
นายจ้างลงทุนยกระดับฝีมือลูกจ้างขอเงินอุดหนุนกองทุนฯได้แล้ว
ประกาศแล้วหลักเกณฑ์ใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน เพื่ออุดหนุนศูนย์ประเมินฯและกิจการต่าง ๆ ที่ร่วมสนับสนุน
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 ฉบับ ฉบับแรกเรื่อง กำหนดวงเงินกู้ยืมและการชำระเงินคืนกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 3) กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับการวงเงินกู้และการชำระคืนกองทุนฯ เป็นอัตราร้อยละศูนย์ต่อปี โดยให้มีผลใช้บังคับกับสัญญากู้ยืมเงินกองทุนฯที่ทำขึ้นภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ ซึ่งประกาศนี้หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2560
อีกฉบับเป็นประกาศ เรื่อง หลักเกณฑ์การใช้จ่ายเงินกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงานเพื่อช่วยเหลือหรืออุดหนุนกิจการใด ๆ ที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน และช่วยเหลือหรืออุดหนุนการดำเนินการของศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง ซึ่งหม่อมหลวงปุณฑริก ลงนามประกาศเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2560 เช่นกัน
สาระสำคัญคือ การใช้จ่ายเงินกองทุนฯเพื่อช่วยเหลืออุดหนุนให้แก่ 1.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และมีผู้ผ่านการทดสอบในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป สามารถขอรับเงินอุดหนุนได้ปีละ 1 หมื่นบาท ต่อผู้ผ่านการทดสอบทุก 100 คน 2.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงาน ที่ทดสอบให้ผู้รับการทดสอบที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานส่งไปทดสอบ ในสาขาอาชีพที่จำเป็นต้องให้การส่งเสริม หรือสนับสนุนให้มีผู้ประกอบอาชีพที่มีทักษะฝีมือได้มาตรฐานเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน หรือเป็นสาขาอาชีพที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เครื่องมืออุปกรณ์หรือเทคโนโลยีเฉพาะด้าน โดยให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนเป็นค่าทดสอบตามที่ผู้ดำเนินการทดสอบกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่คณะกรรมการฯกำหนด
3.ผู้ประกอบการที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯในเวลาที่กำหนดในปีที่ผ่านมา และได้พัฒนาฝีมือแรงงานครบถ้วนตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดในปีถัดมา มีสิทธิขอรับเงินอุดหนุนในอัตรา 10 %ของเงินสมทบนำส่ง 4.ผู้ประกอบการที่พัฒนาฝีมือแรงงานได้เกินกว่า 70 % ของลูกจ้างทั้งหมดที่ได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานรอบปีที่ผ่านมา ขอรับเงินอุดหนุนได้ 200 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน 5.ผู้ประกอบอาชีพ ผู้ประกอบการ หรือกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และได้นำมาตรฐานฝีมือแรงงานดังกล่าวไปใช้ทดสอบให้ลูกจ้างของตน ขอรับเงินอุดหนุนในแต่ละสาขาระดับละ 1 หมื่นบาท
6.ผู้ประกอบการที่ส่งลูกจ้างเข้าทดสอบและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และได้ปรับค่าจ้างให้ตามอัตราค่าจ้างมาตรฐานฝีมือแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน มีสิทธิรับเงินอุดหนุน 1 พันบาทต่อลูกจ้าง 1 คน ทั้งนี้ไม่เกินปีละ 1 แสนบาท 7.ผู้ประกอบการที่ใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานพัฒนาทักษะความรู้ที่เป็นการสร้างนวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ผลิตสินค้าหรือบริการ มีสิทธิขอเงินช่วยเหลือเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 1 แสนบาท โดยหลักสูตรอบรมให้เป็นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯกำหนด
8.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถที่เป็นหน่วยงานรัฐ ที่ส่งเงินค่าทดสอบหรือค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนฯมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเท่ากับจำนวนเงินที่ส่ง 9.ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง เป็นค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นของผู้ประเมิน และค่าใช้จ่ายดำเนินการรับรองความรู้ความสามารถตามระเบียบราชการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน กรณีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถมีจำนวนไม่พอรองรับ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานทำประมาณการค่าใช้จ่ายประจำปีเสนอคณะกรรมการฯ และ 10.กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงาน ที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ ในกรณีที่งบประมาณมีไม่พอและจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมจากเป้าหมายที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี กรมพัฒนาฝีมือแรงงานสามารถเสนอแผนงานงบประมาณให้คณะกรรมการฯพิจารณาได้
เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน 2 ฉบับ ฉบับแรกเรื่อง กำหนดวงเงินกู้ยืมและการชำระเงินคืนกองทุนพัฒนาฝีมือแรงงาน (ฉบับที่ 3) กำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับการวงเงินกู้และการชำระคืนกองทุนฯ เป็นอัตราร้อยละศูนย์ต่อปี โดยให้มีผลใช้บังคับกับสัญญากู้ยืมเงินกองทุนฯที่ทำขึ้นภายในหนึ่งปี นับแต่วันที่ประกาศมีผลใช้บังคับ ซึ่งประกาศนี้หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการพัฒนาฝีมือแรงงาน ลงนามประกาศ ณ วันที่ 8 มิถุนายน 2560
สาระสำคัญคือ การใช้จ่ายเงินกองทุนฯเพื่อช่วยเหลืออุดหนุนให้แก่ 1.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน และมีผู้ผ่านการทดสอบในปีที่ผ่านมาตั้งแต่ 100 คนขึ้นไป สามารถขอรับเงินอุดหนุนได้ปีละ 1 หมื่นบาท ต่อผู้ผ่านการทดสอบทุก 100 คน 2.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงาน ที่ทดสอบให้ผู้รับการทดสอบที่กรมพัฒนาฝีมือแรงงานส่งไปทดสอบ ในสาขาอาชีพที่จำเป็นต้องให้การส่งเสริม หรือสนับสนุนให้มีผู้ประกอบอาชีพที่มีทักษะฝีมือได้มาตรฐานเพียงพอต่อความต้องการของตลาดแรงงาน หรือเป็นสาขาอาชีพที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญ เครื่องมืออุปกรณ์หรือเทคโนโลยีเฉพาะด้าน โดยให้ช่วยเหลือหรืออุดหนุนเป็นค่าทดสอบตามที่ผู้ดำเนินการทดสอบกำหนด ทั้งนี้ไม่เกินอัตราค่าทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานที่คณะกรรมการฯกำหนด
3.ผู้ประกอบการที่ส่งเงินสมทบเข้ากองทุนฯในเวลาที่กำหนดในปีที่ผ่านมา และได้พัฒนาฝีมือแรงงานครบถ้วนตามสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดในปีถัดมา มีสิทธิขอรับเงินอุดหนุนในอัตรา 10 %ของเงินสมทบนำส่ง 4.ผู้ประกอบการที่พัฒนาฝีมือแรงงานได้เกินกว่า 70 % ของลูกจ้างทั้งหมดที่ได้รับการพัฒนาฝีมือแรงงานรอบปีที่ผ่านมา ขอรับเงินอุดหนุนได้ 200 บาทต่อลูกจ้างหนึ่งคน 5.ผู้ประกอบอาชีพ ผู้ประกอบการ หรือกลุ่มผู้ประกอบการที่ได้รับการรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงาน และได้นำมาตรฐานฝีมือแรงงานดังกล่าวไปใช้ทดสอบให้ลูกจ้างของตน ขอรับเงินอุดหนุนในแต่ละสาขาระดับละ 1 หมื่นบาท
6.ผู้ประกอบการที่ส่งลูกจ้างเข้าทดสอบและผ่านการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ และได้ปรับค่าจ้างให้ตามอัตราค่าจ้างมาตรฐานฝีมือแล้วไม่น้อยกว่า 180 วัน มีสิทธิรับเงินอุดหนุน 1 พันบาทต่อลูกจ้าง 1 คน ทั้งนี้ไม่เกินปีละ 1 แสนบาท 7.ผู้ประกอบการที่ใช้จ่ายในการฝึกอบรมฝีมือแรงงานพัฒนาทักษะความรู้ที่เป็นการสร้างนวัตกรรมหรือนำเทคโนโลยีมาใช้ผลิตสินค้าหรือบริการ มีสิทธิขอเงินช่วยเหลือเท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินปีละ 1 แสนบาท โดยหลักสูตรอบรมให้เป็นตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการฯกำหนด
8.ผู้ดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน หรือศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถที่เป็นหน่วยงานรัฐ ที่ส่งเงินค่าทดสอบหรือค่าธรรมเนียมเข้ากองทุนฯมีสิทธิขอรับเงินช่วยเหลือเท่ากับจำนวนเงินที่ส่ง 9.ศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถกลาง เป็นค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายอื่นของผู้ประเมิน และค่าใช้จ่ายดำเนินการรับรองความรู้ความสามารถตามระเบียบราชการ เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาฝีมือแรงงาน กรณีศูนย์ประเมินความรู้ความสามารถมีจำนวนไม่พอรองรับ ให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงานทำประมาณการค่าใช้จ่ายประจำปีเสนอคณะกรรมการฯ และ 10.กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ ในสาขาอาชีพ ตำแหน่งงาน หรือลักษณะงาน ที่อาจเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือต้องใช้ผู้มีความรู้ความสามารถ ในกรณีที่งบประมาณมีไม่พอและจำเป็นต้องดำเนินการเพิ่มเติมจากเป้าหมายที่ได้รับงบประมาณรายจ่ายประจำปี กรมพัฒนาฝีมือแรงงานสามารถเสนอแผนงานงบประมาณให้คณะกรรมการฯพิจารณาได้






