thansettakij
thansettakij
ปลัดพาณิชย์มั่นใจดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเต็มที

ปลัดพาณิชย์มั่นใจดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเต็มที

27 มิ.ย. 60 | 13:59 น.
อัปเดตล่าสุด :27 มิ.ย. 60 | 20:59 น.
ปลัดพาณิชย์มั่นใจดูแลเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเต็มที  ยันเป็นช่วงปลายฤดูผลผลิตเริ่มน้อย แต่ประสารให้พาณิชย์จังหวัดประสานโรงงานรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรในทุกพื้นที่แล้ว

น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์   ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทั่วประเทศ หลังจากกลุ่มเจริญโภคภัณฑ์อาหาร (ซีพี) แหลมทอง และลีพัฒนา หยุดรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรตั้งแต่วันที่  23 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานเวลานี้ปริมาณข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ในมือเกษตรกรไม่มาก แต่หากเกษตรกรรายไหนยังมีข้าวโพคอยู่ในมืออยู่สามารถนำข้าวโพดไปขายให้กับโรงงานอาหารสัตว์ที่อยู่ในพื้นที่ของตนเองได้ โดยสั่งการให้พาณิชย์จังหวัดในเขตพื้นที่ที่มีโรงงานอาหารสัตว์ขอความร่วมมือให้ช่วยรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากเกษตรกรได้ทันทีอย่างน้อยจังหวัดละหนึ่งโรงงาน โดยโรงงานอาหารสัตว์ส่วนใหญ่ยินดีที่จะรับซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร แต่หากพื้นที่ใดปฎิเสธการรับซื้อแบบไม่มีเหตุสามารถแจ้งให้พาณิชย์จังหวัดนั้นๆได้รับทราบหรือร้องเรียนมายังกระทรวงพาณิชย์หรือสายด่วน 1569 ของกรมการค้าภายในก็ได้

ทั้งนี้ หากดูในเรื่องของราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปีนี้ มีราคาในช่วงปลายฤดูราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 8.40-8.50 บาทต่อกิโลกรัม หากเป็นช่วงผลผลิตออกมามากจะอยู่ที่ 8 บาทต่อกิโลกรัม ดังนั้น ในปีนี้ จึงไม่ค่อยมีปัญหาผลผลิตล้นตลาด ซึ่งแนวทางของรัฐบาลพยายามส่งเสริมให้เกษตรกรลดพื้นที่การเพาะปลูกและหันมาปลูกพืชส่วนผสมเพื่อลดปัญหาผลผลิตล้นตลาดและบางพื้นที่ได้ปฎิบัติตามแนวทางดังกล่าว ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็แนวทางช่วยเหลือเกษตรกรในด้านต่างๆรวมถึงการใช้แนวทางการรักษาคุณภาพสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐาน การหาตลาดและการเชื่อมโยงตลาดที่กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด การเปิดประมูลข้าวเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนที่เปิดประมูลไปเมื่อต้นเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาจากจำนวน 2.2 ล้านตันเสนอซื้อเข้ามามากกว่า 2 ล้านตัน ซึ่งทางที่ประชุมคณะกรรมการอนุระบายข้าวได้อนุมัติให้ขายข้าวในล็อตดังกล่าวแล้ว คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะนำเสนอต่อพลเอกฉัตรชัย    สาริกัลยะในฐานะคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว หรือ นบข.เห็นชอบอนุมัติขายต่อไป

ทั้งนี้ จะทำให้สตอกข้าว เหลืออยู่ประมาณ 8 แสนตันเท่านั้น แบ่งเป็น ข้าวคุณภาพเพื่อการบริโภคในกลุ่ม 1 จำนวน  1.6 แสนตัน ที่จะนำมาประมูลครั้งที่ 3 ในเดือนกรกฎาคมนี้ และข้าวเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคน อีกประมาณ 2 แสนตัน และข้าวเพื่อเข้าสู่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่การบริโภคของคนและสัตว์ อีก 5 แสนตัน โดยจะครบเปิดประมูลทั้ง 3 รอบใน 3 กลุ่ม ซึ่งจะต้องดูตัวเลขปริมาณข้าวทั้ง 3 กลุ่มที่เหลือเท่าไหร่และนำเสนอให้ นบข.ทราบในช่วงการประชุมเดือนสิงหาคมนี้เพื่อจะได้แนวทางที่ชัดเจนการระบายข้าวในแต่ละกลุ่มที่เหลือต่อไป