
แบงก์เร่งโละบัตรแม่เหล็ก
แบงก์เร่งโละบัตรพลาสติกแถบแม่เหล็กเปลี่ยนเป็นชิปการ์ด ป้องกันภัยสกิมมิ่งก๊อบปี้บัตรเผยคืบแล้ว40%ตู้เอทีเอ็มรองรับ 100%
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบทยอยปรับเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิต จากแถบแม่เหล็ก ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ประมาณ 60 ล้านใบ ให้เป็นบัตรแบบชิปการ์ดตามมาตรฐานไทย ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เพื่อป้องกันภัยจากแก๊งค์สกิมมิ่งคัดลอกข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ใช้แถบแม่เหล็กในการเก็บข้อมูล
นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบัตรเดบิตประมาณ 2.8 ล้านใบ คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 ล้านใบ ภายในสิ้นปี 2560 ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าเปลี่ยนบัตรเดบิต/เอทีเอ็มแถบแม่เหล็กมาเป็นบัตรชิปการ์ดแล้วจำนวนประมาณ 1.2 ล้านใบ ขณะที่เครื่องเอทีเอ็มกรุงศรีฯ สามารถรองรับ EMV CHIP Card 100% โดยธนาคารมีตู้ ATM จำนวน 6,341 เครื่อง
นางสาวศุภนีวรรณ จูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรก ธนาคารกสิกรไทยมีฐานบัตรเดบิต 11.6 ล้านใบ โดยเป้าหมายภายในสิ้นปีจะเพิ่มฐานบัตรเป็น 12 ล้านใบ โดยในช่วงที่เหลือของปีธนาคารยังคงมีโปรแกรมกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตและการติดตั้งเครื่อง EDC ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ส่วนการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กมาเป็นบัตรชิปการ์ดนั้น พบว่ามีลูกค้ามาเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดแล้วประมาณ 40% จากฐานบัตร 11.6 ล้านใบ ขณะที่ระบบเครื่องเอทีเอ็มนับตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เครื่องฝากถอนโอนของธนาคาร (ATM & CDM) รองรับบัตรชิปการ์ดแล้ว 100% โดยล่าสุดเดือนมิถุนายน 2560 ธนาคารกสิกรไทยมีเครื่องฝากถอนโอนทั้ง หมดประมาณ 1.1 หมื่นเครื่อง
“ยอดการใช้บัตรเดบิตเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% โดยเฉพาะออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนการเปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดเพื่อความปลอดภัยจะเห็นว่าลูกค้าทยอยมาเปลี่ยนแล้ว 40% โดยตู้รองรับหมดทุกตู้แล้ว”
[caption id="attachment_186299" align="aligncenter" width="377"]
ลือชัย ชัยปริญญา[/caption]
นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ดนั้น ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 42% ของฐานบัตรที่มีอยู่ประมาณ 9 ล้านใบ ขณะที่เครื่องเอทีเอ็มปัจจุบันรองรับระบบชิปการ์ดได้ทุกเครื่องแล้ว ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 9,000 เครื่อง
นายชวมนต์ วินิจตรงจิตร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบีกล่าวว่าปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบัตรเดบิต ณ เดือนเมษายน อยู่ที่ 2.25 ล้านใบ คาดภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 2.8 ล้านใบ คิดเป็นการเติบโต 25% โดยมีบัตรเดบิตที่เป็นชิปการ์ดประมาณ 9.5แสนใบซึ่งมีทั้งการเปลี่ยนบัตร จากแถบแม่เหล็ก และการออกบัตรใหม่ทดแทนบัตรที่หมดอายุ
ส่วนตู้เอทีเอ็มและเอดีเอ็มของธนาคารสามารถรองรับระบบบัตรชิปการ์ดได้แล้ว 100% จากเดือนเมษายนที่ทั้งหมดจำนวน 2,470 เครื่อง
ขณะที่ธนาคารธนชาต ระบุว่าปัจจุบันมีลูกค้าเพียง 12% ที่ยังคงใช้บัตรเอทีเอ็มที่เป็นแถบแม่เหล็กอยู่ นอกจากนั้นได้เปลี่ยนมาใช้บัตรชิปการ์ดทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากธนาคารได้ออกแคมเปญร่วมรณรงค์ให้ลูกค้ามาเปลี่ยนบัตรที่มีชิปการ์ด
นอกจากนี้ธนาคารยังมีการออกบัตร TH-STD Chip Card เพื่อให้กับลูกค้าในช่วงปลายปีนี้ด้วย ขณะที่เครื่องเอทีเอ็มได้ตอบรับนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนให้มีเครื่องที่รองรับบัตรชิปการ์ด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บัตร ซึ่งปัจจุบันธนาคารได้ปรับโปรแกรมให้รองรับชิปการ์ด ทั้งในแบบ EMV และ TH-Standard เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,283
วันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560
ธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)กำหนดให้ธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบทยอยปรับเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิต จากแถบแม่เหล็ก ที่ใช้อยู่ในขณะนี้ประมาณ 60 ล้านใบ ให้เป็นบัตรแบบชิปการ์ดตามมาตรฐานไทย ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2562 เพื่อป้องกันภัยจากแก๊งค์สกิมมิ่งคัดลอกข้อมูลจากบัตรเอทีเอ็มและบัตรเดบิตที่ใช้แถบแม่เหล็กในการเก็บข้อมูล
นายพงษ์อนันต์ ธณัติไตร ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจลูกค้ารายย่อยและเครือข่ายการขาย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบัตรเดบิตประมาณ 2.8 ล้านใบ คาดว่าจะเพิ่มเป็น 3 ล้านใบ ภายในสิ้นปี 2560 ซึ่งตอนนี้มีลูกค้าเปลี่ยนบัตรเดบิต/เอทีเอ็มแถบแม่เหล็กมาเป็นบัตรชิปการ์ดแล้วจำนวนประมาณ 1.2 ล้านใบ ขณะที่เครื่องเอทีเอ็มกรุงศรีฯ สามารถรองรับ EMV CHIP Card 100% โดยธนาคารมีตู้ ATM จำนวน 6,341 เครื่อง
นางสาวศุภนีวรรณ จูตระกูล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 เดือนแรก ธนาคารกสิกรไทยมีฐานบัตรเดบิต 11.6 ล้านใบ โดยเป้าหมายภายในสิ้นปีจะเพิ่มฐานบัตรเป็น 12 ล้านใบ โดยในช่วงที่เหลือของปีธนาคารยังคงมีโปรแกรมกระตุ้นการใช้จ่ายผ่านบัตรเดบิตและการติดตั้งเครื่อง EDC ต่อเนื่องตลอดทั้งปี
ส่วนการเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กมาเป็นบัตรชิปการ์ดนั้น พบว่ามีลูกค้ามาเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดแล้วประมาณ 40% จากฐานบัตร 11.6 ล้านใบ ขณะที่ระบบเครื่องเอทีเอ็มนับตั้งแต่ช่วงเดือนพฤษภาคม 2559 เครื่องฝากถอนโอนของธนาคาร (ATM & CDM) รองรับบัตรชิปการ์ดแล้ว 100% โดยล่าสุดเดือนมิถุนายน 2560 ธนาคารกสิกรไทยมีเครื่องฝากถอนโอนทั้ง หมดประมาณ 1.1 หมื่นเครื่อง
“ยอดการใช้บัตรเดบิตเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ยปีละ 20% โดยเฉพาะออนไลน์ขยายตัวเพิ่มขึ้น ส่วนการเปลี่ยนบัตรเป็นชิปการ์ดเพื่อความปลอดภัยจะเห็นว่าลูกค้าทยอยมาเปลี่ยนแล้ว 40% โดยตู้รองรับหมดทุกตู้แล้ว”
[caption id="attachment_186299" align="aligncenter" width="377"]
นายลือชัย ชัยปริญญา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงานกลยุทธ์และผลิตภัณฑ์รายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า การเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กเป็นชิปการ์ดนั้น ปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาเปลี่ยนเป็นบัตรชิปการ์ดแล้วคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 42% ของฐานบัตรที่มีอยู่ประมาณ 9 ล้านใบ ขณะที่เครื่องเอทีเอ็มปัจจุบันรองรับระบบชิปการ์ดได้ทุกเครื่องแล้ว ซึ่งตอนนี้มีประมาณ 9,000 เครื่อง
นายชวมนต์ วินิจตรงจิตร หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร ผลิตภัณฑ์ธุรกรรมธนาคาร ธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบีกล่าวว่าปัจจุบันธนาคารมีฐานลูกค้าบัตรเดบิต ณ เดือนเมษายน อยู่ที่ 2.25 ล้านใบ คาดภายในสิ้นปีจะเพิ่มเป็น 2.8 ล้านใบ คิดเป็นการเติบโต 25% โดยมีบัตรเดบิตที่เป็นชิปการ์ดประมาณ 9.5แสนใบซึ่งมีทั้งการเปลี่ยนบัตร จากแถบแม่เหล็ก และการออกบัตรใหม่ทดแทนบัตรที่หมดอายุ
ส่วนตู้เอทีเอ็มและเอดีเอ็มของธนาคารสามารถรองรับระบบบัตรชิปการ์ดได้แล้ว 100% จากเดือนเมษายนที่ทั้งหมดจำนวน 2,470 เครื่อง
ขณะที่ธนาคารธนชาต ระบุว่าปัจจุบันมีลูกค้าเพียง 12% ที่ยังคงใช้บัตรเอทีเอ็มที่เป็นแถบแม่เหล็กอยู่ นอกจากนั้นได้เปลี่ยนมาใช้บัตรชิปการ์ดทั้งหมดแล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากธนาคารได้ออกแคมเปญร่วมรณรงค์ให้ลูกค้ามาเปลี่ยนบัตรที่มีชิปการ์ด
นอกจากนี้ธนาคารยังมีการออกบัตร TH-STD Chip Card เพื่อให้กับลูกค้าในช่วงปลายปีนี้ด้วย ขณะที่เครื่องเอทีเอ็มได้ตอบรับนโยบายรัฐบาลในการสนับสนุนให้มีเครื่องที่รองรับบัตรชิปการ์ด เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้บัตร ซึ่งปัจจุบันธนาคารได้ปรับโปรแกรมให้รองรับชิปการ์ด ทั้งในแบบ EMV และ TH-Standard เป็นที่เรียบร้อยแล้ว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,283
วันที่ 30 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม พ.ศ. 2560






