
แนวโน้มราคาทองคำวันพรุ่งนี้(30 มิ.ย.60)
สรุปสภาวะตลาดทองคำแท่ง วันที่ 29 มิถุนายน 2560
สภาวะตลาดวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,243.46-1,253.21ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,100 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,200 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.47 น.ของวันที่ 29/06/60)
แนวโน้มวันที่ 30 มิถุนายน 2560
กระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) อาจจะคุมเข้มนโยบายการเงินในอนาคต ดันสกุลเงินยูโร และสกุลเงินปอนด์ให้แข็งค่าขึ้น จนดันราคาทองคำให้มีการดีดตัวขึ้นตาม ทั้งนี้ นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการบีโออี กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอังกฤษมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และอาจจะมีการอภิปรายเรื่องกำหนดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยปอนด์ได้พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งในอังกฤษในวันที่ 8 มิ.ย. ขณะที่สกุลเงินยูโรเพิ่งพุ่งขึ้น หลังจากนายมาริโอ ดรากี ส่งสัญญาณว่า อีซีบีอาจจะปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ โดยสกุลเงินยูโรพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 1 ปีที่ 1.1434 ดอลลาร์ถึงแม้ว่าอาจจะตีความถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีในทางที่ผิด แต่สกุลเงินยูโรยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง เพราะท่าทีของนายดรากีมีในการยอมรับอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ และประเมินว่ารับตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะนี้ทำให้อาจเกิดการหารือเรื่องการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนก.ย. ขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงถูกกดดันจาก ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ทุกแห่งของสหรัฐสามารถผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) และรายงานของเฟดระบุว่า ธนาคารเหล่านี้มีระดับเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงได้ จนเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐกลุ่มธนาคารยังได้แรงหนุน โดยเฟดได้อนุมัติแผนการของธนาคารขนาดใหญ่ 34 แห่งที่จะใช้เงินทุนพิเศษสำหรับการซื้อหุ้นคืน, การจ่ายปันผลและเพื่อจุดประสงค์อื่นๆ แนะนำว่า นักลงทุนสามารถหาจังหวะซื้อเล่นสั้นเมื่อราคาย่อตัวลงไปและไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,241-1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะทำกำไรหากราคาทองคำได้ดีดตัวขึ้น
กลยุทธ์การลงทุน วายแอลจีมีมุมมองว่า หากราคาทองคำไม่สามารถผ่านแนวต้าน 1,254-1,260 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้จะทำให้ราคาทองคำอ่อนตัวลงมา โดยหากราคาทองคำสามารถยืนเหนือแนวรับ 1,241-1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้อย่างแข็งแกร่ง คาดว่าราคาน่ากลับขึ้นไปทดสอบแนวต้านอีกครั้ง แต่หากยืนไม่ได้ต้องระมัดระวังแรงขายที่ออกมาอาจทำให้ราคาย่อตัวลงสู่แนวรับถัดไป สำหรับผู้ที่ไม่มีทองคำในมือรอดูบริเวณ 1,241 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากสามารถยืนได้อย่างมั่นคง ถือเป็นจุดซื้อเก็งกำไรระยะสั้นอีกครั้ง แต่หากราคาหลุดแนวรับ 1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แนะนำให้ชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,241 (19,900บาท) 1,230 (19,700บาท) 1,223 (19,600บาท)
แนวต้าน 1,260 (20,250บาท) 1,272 (20,450บาท) 1,280 (20,600บาท)
ที่มา : บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
สภาวะตลาดวันที่ 29 มิถุนายน 2560 ราคาทองคำแกว่งตัวในกรอบที่ระดับ 1,243.46-1,253.21ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ภายในประเทศขายออกอยู่ที่ 20,100 บาทต่อบาททองคำ โดยราคาปรับตัวลดลง 100 บาท จากวันก่อนหน้าที่ระดับ 20,200 บาทต่อบาททองคำ
(หมายเหตุ: ข้อมูลนี้จัดทำขึ้น ณ เวลา 15.47 น.ของวันที่ 29/06/60)
แนวโน้มวันที่ 30 มิถุนายน 2560
กระแสคาดการณ์ว่า ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) และธนาคารกลางอังกฤษ (บีโออี) อาจจะคุมเข้มนโยบายการเงินในอนาคต ดันสกุลเงินยูโร และสกุลเงินปอนด์ให้แข็งค่าขึ้น จนดันราคาทองคำให้มีการดีดตัวขึ้นตาม ทั้งนี้ นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการบีโออี กล่าวว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอังกฤษมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นสิ่งที่มีความจำเป็น และอาจจะมีการอภิปรายเรื่องกำหนดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในช่วงไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยปอนด์ได้พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดนับตั้งแต่การเลือกตั้งในอังกฤษในวันที่ 8 มิ.ย. ขณะที่สกุลเงินยูโรเพิ่งพุ่งขึ้น หลังจากนายมาริโอ ดรากี ส่งสัญญาณว่า อีซีบีอาจจะปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ โดยสกุลเงินยูโรพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดรอบ 1 ปีที่ 1.1434 ดอลลาร์ถึงแม้ว่าอาจจะตีความถ้อยแถลงของนายมาริโอ ดรากี ประธานอีซีบีในทางที่ผิด แต่สกุลเงินยูโรยังคงเคลื่อนไหวในระดับสูง เพราะท่าทีของนายดรากีมีในการยอมรับอัตราเงินเฟ้อที่ระดับต่ำ และประเมินว่ารับตัวเลขเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งขึ้นในระยะนี้ทำให้อาจเกิดการหารือเรื่องการปรับลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนก.ย. ขึ้นได้ อย่างไรก็ตาม ราคายังคงถูกกดดันจาก ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ทุกแห่งของสหรัฐสามารถผ่านการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) และรายงานของเฟดระบุว่า ธนาคารเหล่านี้มีระดับเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงได้ จนเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนสินทรัพย์เสี่ยง โดยเฉพาะตลาดหุ้นสหรัฐกลุ่มธนาคารยังได้แรงหนุน โดยเฟดได้อนุมัติแผนการของธนาคารขนาดใหญ่ 34 แห่งที่จะใช้เงินทุนพิเศษสำหรับการซื้อหุ้นคืน, การจ่ายปันผลและเพื่อจุดประสงค์อื่นๆ แนะนำว่า นักลงทุนสามารถหาจังหวะซื้อเล่นสั้นเมื่อราคาย่อตัวลงไปและไม่หลุดบริเวณแนวรับ 1,241-1,236 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และปิดสถานะทำกำไรหากราคาทองคำได้ดีดตัวขึ้น
ทองคำแท่ง (96.50%)
แนวรับ 1,241 (19,900บาท) 1,230 (19,700บาท) 1,223 (19,600บาท)
แนวต้าน 1,260 (20,250บาท) 1,272 (20,450บาท) 1,280 (20,600บาท)






