thansettakij
thansettakij
คืนหนี้56ไฟแนนซ์อืด กองทุนรับ2.7แสนล.

คืนหนี้56ไฟแนนซ์อืด กองทุนรับ2.7แสนล.

04 ก.ค. 60 | 23:00 น.
กรมบังคับคดีแจงซากหนี้ 56 ไฟแนนซ์ คงเหลือหุ้นอสังหาฯ-สิทธิเรียกร้อง ขณะที่กองทุนฟื้นฟูได้รับเงินคืนแล้ว 2.7 แสนล้านบาท มั่นใจปี 2574 ชำระหนี้ 9 แสนล้านบาทหมด

ความคืบหน้าของการรวบรวมทรัพย์จากคดีที่ศาลล้มละลายกลาง ที่มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด 56 สถาบันการเงินที่ถูกปิดกิจการจากวิกฤติต้มยำกุ้ง นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล อธิบดีกรมบังคับคดี ให้สัมภาษณ์ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ภาพรวมนับแต่พิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดถึงวันที่ 19 มิถุนายน 2560 กรมบังคับคดีจ่ายคืนเงินเจ้าหนี้แต่ละประเภทแล้ว 86,679 ล้านบาท เฉลี่ยคิดเป็น 13.77% จากยอดหนี้ที่ศาลให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ 629,291 ล้านบาท

“บางคดีจ่ายคืนหนี้ได้น้อย บางคดีสามารถคืนได้มากกว่า 40% ซึ่งแล้วแต่จะรวบรวมทรัพย์สินได้มากหรือน้อยด้วย”
อธิบดีกรมบังคับคดี กล่าวว่า ในจำนวนหนี้ที่คืนให้เจ้าหนี้ เฉพาะกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) รวมเงิน 79,550 ล้านบาทคิดเป็น 13.24% จากยอดหนี้ทั้งหมดที่ศาลมีคำสั่งให้กองทุนฟื้นฟูฯได้รับจำนวน 600,818 ล้านบาท ยังคงเหลือ 521,268 ล้านบาท

ประเภททรัพย์สินที่เหลืออยู่ ส่วนใหญ่เป็นอสังหาริมทรัพย์ หุ้น และสิทธิเรียกร้อง เช่น ลูกหนี้เช่าซื้อ สินเชื่อ การคํ้าประกัน การอาวัล หรือมาร์จินที่ปล่อยกู้ซื้อหลักทรัพย์ เป็นต้น

“ความสำเร็จดังกล่าวเกิดขึ้นจากความร่วมมือมาโดยตลอดกับแบงก์ชาติผู้เป็นโจทก์ ซึ่งส่วนตัวไม่อยู่ในเหตุการณ์ของกรมบังคับคดี เพราะช่วงปี 2540 ยังอยู่ที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ กระทั่งเข้ามารับตำแหน่งเดือนกรกฎาคม 2557 ซึ่งเป็นปีที่ 18 แล้ว ก็สอบถามโจทก์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งพบว่า ทรัพย์บางประเภทหาราคาตลาดไม่ได้เช่น หุ้นนอกตลาดราคาตํ่ากว่ามูลค่าทางบัญชี และอสังหาริมทรัพย์มีข้อจำกัดเรื่องสภาพของทรัพย์เสื่อมแม้ประมูลขายหลายครั้งก็ไม่มีผู้สนใจและเป็นที่มาของการตั้งคณะทำงานขึ้นมาจัดการ”

[caption id="attachment_172867" align="aligncenter" width="503"] คืนหนี้56ไฟแนนซ์อืด กองทุนรับ2.7แสนล. คืนหนี้56ไฟแนนซ์อืด กองทุนรับ2.7แสนล.[/caption]

ทั้งนี้ภายหลังจากหาวิธีการประมูลใหม่ทางบอร์ดจัดประชุมเร็วขึ้นทำให้บัญชีกองทุนได้รับเงินเร็วขึ้นโดยปัจจุบันคงเหลือ 35 ล้านหุ้นจาก 427 ล้านหุ้น อสังหา ริมทรัพย์ 28 แปลงราคาประเมิน 75 ล้านบาท จากที่ค้างมา 171 แปลง 457 ล้านบาท และสิทธิเรียกร้อง 1,259 เรื่อง จากที่ค้างมา 66,172 เรื่อง

นายธาริฑธิ์ ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายจัดการกองทุน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)กล่าวว่า กองทุนในฐานะเจ้าหนี้รายใหญ่สุดของ 56 ไฟแนนซ์ ได้รับเงินส่วนแบ่งจากการขายทอดตลาดสินทรัพย์ ถึงวันที่ 21 มิถุนายน 2560 จำนวน 270,445 ล้านบาท มาจาก 1.การชำระบัญชีจากการดำเนินการขององค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน (ปรส.) จำนวน 190,895 ล้านบาท

2. การขายสินทรัพย์ตามขั้นตอนการดำเนินการของกรมบังคับคดีอีกจำนวน 79,550 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น Recovery Rate ประมาณ 35% ของยอดเงินที่ศาลสั่งให้ได้รับชำระ ทั้งนี้ยังมีสินทรัพย์บางส่วนที่คงเหลือซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเพื่อให้ได้รับเงินเพิ่มเติมอีกในอนาคต

ส่วนแผนการชำระหนี้ที่เหลือนั้น เมื่อกองทุนเริ่มรับหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ ปี 2555 นั้น มีการประเมินเบื้องต้นว่าการชำระหนี้จะแล้วเสร็จในปี 2579 แต่ที่ผ่านมา มีภาระหนี้คงเหลือ 9.05 แสนล้านบาท สามารถลดเงินต้นได้มากกว่าประมาณการไว้ 1.5 แสนล้านบาท ให้การชำระหนี้จะเร็วกว่าที่เคยคาดไว้ 4 ปี หรือเสร็จสิ้นในปี 2574

ทั้งนี้ในแง่ผลของการบริหารกองทุน สามารถเรียกเก็บหนี้ และบริหารสินทรัพย์ได้เงินกลับคืนมา (Recovery rate) ประมาณ 61% ของเงินที่ให้ความช่วยเหลือระบบสถาบันการเงินในช่วงวิกฤติ(ณ มีนาคม 2560) สูงขึ้นจากที่เคยประมาณการไว้ในปี 2545 ที่ 42%

สำหรับแผนการชำระหนี้ในอนาคต ในส่วนของกองทุนคาดว่าจะยังคงเน้นการเร่งกระแสเงินสดจากแหล่งต่างๆ รวมถึง 1. การนำบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)(บสก.) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในเวลาที่เหมาะสม

2. ประสานงานกับกรมบังคับคดีเพื่อเร่งรัดติดตามเงินจากกองทรัพย์สินที่ค้างให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว อย่างไรก็ดี ทรัพย์สินที่มีอยู่ของกองทุนเริ่มมีจำนวนลดลง เงินนำส่งจากสถาบันการเงินจึงเป็นแหล่งสำคัญในการชำระหนี้ที่คงค้างอยู่

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,275 วันที่ 2 - 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2560