
ปลุกรีเทลย่านศรีนครินทร์ ‘ธัญญาพาร์ค’เพิ่มแม็กเนตดักนักช็อป
“ธัญญาพาร์ค” เดินแผนรับกำลังซื้อย่านศรีนครินทร์คึกคัก เล็งเพิ่มแม็กเนตทั้งร้านอาหาร-พับลิค เซ็นเตอร์ มั่นใจอานิสงส์รถไฟฟ้าเชื่อมต่อหน้าโครงการฉุดนักช็อปเพิ่ม 2 เท่าตัว
การทุ่มงบลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท พลิกที่ดินกว่า 17 ไร่ริมถนนศรีนครินทร์เป็นศูนย์การค้า “ธัญญาพาร์ค” เมื่อ 3 ปีก่อนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้ายักษ์อย่างเดอะ มอลล์ บางกะปิ, ซีคอน สแควร์ รวมถึงพาราไดซ์ พาร์ค ยังไม่นับรวมการปรับภูมิทัศน์ เส้นทางการจราจรบนถนนศรีนครินทร์ที่ยาวนานหลายปี ทำให้ธัญญาพาร์คต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน แต่ล่าสุดถึงเวลาแล้วที่ธัญญาพาร์ค จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับผงาดเป็นศูนย์การค้าสำหรับชุมชน ที่พร้อมให้บริการและเป็นจุดพักที่แตกต่างจากศูนย์อื่น
โดยนายวันชัย จันทร์วัฒ-รังกูล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคในย่านศรีนครินทร์-สำโรง ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะช่วงระหว่างบางกะปิ-พัฒนาการ เห็นได้จากการเกิดขึ้นใหม่ของคอนโดมิเนียม ที่พักอาศัย และหน่วยงานจำนวนมาก และในอนาคตการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะเปิดให้บริการในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้าสามารถสัญจรไปมาสะดวกยิ่งขึ้น และถือเป็นโอกาสอันดีของศูนย์เพราะจะมีสถานีคลองกลันตัน เชื่อมต่อเข้ามายังโครงการด้วย
[caption id="attachment_168580" align="aligncenter" width="336"]
วันชัย จันทร์วัฒ-รังกูล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์[/caption]
“ในรัศมี 3 กิโลเมตรนี้มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 5 แสนคน และหากเพิ่มเป็น 5 กิโลเมตรจะมีประชากรอาศัยและทำงานอยู่ในรัศมีนี้มากกว่า 1 ล้านคนเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีคอนโดฯกว่า 5,000 ยูนิต มีเส้นทางการสัญจรในระบบสาธารณะที่ครบครัน ทั้งแอร์พอร์ตลิงค์ มอเตอร์เวย์ และเมื่อถนนศรีนครินทร์ด้านหน้าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จทำให้ลูกค้าสามารถสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและเส้นทางร่มเกล้า-กรุงเทพกรีฑา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากแล้วเสร็จจะยิ่งเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น”
ล่าสุดบริษัทได้ปรับพื้นที่ภายในศูนย์ใหม่ เพื่อรองรับกำลังซื้อลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยจุดเด่นของธัญญาพาร์ค คือ เป็นศูนย์การค้าขนาดกลาง แบ่งออกเป็น 5 อาคาร แต่ละอาคารจะมีจุดขายแตกต่างกันไป และยังมีพื้นที่สีกรีน (กรีน โซน) คิดเป็นสัดส่วนถึง 40% และบริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนร้านอาหารซึ่งเป็นแม็กเนตหลักของศูนย์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 20% ของพื้นที่ค้าปลีกทั้งหมด ด้วยการเพิ่มร้านอาหารชั้นนำ จากปัจจุบันที่มีทั้งอาหารจีน อาทิ แชงกรีล่า โกลด์ ฯลฯ อาหารญี่ปุ่น อาทิ ซูชิ ฮิโระ นีโอสุกี้ ฯลฯอาหารไทย อาทิ นิตยาไก่ย่าง ฯลฯ โดยจะมีร้านค้าใหม่ๆ เข้ามาและจัดสรรแล้วเสร็จภายในต้นไตรมาส 4
