
“เรดเอิร์ธ” คืนสังเวียนตลาดเครื่องสำอางเมืองไทย
นางเพียงพร สุวรรณประทีป กรรมการผู้จัดการ บริษัท พิ้งค์ พีโอ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายเครื่องสำอางเรดเอิร์ธ (Red Earth) ชั้นนำระดับโลกจากประเทศออสเตรเลียในเมืองไทยต่อจาก บริษัท ไมเนอร์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งหมดสัญญาการจัดจำหน่ายเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา โดยการเปลี่ยนแปลงนโยบายการทำตลาดของไมเนอร์เอง ประกอบกับทางเครื่องสำอางทูเฟซด์ (Too Faced) จากอเมริกา ซึ่ง บริษัท พิ้งค์ พีโอ จำกัด เป็นผู้จัดจำหน่ายอยู่ได้หมดสัญญาลงกับทูเฟซด์ อเมริกา เนื่องจากการเปลี่ยนนโยบายไปจำหน่ายผ่านเฉพาะบางช่องทาง และไม่เน้นการขายผ่านช่องทางห้างสรรพสินค้าอีกต่อไป
ทั้งนี้บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากเรดเอิร์ธให้เป็นผู้จำหน่ายในเมืองไทยเป็นเวลา 5 ปีและสามารถต่อสัญญาได้อีก 5 ปีหลังจากสัญญาครั้งแรกได้สิ้นสุดลง ได้เปิดเคาน์เตอร์เครื่องสำอางเรดเอิร์ธสาขาแรกที่ห้างสรรพสินค้าพารากอนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตามด้วยเซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ดอนเมือง อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต (ขาออก ภายในประเทศ), เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เซ็นทรัล บางนา และ เซ็นทรัล ชิดลม เป็นที่เรียบร้อย โดยวางเป้าหมายขยายครบ 17 สาขาในช่วง 5 ปีนับจากนี้ พร้อมกับมีรายได้ที่ 200 ล้านบาท
"บริษัทตัดสินใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเรดเอิร์ธในเมืองไทยอีกครั้ง เพราะเคยทำตลาดเครื่องสำอางเรดเอิร์ธมา 2-3 ปีในสมัยที่ไมเนอร์เป็นผู้จัดจำหน่ายเรดเอิร์ธเมื่อปลายปีก่อน เรามั่นใจว่าสินค้าตัวนี้ดี เพราะเป็นสินค้าจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในขณะนี้” นางเพียงพรกล่าว
อย่างไรก็ตามเรดเอิร์ธกลับมาทำตลาดเมืองไทยอีกครั้งด้วยภาพลักษณ์ใหม่ ดูสดใส พร้อมกับโฉมใหม่ของร้าน บรรจุภัณฑ์และโลโก้ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปีไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ปัจจุบันตลาดรวมเครื่องสำอางในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีการเติบโตที่ 6-7%โดยเครื่องสำอางเรดเอิร์ธมีการเติบโตตลอดการเข้ามาเมืองไทยเมื่อ 20 ปีก่อนด้วยยอดขายสูงสุดถึง 180 ล้านบาท เรดเอิร์ธได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยวางภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นเครื่องสำอางประเภทพรีเมียมแมส จับกลุ่มเป้าหมาย นักเรียน ผู้เริ่มทำงานใหม่ๆ ด้วยราคาถูกลงกว่าเดิม 10 - 25% โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ของเรดเอิร์ธใน 5 ปีไว้ที่ 200 ล้านบาท นอกเหนือจากเครื่องสำอางเรดเอิร์ธแล้ว บริษัทกำลังเจรจากับเครื่องสำอางอีกหลายแบรนด์จากต่างประเทศเพื่อมาทำตลาดในเมืองไทยในอนาคต และมีแผนผลิตเครื่องสำอางภายใต้ยี่ห้อของตนเองด้วย
ทั้งนี้บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากเรดเอิร์ธให้เป็นผู้จำหน่ายในเมืองไทยเป็นเวลา 5 ปีและสามารถต่อสัญญาได้อีก 5 ปีหลังจากสัญญาครั้งแรกได้สิ้นสุดลง ได้เปิดเคาน์เตอร์เครื่องสำอางเรดเอิร์ธสาขาแรกที่ห้างสรรพสินค้าพารากอนเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา ตามด้วยเซ็นทรัล ลาดพร้าว, เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า, ดอนเมือง อินเตอร์เนชั่นแนล แอร์พอร์ต (ขาออก ภายในประเทศ), เดอะมอลล์ งามวงศ์วาน, เซ็นทรัล บางนา และ เซ็นทรัล ชิดลม เป็นที่เรียบร้อย โดยวางเป้าหมายขยายครบ 17 สาขาในช่วง 5 ปีนับจากนี้ พร้อมกับมีรายได้ที่ 200 ล้านบาท
"บริษัทตัดสินใจเป็นตัวแทนจำหน่ายเรดเอิร์ธในเมืองไทยอีกครั้ง เพราะเคยทำตลาดเครื่องสำอางเรดเอิร์ธมา 2-3 ปีในสมัยที่ไมเนอร์เป็นผู้จัดจำหน่ายเรดเอิร์ธเมื่อปลายปีก่อน เรามั่นใจว่าสินค้าตัวนี้ดี เพราะเป็นสินค้าจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นเทรนด์ที่กำลังได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในขณะนี้” นางเพียงพรกล่าว
อย่างไรก็ตามเรดเอิร์ธกลับมาทำตลาดเมืองไทยอีกครั้งด้วยภาพลักษณ์ใหม่ ดูสดใส พร้อมกับโฉมใหม่ของร้าน บรรจุภัณฑ์และโลโก้ ด้วยราคาที่เข้าถึงได้ง่าย โดยปัจจุบันตลาดเครื่องสำอางในประเทศไทยมีการเติบโตต่อเนื่องทุกปีไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ดี ปัจจุบันตลาดรวมเครื่องสำอางในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 2 หมื่นล้านบาท คาดการณ์ว่าปีนี้จะมีการเติบโตที่ 6-7%โดยเครื่องสำอางเรดเอิร์ธมีการเติบโตตลอดการเข้ามาเมืองไทยเมื่อ 20 ปีก่อนด้วยยอดขายสูงสุดถึง 180 ล้านบาท เรดเอิร์ธได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด โดยวางภาพลักษณ์ของแบรนด์เป็นเครื่องสำอางประเภทพรีเมียมแมส จับกลุ่มเป้าหมาย นักเรียน ผู้เริ่มทำงานใหม่ๆ ด้วยราคาถูกลงกว่าเดิม 10 - 25% โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ของเรดเอิร์ธใน 5 ปีไว้ที่ 200 ล้านบาท นอกเหนือจากเครื่องสำอางเรดเอิร์ธแล้ว บริษัทกำลังเจรจากับเครื่องสำอางอีกหลายแบรนด์จากต่างประเทศเพื่อมาทำตลาดในเมืองไทยในอนาคต และมีแผนผลิตเครื่องสำอางภายใต้ยี่ห้อของตนเองด้วย






