thansettakij
thansettakij
เฮิร์บพลัสรีไซซ์เจาะคนรุ่นใหม่

เฮิร์บพลัสรีไซซ์เจาะคนรุ่นใหม่

18 ก.ค. 60 | 09:43 น.
อัปเดตล่าสุด :18 ก.ค. 60 | 16:43 น.
เฮิร์บพลัส เตรียมออกสินค้าขนาดใหม่ รับกำลังซื้อและคนรุ่นใหม่ พร้อมเดินหน้าขยายช่องทางขายสู่ไฮเปอร์มาร์เก็ต กระตุ้นยอดขายเติบโตต่อเนื่อง 40%

นางภควดี อมรพิทักษ์กูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮิร์บพลัส จำกัด ผู้จัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสมุนไพร แบรนด์ เฮิร์บพลัส เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า เพื่อเป็นการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ และสอดคล้องกับกำลังซื้อของผู้บริโภคยุคปัจจุบัน ประกอบกับเพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบันได้ ซึ่งราคาสินค้าของบริษัทยังถือว่าสูงกว่าคู่แข่งในท้องตลาด จึงได้เตรียมปรับแพ็กเกจจิ้งสินค้าใหม่ ให้มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยรวมถึงมีปริมาณสินค้าที่ลดลง เพื่อให้มีราคาที่ถูกลงด้วย โดยคาดว่าน่าจะเปิดตัวสินค้าดังกล่าวได้ในช่วงต้นปีหน้า

[caption id="attachment_179291" align="aligncenter" width="503"] ภควดี อมรพิทักษ์กูล ภควดี อมรพิทักษ์กูลกรรมการผู้จัดการ บริษัท เฮิร์บพลัส จำกัด[/caption]

นอกจากนี้ สินค้าใหม่ดังกล่าว บริษัทจะเพิ่มช่องทางการจำหน่าย ในส่วนที่เป็นช่องทางไฮเปอร์มาร์เก็ต ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา จากปัจจุบันที่บริษัทจำหน่ายสินค้าผ่าน 3 ช่องทางหลัก ได้แก่ 1.การจัดจำหน่ายผ่านบริษัทโดยตรง ทั้งช่องทางคอลล์เซ็นเตอร์ และออนไลน์ มีสัดส่วนยอดขาย 40% 2. การจัดจำหน่ายผ่านทีวีช็อปปิ้งและโฮมช็อปปิ้ง มีสัดส่วนยอดขาย 40% และ 3.การจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าและร้านขายยาทั่วไป มีสัดส่วนยอดขาย 20%

นางภควดี กล่าวอีกว่า สำหรับสินค้าใหม่ที่จะเปิดตัวนั้น บริษัทจะกำหนดราคาไม่ให้เกิน 100 บาท ซึ่งนอกจากจะทำให้ผู้บริโภคสามารถซื้อสินค้าได้ง่ายแล้ว ยังสามารถนำสินค้าดังกล่าวกระจายไปยังจุดขายใหม่ได้ด้วย เช่น ในช่องทางร้านสะดวกซื้อ ซึ่งแนวทางการทำตลาดยังคงสร้างแบรนด์ ผ่านสื่อออนไลน์ และผ่านช่องทางจัดจำหน่าย เช่น ทีวีโฮมช็อปปิ้ง รวมถึงการพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดการบอกต่อ

“สินค้าปัจจุบันมี 6 รายการเป็นสมุนไพรสำหรับผู้ต้องการดูแลเฉพาะเรื่อง ได้แก่ เข่า สมอง สายตา หัวใจ ภูมิแพ้อากาศ และกระเพาะ ซึ่งมีราคาขายชุดละประมาณ 2,000 บาท สำหรับระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งสินค้าใหม่จะปรับลดลงเหลือไม่เกิน 100 บาท สำหรับกินได้ 1-2 มื้อ เพราะจะทำให้ผู้บริโภคเกิดการทดลองซื้อสินค้ากินได้ และปรับภาพลักษณ์ให้ทันสมัยเหมาะกับคนรุ่นใหม่ ปีหน้าบริษัทยังวางแผนออกสินค้าใหม่เพื่อทำตลาด ซึ่งขณะนี้มีสินค้ารอขึ้นทะเบียนกับอย. อีก 2 รายการด้วย”

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกบริษัทเติบโตในอัตรา 40% จากช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา โดยบริษัทเริ่มทำตลาดตั้งแต่ปี 2556 และมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอัตรา 40% ทุกปี ส่วนตลาดสมุนไพรทั้งผลิตภัณฑ์ยารักษาโรคและอาหารจากสมุนไพร คาดว่ามีมูลค่า 3.5 หมื่นล้านบาท เติบโต 7.2% จากปี 2558 ที่มีมูลค่า 3.2 หมื่นล้านบาท

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,279 วันที่ 16 - 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2560