thansettakij
thansettakij
มท.1 สั่งปภ.ระดมพลรับมือมวลน้ำเข้าสู่พื้นที่ 4 จังหวัด

มท.1 สั่งปภ.ระดมพลรับมือมวลน้ำเข้าสู่พื้นที่ 4 จังหวัด

01 ส.ค. 60 | 10:19 น.
อัปเดตล่าสุด :01 ส.ค. 60 | 17:19 น.
มท.1 สั่งการ ปภ. เร่งระบายน้ำในพื้นที่ท่วมขัง พร้อมประสาน 4 จังหวัดท้ายเขื่อนลำปาว ระดมสรรพกำลังเตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำเข้าพื้นที่

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เปิดเผยว่า กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยเริ่มคลี่ คลาย บางจังหวัดที่มีน้ำท่วมขังระดับน้ำเริ่มลดลง ประกอบกับจากการติ ดตามสภาพอากาศกับกรมอุตุนิยมวิทยา พบว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลง จึงได้สั่งกำชับให้หน่วยปฏิบัติ ประสานการเชื่อมโยงการระบายน้ำ ออกจากพื้นที่ โดยระดมเครื่องจักรกล เครื่องสูบน้ำ รถสูบน้ำระยะไกล เครื่องผลักดันน้ำ เร่งระบายน้ำที่ท่วมขังออกสู่ ลำน้ำสาขาไปยังลำน้ำสายหลักในช่ วงที่ไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม

อย่างไรก็ตาม จากการวิเคราะห์และติดตามสถานการณ์น้ำร่วมกั บกรมชลประทาน พบว่า มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่ อนลำปาวจำนวนมาก ทำให้ต้องเพิ่มการระบายน้ำ ออกจาก เขื่อนลำปาว ประกอบกับมีการระบายน้ำในพื้นที่ น้ำท่วมขังลงสู่ลำน้ำสายหลัก ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนลำปาวใน 4 จังหวัด ได้แก่ กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด ยโสธร และอุบลราชธานี จึงได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทา  สาธารณภัยบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเชื่อมโยงการบริหารจัดการน้ำในจังหวัดพื้นที่ท้ายเขื่อนลำปาวทั้ง 4 จังหวัด เพื่อลดผลกระทบจากมวลน้ำที่ จะไหลเข้าสู่พื้นที่ รวมถึงระดมสรรพกำลังวัสดุ อุปกรณ์ และเครื่องจักรกล

ด้านสาธารณภัยประจำพื้นที่เสี่ยงภัยให้พร้อมปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างทันท่วงทีเพื่อคลี่คลายสถานการณ์อุทกภัยโดยเร็ว และให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

[caption id="attachment_188044" align="aligncenter" width="480"] นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)[/caption]

นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวว่า ได้สั่งการหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ โดยเฉพาะศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 7 สกลนคร และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 13 อุบลราชธานี เตรียมพร้อมรับมือมวลน้ำที่ จะไหลเข้าสู่พื้นที่ท้ายเขื่อนลำปาว โดยติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง บูรณาการการเคลื่อนย้ายกำลังคนและวัสดุอุปกรณ์จากพื้นที่ที่สถานการณ์คลี่คลายไปประจำพื้นที่ เสี่ยงภัยในการปฏิบัติการพร่องน้ำ จัดทำแนวคันกั้นน้ำล้ อมรอบสถานที่สำคัญ และพื้นที่เขตเศรษฐกิจ ผลักดันน้ำให้ลงสู่ลำน้ำสายหลักโดยเร็ว พร้อมแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำ ให้ติดตามสถานการณ์น้ำ และประกาศแจ้งเตือนภัยอย่างใกล้ชิด รวมถึงขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง ส่วนจังหวัดที่สถานการณ์คลี่คลายแล้ว ให้เร่งสำรวจและจัดทำบัญชีความเสียหาย เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ รวมถึงวางแผนฟื้นฟูพื้นที่ ประสบภัยให้กลับสู่ภาวะปกติ โดยเร็ว

สำหรับการช่วยเหลือครอบครัวผู้ เสียชีวิตจะได้รับการสงเคราะห์ ช่วยเหลือค่าจัดการศพตามหลั กเกณฑ์ที่กำหนด สำหรับประชาชนที่ได้รับความเดื อดร้อนจากสถานการณ์อุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้ ทางสายด่วนนิรภัย 1784  ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป