
สูตรสำเร็จ‘บาวแดง’ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งหัวหอกเดินหน้าทุ่ม3,000ล้านสู่จีน
ผ่ายุทธศาสตร์ “คาราบาวแดง” จากอังกฤษส่งจีน ชู “สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง” หัวหอกทะลวงตลาดโลก ใจถึง 6 เดือนควักหมื่นล้านทุ่มขยายกำลังผลิต-การตลาด วางเป้าโกยยอดขายทะลุ 3 หมื่นล้านบาทภายใน 5 ปี
กว่า 10 ปี ของแบรนด์ “คาราบาวแดง” บนเส้นทางเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทย เติบโตอย่างรวดเร็วจาก “แพลตฟอร์มดนตรี” ที่มีไอดอลอย่าง “แอ๊ด คาราบาว” เป็นตัวแทนในการสร้างแบรนด์จนสามารถขึ้นอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดเอนเนอร์ยี ดริ้งก์ ที่มีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาทได้ในเวลารวดเร็ว แต่ทว่าเส้นทางความสำเร็จของแบรนด์กลับมาหยุดแค่ในประเทศ วันนี้คาราบาวแดง หรือ “คาราบาว” ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก กำลังก้าวสู่การเป็นโกล บัล แบรนด์ วัดรอยเท้า “เรดบูล” ตามที่ตั้งความหวังไว้
[caption id="attachment_164358" align="aligncenter" width="503"]
เสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด[/caption]
โดยนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” และ “คาราบาว” เปิดเผยว่า แผน งานหลักของบริษัทนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการรุกตลาดในประเทศอังกฤษอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้อังกฤษเป็นแฟล็กชิพของธุรกิจในภาคพื้นยุโรป และเป็นสปริงบอร์ดในการเข้าไปทำตลาดประเทศอื่นๆ ต่อไป โดยกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งยังเป็นหัวหอกหลักในการใช้สร้างแบรนด์ หลังจากบริษัทเข้าไปเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 ปีให้กับถ้วย “ลีกคัพ” (English Football League cup หรือ EFL) พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “คาราบาวคัพ” (Carabao Cup) ตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขัน 2017/2018 ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างแบรนด์แบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังขยายจุดจำหน่ายเพิ่มเป็น 5,000 จุดในเดือนมิถุนายน และอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มอีก 8,000 จุด และสิ้นปีเพิ่มอีก 1 หมื่นจุด
“นอกจากนี้บริษัทยังสามารถเข้าไปวางขายในช่องทางของ “Big Four” อย่าง Tesco, Morrisons, Sainsbury’s และ Co-op ครอบคลุม 70% ของร้านค้า จากที่ผ่านมาจำหน่ายสินค้าผ่านปั๊ม BP ยักษ์ใหญ่พลังงานของอังกฤษกว่า 1,000 แห่ง และร้านค้าทั่วไปนับหมื่นจุด เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากการเข้าไปสนับสนุนถ้วยคาราบาวคัพ จากก่อนนี้ที่คาราบาวเป็นสปอนเซอร์และติดโลโกบนชุดซ้อมให้กับเชลซี”
ทั้งนี้หลังจากที่คาราบาวประกาศยกเลิกการเข้าทำสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจ DAI Group เพื่อลงทุนในกลุ่มประเทศ Greater China ซึ่งประกอบด้วย ประเทศฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และจีน ภายใต้มูลค่าเงินลงทุน ไม่เกิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,401 ล้านบาท เพราะไม่ต้องแบก รับความเสี่ยงของการลงทุนในระยะแรกไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของทางคาราบาวกรุ๊ป เข้าทำสัญญากับกลุ่มบริษัทร่วมทุนใหม่ โดยได้สิทธิ์จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแบรนด์คาราบาวในประเทศจีน
[caption id="attachment_166320" align="aligncenter" width="286"]
สูตรสำเร็จ‘บาวแดง’ สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งหัวหอกเดินหน้าทุ่ม3,000ล้านสู่จีน[/caption]
โดยพบว่าการเปิดเกมรุกตลาดประเทศจีนอย่างเป็นทางการอีกครั้งนั้น เป็นการลงทุนโดยส่วน ตัวของ “นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์” ที่จับมือกับนักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหม่หลังจากล้มเลิกการร่วมทุนกับธุรกิจ DAI Group พร้อมกับจัดตั้งบริษัท ดับเบิ้ล เอ็นเนอร์จี้ดริ้ง จำกัดขึ้น ภายหลังบรรลุข้อตกลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในสัดส่วนการถือหุ้น 50:50 ภายใต้ทุนจดทะเบียน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 6,800 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 34 บาท) เพื่อใช้ในการรุกตลาดในประเทศจีน หลังจากที่ปัจจุบันได้มีการเข้าไปทำตลาดแล้วใน 17 มณฑลของจีนทั้งในช่องทางเทรดดิชั่นนัลเทรดและโมเดิร์นเทรด พร้อมกันนี้ได้มีการตั้งอาคารสำนักงานใหญ่ในมณฑลกวางเจาและปักกิ่ง และสำนักงานขายในทั้ง 17 มณฑลเพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่แผนการทำตลาดในประเทศจีนในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ (มิถุนายน-ธันวาคม 2560) ได้เตรียมงบการทำตลาดราว 3,000 ล้านบาท ในการสร้างแบรนด์โดยใช้กลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก ภายใต้แนวคิด “ปลุกกำลังในตัวคุณ” นอกจากนี้ยังมีแผนจัดการแข่งขันฟุตบอลในประเทศจีนที่เรียกว่า “ฟรี สไตล์ ฟุตบอล เพื่อเจาะกลุ่มไวต์ คอลลาร์ คนทำงาน นักเรียน นักศึกษาเป็นหลัก โดยบริษัทวางเป้าหมายยอดขายในจีนช่วง 3 ปีนับจากนี้ด้วยการครองส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของจีน 10-20% หรือคิดเป็นยอดขายราว 2,000 ล้านกระป๋อง จากภาพรวมที่คาดการณ์ว่าจะมีการซื้อขายเครื่องดื่มชูกำลังในจีน 1 หมื่นล้านกระป๋อง ใน 3 ปีนับจากนี้
อย่างไรก็ตามหากบริษัทสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 300 ล้านกระป๋องในปีแรก แผนงานต่อไปในช่วงปี 2561 คือการมองหาพาร์ตเนอร์ในการรับจ้างผลิตให้แก่แบรนด์เพื่อบริการจัดการต้นทุนให้ดีขึ้น จากปัจจุบันที่บริษัทนำเข้าสินค้าจากไทยไปจำหน่าย
จากการศึกษาตลาดเครื่องดื่มชูกำลังในประเทศจีนพบว่า ยังไม่มีผู้นำตลาด เนื่องจากเจ้าตลาดเดิมอย่างเรดบูลมีปัญหาในประเทศจีน ทำให้ต้องปิดโรงงานทั้ง 5 แห่ง ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาเรดบูล เป็นผู้นำด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 75% รองลงมาได้แก่โลคัลแบรนด์ ซึ่งมีจำนวนประมาณ 10 แบรนด์ เฉลี่ยส่วนแบ่งทางการตลาดราว 4-5% ทั้งนี้จากปัญหาภายในของแบรนด์เรดบูลนั้น ส่งผลให้ปัจจุบันในตลาดจีนเครื่องดื่มชูกำลังหายไป จากท้องตลาด 6,000 ล้านกระป๋อง จึงเป็นโอกาสสำคัญในการรุกตลาดของแบรนด์คาราบาวในประเทศจีน ซึ่งจากตัวเลขของยูโรมอนิเตอร์คาดการณ์ว่าภายในปี 2563 ตลาดเครื่องดื่มชูกำลังจีนจะเติบโตเพิ่มเป็น 3,000 ล้านลิตร หรือคิดเป็นสัดส่วน 50% ของตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของโลก จากปี 2559 ตลาดรวมอยู่ที่ 1,600 ล้านลิตร
นายเสถียร กล่าวอีกว่า เพื่อรองรับการขยายตลาดอย่างรวดเร็ว ปีนี้บริษัทเตรียมใช้งบ 6,000-7,000 ล้านบาทในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตขวดแก้วเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 ล้านขวดต่อปี จากปัจจุบัน 650 ล้านขวดต่อปี ทำให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1 พันล้านกระป๋องต่อวัน ซึ่งโรงงานดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญในการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายทั่วโลก
