
วอนนายจ้างเร่งนำแรงงานต่างด้าวผิดก.ม.ยื่นเรื่องให้ถูกต้องภายใน7ส.ค.นี้
หอการค้าไทย และกระทรวงแรงงาน วอนนายจ้างเร่งพาลูกจ้างต่างด้าวผิดกฎหมาย มายื่นแบบคำขอจ้างงานให้ถูกกฎหมาย ที่ศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว 100 แห่งทั่วประเทศ ก่อนครบกำหนดที่ภาครัฐเตรียมเอาจริงเอาผิดแรงงานผิดกฎหมาย ปลายสัปดาห์นี้
นายสมบัติ นิเวศรัตน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ภาครัฐได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 100 ศูนย์ เพื่อให้นายจ้างนำลูกจ้าง สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารแสดงตน หรือไม่มีใบอนุญาตการทำงานที่ถูกต้อง มาแจ้งยื่นเรื่องการจ้างงานได้ โดยเป็นแรงงานต่างด้าวที่มีการจ้างงานก่อนหน้านี้ ไม่รวมการจ้างงานใหม่ และการจ้างงานที่ถูกกฎหมายซึ่งสามารถยื่นคำขอการจ้างคนต่างด้าวได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดอยู่แล้ว
โดยตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม พบว่า มีนายจ้างมายื่นคำขอ รวม 113,374 รายแบ่งเป็น ยื่นผ่านศูนย์ฯโดยตรง 104,415 ราย และยื่นผ่านระบบออนไลน์ 8,959 ราย ทำให้ขณะนี้มีจำนวนลูกจ้างต่างด้าวที่มาลงทะเบียน รวม 369,390 คน แบ่งเป็นแรงงานกัมพูชา 107,504 คน รองลงมาเป็นสัญชาติลาว 54,144 คน และเมียนมา 234,742 คน ซึ่งกิจการประเภท เกษตรและปศุสัตว์ มีการยื่นลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวมากที่สุด รองลงมาเป็นกิจการก่อสร้าง และจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม แต่ทั้งนี้ กรมฯได้ตั้งเป้าจะมีผู้มายื่นคำขอจ้างคนต่างด้าวผ่านศูนย์ฯ วันละ 2,000 คน แต่ปัจจุบันมีผู้มายื่นขอน้อยกว่าเป้า เพียงวันละ 700-800 คน เท่านั้น
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ และ ประธานคณะกรรมการแรงงาน และพัฒนาฝีมือแรงงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้นายจ้างที่มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่ 1 คน ขึ้นไป รีบยื่นแบบคำขอจ้างงานคนต่างด้าว ภายในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ตามกำหนด โดยเฉพาะในกิจการการให้บริการต่างๆ เช่น ผู้ให้บริการตามบ้าน ที่ยังมีการยื่นแบบคำขอเพียง 28,983 คนและกิจการค้าส่ง ค้าปลีก และแผงลอย ซึ่งมีจำนวนมายื่นคำขอจ้างงานต่างด้าว รวม20,867 คน โดยภาคเอกชน พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และสนับสนุนการใช้ พระราชกำหนดการบริการจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และเชื่อว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ จะทำให้ในปี 2561 ไทยจะได้รับการพิจารณาอันดับที่ดีขึ้น จากรายงานประจำปีของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เรื่อง สถานการณ์ค้ามนุษย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และการค้าของไทย
นายสมบัติ นิเวศรัตน์ รองอธิบดีกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน กล่าวว่า ภาครัฐได้จัดตั้งศูนย์รับแจ้งการทำงานของคนต่างด้าว ทั่วประเทศ จำนวนกว่า 100 ศูนย์ เพื่อให้นายจ้างนำลูกจ้าง สัญชาติ กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ผิดกฎหมาย ไม่มีเอกสารแสดงตน หรือไม่มีใบอนุญาตการทำงานที่ถูกต้อง มาแจ้งยื่นเรื่องการจ้างงานได้ โดยเป็นแรงงานต่างด้าวที่มีการจ้างงานก่อนหน้านี้ ไม่รวมการจ้างงานใหม่ และการจ้างงานที่ถูกกฎหมายซึ่งสามารถยื่นคำขอการจ้างคนต่างด้าวได้ที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดอยู่แล้ว
โดยตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม จนถึงวันที่ 3 สิงหาคม พบว่า มีนายจ้างมายื่นคำขอ รวม 113,374 รายแบ่งเป็น ยื่นผ่านศูนย์ฯโดยตรง 104,415 ราย และยื่นผ่านระบบออนไลน์ 8,959 ราย ทำให้ขณะนี้มีจำนวนลูกจ้างต่างด้าวที่มาลงทะเบียน รวม 369,390 คน แบ่งเป็นแรงงานกัมพูชา 107,504 คน รองลงมาเป็นสัญชาติลาว 54,144 คน และเมียนมา 234,742 คน ซึ่งกิจการประเภท เกษตรและปศุสัตว์ มีการยื่นลงทะเบียนแรงงานต่างด้าวมากที่สุด รองลงมาเป็นกิจการก่อสร้าง และจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม แต่ทั้งนี้ กรมฯได้ตั้งเป้าจะมีผู้มายื่นคำขอจ้างคนต่างด้าวผ่านศูนย์ฯ วันละ 2,000 คน แต่ปัจจุบันมีผู้มายื่นขอน้อยกว่าเป้า เพียงวันละ 700-800 คน เท่านั้น
นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ รองประธานกรรมการ และ ประธานคณะกรรมการแรงงาน และพัฒนาฝีมือแรงงาน สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้นายจ้างที่มีการจ้างงานแรงงานต่างด้าว ตั้งแต่ 1 คน ขึ้นไป รีบยื่นแบบคำขอจ้างงานคนต่างด้าว ภายในวันที่ 7 สิงหาคมนี้ตามกำหนด โดยเฉพาะในกิจการการให้บริการต่างๆ เช่น ผู้ให้บริการตามบ้าน ที่ยังมีการยื่นแบบคำขอเพียง 28,983 คนและกิจการค้าส่ง ค้าปลีก และแผงลอย ซึ่งมีจำนวนมายื่นคำขอจ้างงานต่างด้าว รวม20,867 คน โดยภาคเอกชน พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐ และสนับสนุนการใช้ พระราชกำหนดการบริการจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และเชื่อว่า หากทุกฝ่ายให้ความร่วมมือ จะทำให้ในปี 2561 ไทยจะได้รับการพิจารณาอันดับที่ดีขึ้น จากรายงานประจำปีของกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เรื่อง สถานการณ์ค้ามนุษย์ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์และการค้าของไทย