“ปัจจุบันร้านอาหารถือเป็นแม็กเนตสำคัญที่จะดึงลูกค้าให้เข้ามาใช้บริการศูนย์การค้า ดังนั้นธัญญาพาร์คจะเพิ่มร้านค้าใหม่ๆ อาทิสตาร์บัคส์ ร้านอาหารทะเล ร้านบุฟเฟ่ต์ ฯลฯ รวมถึงฟิตเนสเซ็นเตอร์ และร้านอื่นๆ เพื่อเพิ่มความหลากหลายให้กับผู้มาใช้บริการด้วย”
นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะยกระดับการเป็นศูนย์รวมบริการสาธารณะ (Public Service Center) หลังจากประสบความสำเร็จจากการเป็นพาสปอร์ต เซ็นเตอร์ ซึ่งมีผู้มาใช้บริการมากกว่า 3,000 คนต่อวัน และยังเป็นศูนย์ให้บริการไปรษณีย์ ซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการราว 1,500 คนต่อวัน ในอนาคตจะมีศูนย์ให้บริการจากหน่วยงานต่างๆมากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรม อีเวนต์ต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายมากขึ้น
นายวันชัย กล่าวอีกว่า กลยุทธ์การทำตลาดบริษัทจะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดโปรโมชัน เพื่อให้คนรับรู้ข่าวสาร ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 6,000-8,000 คนต่อวัน ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการและมีระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ครบครันจะเพิ่มความสะดวก และกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
“หลังจากที่บริษัทใช้งบลงทุนกว่าธัญญาพาร์คไปกว่า 2,500 ล้านบาท และต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ รอบด้านทั้งการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์ทำให้การจราจรติดขัด ลูกค้าเดินทางเข้าออกไม่สะดวก และการแข่งขันที่รุนแรงในย่านนี้ ทำให้บริษัทต้องปรับตัวอย่างหนักตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนับจากนี้บริษัทมีความพร้อมและจะทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการมากขึ้น”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,273 วันที่ 25 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560
การทุ่มงบลงทุนกว่า 2,500 ล้านบาท พลิกที่ดินกว่า 17 ไร่ริมถนนศรีนครินทร์เป็นศูนย์การค้า “ธัญญาพาร์ค” เมื่อ 3 ปีก่อนท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง รายล้อมไปด้วยศูนย์การค้ายักษ์อย่างเดอะ มอลล์ บางกะปิ, ซีคอน สแควร์ รวมถึงพาราไดซ์ พาร์ค ยังไม่นับรวมการปรับภูมิทัศน์ เส้นทางการจราจรบนถนนศรีนครินทร์ที่ยาวนานหลายปี ทำให้ธัญญาพาร์คต้องเผชิญกับปัญหารอบด้าน แต่ล่าสุดถึงเวลาแล้วที่ธัญญาพาร์ค จะลุกขึ้นยืนพร้อมกับผงาดเป็นศูนย์การค้าสำหรับชุมชน ที่พร้อมให้บริการและเป็นจุดพักที่แตกต่างจากศูนย์อื่น
โดยนายวันชัย จันทร์วัฒ-รังกูล กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ธัญญาพาร์ค ศรีนครินทร์ เปิดเผยว่า กำลังซื้อของผู้บริโภคในย่านศรีนครินทร์-สำโรง ถือว่าเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงโดยเฉพาะช่วงระหว่างบางกะปิ-พัฒนาการ เห็นได้จากการเกิดขึ้นใหม่ของคอนโดมิเนียม ที่พักอาศัย และหน่วยงานจำนวนมาก และในอนาคตการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง (ลาดพร้าว-สำโรง) ที่จะเปิดให้บริการในอีก 2-3 ปีข้างหน้าเชื่อว่าจะทำให้ลูกค้าสามารถสัญจรไปมาสะดวกยิ่งขึ้น และถือเป็นโอกาสอันดีของศูนย์เพราะจะมีสถานีคลองกลันตัน เชื่อมต่อเข้ามายังโครงการด้วย
