะเลือกสาขาเฉพาะที่เหมาะสมกับแบรนด์
[caption id="attachment_194979" align="aligncenter" width="335"]
สนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน)[/caption]
ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมขยายไลน์สินค้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร เช่น ชุดกล่องใส่อาหารกลางวันหรือ Lunch Box ชุดนํ้าชา หรือ After noon tea ชุดสำหรับการปิกนิก ซึ่งเน้นจับตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยจัดเป็นสินค้าชุดเล็กสำหรับ 2 คน ซึ่งแบรนด์เดอะพอตเตอร์สมุ่งเน้นจับตลาดนิชเป็นหลัก ทำให้คาดว่าจะมีรายได้ไม่สูงมากนัก โดยตั้งเป้าทำรายได้ 50 ล้านบาท
นายสนั่น กล่าวอีกว่า แนวทางการทำตลาด บริษัทยังคงใช้กลยุทธ์ 4C ได้แก่ 1. Co Creation การดีไซน์สินค้าด้วยนวัตกรรม ให้เกิดความแตกต่าง ซึ่งผลิตภัณฑ์เมลามีนส่วนใหญ่จะเน้นสีขาวเป็นหลัก แต่แบรนด์เดอะ พอตเตอร์สจะใช้สีที่แตกต่างให้มีความโดดเด่น รวมถึงมีลวดลายที่ไม่เหมือนเมลามีนทั่วไป นอกจากนี้ยังได้ใช้วัตถุดิบอื่นๆ เข้ามาผสมผสานกับเมลามีน เช่น สเตนเลสส์ พลาสติก เป็นต้น 2. Currency หรือ การบริหารราคาสินค้า เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีการส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนเงินจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องบริหารราคาสินค้าให้เหมาะสม รวมถึงการตั้งราคาสินค้าด้วยการเพิ่มมูลค่าจากการดีไซน์ที่แตก ต่างจากสินค้าเมลามีนทั่วไปด้วย
ส่วนกลยุทธ์ที่ 3 Community หรือการสร้างเรื่องราวผลิตภัณฑ์ให้คนมีส่วนร่วม โดยบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการเล่าเรื่องผ่านตัวการ์ตูน เพื่อให้เกิดการรับรู้และเพิ่มมูลค่าสินค้า และกลยุทธ์ที่ 4 Conversation หรือ การสื่อสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อออนไลน์ โดยใช้ผู้มีชื่อเสียง หรือเซเลบริตีมาสื่อสารแบรนด์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560
นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการ บริษัท ศรีไทย ซุปเปอร์แวร์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์เมลามีน เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ได้เตรียมขยาย ช่องทางการจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เมลามีนแบรนด์เดอะ พอตเตอร์ส (THE POTTERS) เพิ่มมากขึ้น โดยตลาดต่างประเทศจะขยายเข้าไปในประเทศออส เตรเลีย ไต้หวัน สหรัฐอเมริกาและกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับซัพพลายเออร์ ส่วนในประเทศญี่ปุ่นช่วงปลายปีนี้ น่าจะเริ่มเข้าไปจำหน่ายผ่านร้านไลฟ์สไตล์แบรนด์ฟูจิ (FUJI) 10 แห่ง จากก่อนหน้านี้ที่ได้ส่งสินค้าไปจำหน่ายในประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ และฮ่องกง ขณะที่ช่องทางจำหน่ายในประเทศ ได้จำหน่ายผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล เดอะมอลล์ โตคิว และสยามดิสคัฟเวอรี่ ซึ่งจะเลือกสาขาเฉพาะที่เหมาะสมกับแบรนด์
[caption id="attachment_194979" align="aligncenter" width="335"]
ขณะเดียวกัน ยังได้เตรียมขยายไลน์สินค้าเพิ่มมากขึ้น นอกจากผลิตภัณฑ์บนโต๊ะอาหาร เช่น ชุดกล่องใส่อาหารกลางวันหรือ Lunch Box ชุดนํ้าชา หรือ After noon tea ชุดสำหรับการปิกนิก ซึ่งเน้นจับตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดยจัดเป็นสินค้าชุดเล็กสำหรับ 2 คน ซึ่งแบรนด์เดอะพอตเตอร์สมุ่งเน้นจับตลาดนิชเป็นหลัก ทำให้คาดว่าจะมีรายได้ไม่สูงมากนัก โดยตั้งเป้าทำรายได้ 50 ล้านบาท
นายสนั่น กล่าวอีกว่า แนวทางการทำตลาด บริษัทยังคงใช้กลยุทธ์ 4C ได้แก่ 1. Co Creation การดีไซน์สินค้าด้วยนวัตกรรม ให้เกิดความแตกต่าง ซึ่งผลิตภัณฑ์เมลามีนส่วนใหญ่จะเน้นสีขาวเป็นหลัก แต่แบรนด์เดอะ พอตเตอร์สจะใช้สีที่แตกต่างให้มีความโดดเด่น รวมถึงมีลวดลายที่ไม่เหมือนเมลามีนทั่วไป นอกจากนี้ยังได้ใช้วัตถุดิบอื่นๆ เข้ามาผสมผสานกับเมลามีน เช่น สเตนเลสส์ พลาสติก เป็นต้น 2. Currency หรือ การบริหารราคาสินค้า เนื่องจากผลิตภัณฑ์มีการส่งออกไปทำตลาดในต่างประเทศ ซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนเงินจะมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องบริหารราคาสินค้าให้เหมาะสม รวมถึงการตั้งราคาสินค้าด้วยการเพิ่มมูลค่าจากการดีไซน์ที่แตก ต่างจากสินค้าเมลามีนทั่วไปด้วย
ส่วนกลยุทธ์ที่ 3 Community หรือการสร้างเรื่องราวผลิตภัณฑ์ให้คนมีส่วนร่วม โดยบริษัทได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ด้วยการเล่าเรื่องผ่านตัวการ์ตูน เพื่อให้เกิดการรับรู้และเพิ่มมูลค่าสินค้า และกลยุทธ์ที่ 4 Conversation หรือ การสื่อสารผ่านสื่อประชาสัมพันธ์และสื่อออนไลน์ โดยใช้ผู้มีชื่อเสียง หรือเซเลบริตีมาสื่อสารแบรนด์
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,288 วันที่ 17 -19 สิงหาคม พ.ศ. 2560