ขณะที่ตลาดภายในประเทศบริษัทเตรียมงบการตลาด 400-500 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์มิวสิก มาร์เก็ตติ้งเป็นตัวนำ พร้อมจัดแคมเปญและกิจกรรม ณ จุดขายอย่างต่อเนื่องอาทิ แคมเปญ “ส่งฝาลุ้นมอเตอร์ไซค์ไปดูบอลนัดชิงที่อังกฤษกับพี่แอ๊ด” แจกมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าเวฟ รุ่น คาราบาว ลิมิตเต็ด และแพ็กเกจทัวร์ 7 วัน 4 คืน พาผู้โชคดีบินลัดฟ้าดูบอลและท่องเที่ยวแดนผู้ดี ในคาราบาวคัพนัดชิงชนะเลิศกับแอ๊ด คาราบาว ซึ่งล่าสุดมีการจับสลากคู่แข่งขันรอบแรกในเมืองไทย พร้อมไลฟ์สดไปยังประเทศอังกฤษด้วย เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 3.85 หมื่นล้านบาทและการแข่งขันยังทวีความรุนแรง โดยวางเป้าหมายที่จะมีรายได้ 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ขณะที่ในสิ้นปีนี้คาดว่าบริษัทจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 10%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,272 วันที่ 22 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560
กว่า 10 ปี ของแบรนด์ “คาราบาวแดง” บนเส้นทางเครื่องดื่มชูกำลังเมืองไทย เติบโตอย่างรวดเร็วจาก “แพลตฟอร์มดนตรี” ที่มีไอดอลอย่าง “แอ๊ด คาราบาว” เป็นตัวแทนในการสร้างแบรนด์จนสามารถขึ้นอยู่ในกลุ่มผู้นำตลาดเอนเนอร์ยี ดริ้งก์ ที่มีมูลค่ากว่า 3.5 หมื่นล้านบาทได้ในเวลารวดเร็ว แต่ทว่าเส้นทางความสำเร็จของแบรนด์กลับมาหยุดแค่ในประเทศ วันนี้คาราบาวแดง หรือ “คาราบาว” ซึ่งมีวางจำหน่ายแล้วกว่า 20 ประเทศทั่วโลก กำลังก้าวสู่การเป็นโกล บัล แบรนด์ วัดรอยเท้า “เรดบูล” ตามที่ตั้งความหวังไว้
[caption id="attachment_164358" align="aligncenter" width="503"]
โดยนายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาว กรุ๊ป จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” และ “คาราบาว” เปิดเผยว่า แผน งานหลักของบริษัทนับจากนี้จะให้ความสำคัญกับการรุกตลาดในประเทศอังกฤษอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้อังกฤษเป็นแฟล็กชิพของธุรกิจในภาคพื้นยุโรป และเป็นสปริงบอร์ดในการเข้าไปทำตลาดประเทศอื่นๆ ต่อไป โดยกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งยังเป็นหัวหอกหลักในการใช้สร้างแบรนด์ หลังจากบริษัทเข้าไปเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 3 ปีให้กับถ้วย “ลีกคัพ” (English Football League cup หรือ EFL) พร้อมเปลี่ยนชื่อเป็น “คาราบาวคัพ” (Carabao Cup) ตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขัน 2017/2018 ถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการสร้างแบรนด์แบบก้าวกระโดด นอกจากนี้ยังขยายจุดจำหน่ายเพิ่มเป็น 5,000 จุดในเดือนมิถุนายน และอีก 2 เดือนข้างหน้าจะเพิ่มอีก 8,000 จุด และสิ้นปีเพิ่มอีก 1 หมื่นจุด
“นอกจากนี้บริษัทยังสามารถเข้าไปวางขายในช่องทางของ “Big Four” อย่าง Tesco, Morrisons, Sainsbury’s และ Co-op ครอบคลุม 70% ของร้านค้า จากที่ผ่านมาจำหน่ายสินค้าผ่านปั๊ม BP ยักษ์ใหญ่พลังงานของอังกฤษกว่า 1,000 แห่ง และร้านค้าทั่วไปนับหมื่นจุด เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จจากการเข้าไปสนับสนุนถ้วยคาราบาวคัพ จากก่อนนี้ที่คาราบาวเป็นสปอนเซอร์และติดโลโกบนชุดซ้อมให้กับเชลซี”
ทั้งนี้หลังจากที่คาราบาวประกาศยกเลิกการเข้าทำสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มธุรกิจ DAI Group เพื่อลงทุนในกลุ่มประเทศ Greater China ซึ่งประกอบด้วย ประเทศฮ่องกง มาเก๊า ไต้หวัน และจีน ภายใต้มูลค่าเงินลงทุน ไม่เกิน 40 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,401 ล้านบาท เพราะไม่ต้องแบก รับความเสี่ยงของการลงทุนในระยะแรกไปเมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา ล่าสุดบริษัท คาราบาวตะวันแดง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของทางคาราบาวกรุ๊ป เข้าทำสัญญากับกลุ่มบริษัทร่วมทุนใหม่ โดยได้สิทธิ์จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในการจัดจำหน่ายเครื่องดื่มแบรนด์คาราบาวในประเทศจีน
[caption id="attachment_166320" align="aligncenter" width="286"]
โดยพบว่าการเปิดเกมรุกตลาดประเทศจีนอย่างเป็นทางการอีกครั้งนั้น เป็นการลงทุนโดยส่วน ตัวของ “นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์” ที่จับมือกับนักธุรกิจมหาเศรษฐีชาวจีน ซึ่งเป็นพันธมิตรรายใหม่หลังจากล้มเลิกการร่วมทุนกับธุรกิจ DAI Group พร้อมกับจัดตั้งบริษัท ดับเบิ้ล เอ็นเนอร์จี้ดริ้ง จำกัดขึ้น ภายหลังบรรลุข้อตกลงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ในสัดส่วนการถือหุ้น 50:50 ภายใต้ทุนจดทะเบียน 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 6,800 ล้านบาท (อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อ 34 บาท) เพื่อใช้ในการรุกตลาดในประเทศจีน หลังจากที่ปัจจุบันได้มีการเข้าไปทำตลาดแล้วใน 17 มณฑลของจีนทั้งในช่องทางเทรดดิชั่นนัลเทรดและโมเดิร์นเทรด พร้อมกันนี้ได้มีการตั้งอาคารสำนักงานใหญ่ในมณฑลกวางเจาและปักกิ่ง และสำนักงานขายในทั้ง 17 มณฑลเพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินธุรกิจ
ขณะที่แผนการทำตลาดในประเทศจีนในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ (มิถุนายน-ธันวาคม 2560) ได้เตรียมงบการทำตลาดราว 3,000 ล้านบาท ในการสร้างแบรนด์โดยใช้กลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้งเป็นหลัก ภายใต้แนวคิด “ปลุกกำลังในตัวคุณ” นอกจากนี้ยังมีแผนจัดการแข่งขันฟุตบอลในประเทศจีนที่เรียกว่า “ฟรี สไตล์ ฟุตบอล เพื่อเจาะกลุ่มไวต์ คอลลาร์ คนทำงาน นักเรียน นักศึกษาเป็นหลัก โดยบริษัทวางเป้าหมายยอดขายในจีนช่วง 3 ปีนับจากนี้ด้วยการครองส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังของจีน 10-20% หรือคิดเป็นยอดขายราว 2,000 ล้านกระป๋อง จากภาพรวมที่คาดการณ์ว่าจะมีการซื้อขายเครื่องดื่มชูกำลังในจีน 1 หมื่นล้านกระป๋อง ใน 3 ปีนับจากนี้
อย่างไรก็ตามหากบริษัทสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมายที่วางไว้คือ 300 ล้านกระป๋องในปีแรก แผนงานต่อไปในช่วงปี 2561 คือการมองหาพาร์ตเนอร์ในการรับจ้างผลิตให้แก่แบรนด์เพื่อบริการจัดการต้นทุนให้ดีขึ้น จากปัจจุบันที่บริษัทนำเข้าสินค้าจากไทยไปจำหน่าย
นายเสถียร กล่าวอีกว่า เพื่อรองรับการขยายตลาดอย่างรวดเร็ว ปีนี้บริษัทเตรียมใช้งบ 6,000-7,000 ล้านบาทในการขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตขวดแก้วเพิ่มขึ้นเป็น 1,300 ล้านขวดต่อปี จากปัจจุบัน 650 ล้านขวดต่อปี ทำให้สิ้นปีนี้บริษัทจะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้น 1 พันล้านกระป๋องต่อวัน ซึ่งโรงงานดังกล่าวจะเป็นฐานสำคัญในการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายทั่วโลก
ขณะที่ตลาดภายในประเทศบริษัทเตรียมงบการตลาด 400-500 ล้านบาท โดยใช้กลยุทธ์มิวสิก มาร์เก็ตติ้งเป็นตัวนำ พร้อมจัดแคมเปญและกิจกรรม ณ จุดขายอย่างต่อเนื่องอาทิ แคมเปญ “ส่งฝาลุ้นมอเตอร์ไซค์ไปดูบอลนัดชิงที่อังกฤษกับพี่แอ๊ด” แจกมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้าเวฟ รุ่น คาราบาว ลิมิตเต็ด และแพ็กเกจทัวร์ 7 วัน 4 คืน พาผู้โชคดีบินลัดฟ้าดูบอลและท่องเที่ยวแดนผู้ดี ในคาราบาวคัพนัดชิงชนะเลิศกับแอ๊ด คาราบาว ซึ่งล่าสุดมีการจับสลากคู่แข่งขันรอบแรกในเมืองไทย พร้อมไลฟ์สดไปยังประเทศอังกฤษด้วย เพื่อรองรับการแข่งขันในตลาดเครื่องดื่มชูกำลังซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า 3.85 หมื่นล้านบาทและการแข่งขันยังทวีความรุนแรง โดยวางเป้าหมายที่จะมีรายได้ 3 หมื่นล้านบาทในช่วง 5 ปีนับจากนี้ ขณะที่ในสิ้นปีนี้คาดว่าบริษัทจะเติบโตได้ไม่น้อยกว่า 10%
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,272 วันที่ 22 - 24 มิถุนายน พ.ศ. 2560