[caption id="attachment_168580" align="aligncenter" width="336"]
“ในรัศมี 3 กิโลเมตรนี้มีประชากรอาศัยอยู่กว่า 5 แสนคน และหากเพิ่มเป็น 5 กิโลเมตรจะมีประชากรอาศัยและทำงานอยู่ในรัศมีนี้มากกว่า 1 ล้านคนเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง มีคอนโดฯกว่า 5,000 ยูนิต มีเส้นทางการสัญจรในระบบสาธารณะที่ครบครัน ทั้งแอร์พอร์ตลิงค์ มอเตอร์เวย์ และเมื่อถนนศรีนครินทร์ด้านหน้าโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จทำให้ลูกค้าสามารถสัญจรได้สะดวกยิ่งขึ้น และในอนาคตยังมีรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและเส้นทางร่มเกล้า-กรุงเทพกรีฑา ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง หากแล้วเสร็จจะยิ่งเพิ่มความสะดวกมากยิ่งขึ้น”
ล่าสุดบริษัทได้ปรับพื้นที่ภายในศูนย์ใหม่ เพื่อรองรับกำลังซื้อลูกค้าเพิ่มขึ้นโดยจุดเด่นของธัญญาพาร์ค คือ เป็นศูนย์การค้าขนาดกลาง แบ่งออกเป็น 5 อาคาร แต่ละอาคารจะมีจุดขายแตกต่างกันไป และยังมีพื้นที่สีกรีน (กรีน โซน) คิดเป็นสัดส่วนถึง 40% และบริษัทมีแผนเพิ่มจำนวนร้านอาหารซึ่งเป็นแม็กเนตหลักของศูนย์ให้เพิ่มขึ้นเป็น 40% จากปัจจุบันที่มีอยู่ราว 20% ของพื้นที่ค้าปลีกทั้งหมด ด้วยการเพิ่มร้านอาหารชั้นนำ จากปัจจุบันที่มีทั้งอาหารจีน อาทิ แชงกรีล่า โกลด์ ฯลฯ อาหารญี่ปุ่น อาทิ ซูชิ ฮิโระ นีโอสุกี้ ฯลฯอาหารไทย อาทิ นิตยาไก่ย่าง ฯลฯ โดยจะมีร้านค้าใหม่ๆ เข้ามาและจัดสรรแล้วเสร็จภายในต้นไตรมาส 4
นอกจากนี้บริษัทมีแผนจะยกระดับการเป็นศูนย์รวมบริการสาธารณะ (Public Service Center) หลังจากประสบความสำเร็จจากการเป็นพาสปอร์ต เซ็นเตอร์ ซึ่งมีผู้มาใช้บริการมากกว่า 3,000 คนต่อวัน และยังเป็นศูนย์ให้บริการไปรษณีย์ ซึ่งมีลูกค้ามาใช้บริการราว 1,500 คนต่อวัน ในอนาคตจะมีศูนย์ให้บริการจากหน่วยงานต่างๆมากขึ้น รวมทั้งการจัดกิจกรรม อีเวนต์ต่างๆ เพิ่มขึ้น เพื่อสร้างบรรยากาศและกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายมากขึ้น
นายวันชัย กล่าวอีกว่า กลยุทธ์การทำตลาดบริษัทจะเน้นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการจัดโปรโมชัน เพื่อให้คนรับรู้ข่าวสาร ตลอดจนกิจกรรมต่างๆ โดยปัจจุบันมีลูกค้าเข้ามาใช้บริการ 6,000-8,000 คนต่อวัน ทั้งนี้คาดว่าในอนาคตเมื่อรถไฟฟ้าเปิดให้บริการและมีระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ครบครันจะเพิ่มความสะดวก และกระตุ้นให้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการเพิ่มขึ้น 2 เท่าตัว
“หลังจากที่บริษัทใช้งบลงทุนกว่าธัญญาพาร์คไปกว่า 2,500 ล้านบาท และต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ รอบด้านทั้งการก่อสร้างถนนศรีนครินทร์ทำให้การจราจรติดขัด ลูกค้าเดินทางเข้าออกไม่สะดวก และการแข่งขันที่รุนแรงในย่านนี้ ทำให้บริษัทต้องปรับตัวอย่างหนักตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งนับจากนี้บริษัทมีความพร้อมและจะทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อรองรับลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการมากขึ้น”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,273 วันที่ 25 - 28 มิถุนายน พ.ศ. 2560






